
‘สภาพัฒน์’ เผยจีดีพีไตรมาส 4/68 ขยายตัว 2.5% ดีเกินคาด จากแรงหนุนลงทุน ‘เอกชน-ภาครัฐ’ ดันเศรษฐกิจไทยทั้งปี 68 ขยับโต 2.4% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปี 69 โต 1.5-2.5% จากเดิม 1.2-2.2% หลังมอง ‘ลงทุนเอกชน’ โต 1.9% จากเดิมคาด 0.9%
....................................
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ทั้งปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเครื่องชี้หลายตัวเร่งขึ้นมาก โดยเฉพาะการลงทุนรวมที่ขยายตัว 8.1% จากการลงทุนเอกชนที่ขยายตัว 6.5% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 13.3%
ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการโดยรวมขยายตัว 5.6% โดยการส่งออกสินค้าขยายตัว 8.7% และการส่งออกบริการหรือการท่องเที่ยวหดตัว -6.9% ,การก่อสร้างขยายตัว 11.2% ,การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.3% ,การบริโภคภาครัฐบาลขยายตัว 1.3% ,ภาคเกษตรขยายตัว 0.3% ,ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 0.3% ,สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัว 0.6% ,สาขาการค้าขยายตัว 6.8% และสาขาขนส่งขยายตัว 3.2%
“เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัวได้ 2.5% ถ้าปรับผลของฤดูกาลออกเป็นไตรมาสต่อไตรมาส จะพบว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 1.9% ซึ่งหลักๆจะมาจากการลงทุน การส่งออก และการก่อสร้าง ที่ขยายตัวเร่งขึ้นมาก” นายดนุชา กล่าว



นายดนุชา กล่าวว่า ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 พบว่า อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.71% ต่ำกว่าไตรมาสก่อน (ไตรมาส 3/2568) ที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 0.76% และต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 4/2567) ที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.88% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 โดยไตรมาส 4/2568 โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปหดตัว -0.5% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.6%
ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 0.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ,เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ธ.ค.2568 อยู่ที่ 281.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่าอยู่ที่ 12.45 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 65.6% ของจีดีพี
นายดนุชา ระบุว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 2.4% สูงกว่าที่ สศช. คาดการณ์ไว้ แต่ชะลอตัวจาก 2.9% ในปี 2567 โดยเป็นผลจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่เศรษฐกิจยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง สอดคล้องกับการกลับมาขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และการเร่งขยายตัวขึ้นของการลงทุนภาครัฐ
“ถ้าเราไปดูเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี 2568 ไตรมาส 1 เราขยายตัว 3.1% ไตรมาส 2 ขยายตัว 2.8% และไตรมาส 3 ชะลอตัวมาอยู่ที่ 1.2% ซึ่งจริงๆตัวที่กลับขึ้นมา แล้วทำให้เศรษฐกิจทั้งปี โต 2.4% มาจากไตรมาสสุดท้ายที่ขยายตัวได้ 2.5% โดยมาตรการภาครัฐ เช่น คนละครึ่ง เป็นส่วนหนึ่งที่ไปกระตุ้น sentiment ในแง่การใช้จ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในแง่คนละครึ่ง เป็นการใช้จ่ายที่ลงไปที่ตัวบุคคล และการใช้จ่ายส่วนใหญ่มันไปสู่ผู้ประกอบการที่เป็นลักษณะ informal sector ค่อนข้างเยอะ จึงไปสะท้อนอยู่ในการบริโภคที่ขยายตัวจาก 2.5% ในไตรมาสที่แล้ว เป็น 3.3% ในไตรมาสที่ 4
แต่สิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เกินกว่าที่คาดไว้ จะเป็นเรื่องการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการก่อสร้าง ดังนั้น คนละครึ่งเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ขณะที่มาตรการที่รัฐออกไป เช่น การเร่งรัดการเบิกจ่ายลงทุน และการอำนวยความสะดวกให้เอกชนในการลงทุนต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 สามารถขยายตัวเร่งขึ้นมาที่ 2.5% และทำให้ทั้งปีเศรษฐกิจทั้งปีขยายตัว 2.4%” นายดนุชา กล่าว

นายดนุชา กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ว่า สศช.คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% ค่ากลาง 2% โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 2.1% ,การอุปโภคภาครัฐบาลขยายตัว 1.2% ,การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 1.9% ,การลงทุนภาครัฐขยายตัว 1.7% ,มูลค่าการส่งออก (รูป USD) ขยายตัว 2% ,อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัว -0.3-0.7% ค่ากลาง 0.2% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.4% ต่อจีดีพี
สำหรับสมมติฐานการประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ได้แก่ เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3% โดยสหรัฐขยายตัว 2.2% ยูโรโซนขยายตัว 1.2% ญี่ปุ่นขยายตัว 0.7% และจีนขยายตัว 4.4% ,ปริมาณการค้าโลกขยายตัว 2.6% ,อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 31-32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ,ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 58-68 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ราคาส่งออกขยายตัว 1-2% ,จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน และรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.65 ล้านล้านบาท


นายดนุชา ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยปี 2569 ได้แก่ 1.การขยายตัวต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนเอกชน โดยการอุปโภคบริโภคสินค้ายังขยายตัวได้ดี ในขณะที่อัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การอุปโภคบริโภคของประชาชนขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนมีสัญญาณเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 4/2568 ประกอบกับมาตรการ Thailand Fast Pass จะช่วยปลดล็อกและอำนวยความสะดวกในด้านการลงทุนภาคเอกชน
2.การเพิ่มขึ้นของแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ เนื่องจากจากกรอบงบประมาณปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 7-8% ซึ่งทำให้งบลงทุนและงบประจำสามารถส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ในช่วงถัดไป แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณด้วย
3.การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่อง โดยเห็นสัญญาณจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศขาเข้า ที่เข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก และจากการทำตลาดในช่วงที่ผ่านมา คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Mass จะกลับเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น และ4.การผลิตภาคเกษตรมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตในภาคเกษตร โดยเขื่อนหลักมีปริมาณน้ำ 99%



ส่วนปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจปี 2569 ได้แก่ 1.ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการค้าโลก ซึ่งแม้ว่าการส่งออกแต่ละประเทศจะยังไปได้ดี ท่ามกลางมาตรการภาษี reciprocal tariff ที่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่เศรษฐกิจโลกและการค้าโลกยังคงมีความเปราะบางและผันผวนอยู่ รวมถึงสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความเสี่ยงสูง ประกอบกับหนี้ภาครัฐต่อจีดีพีของเศรษฐกิจหลายๆประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทย
2.ระดับหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน ขณะที่ธุรกิจ SMEs มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากคุณภาพสินเชื่อธุรกิจ SMEs ที่ด้อยลง สะท้อนจากสัดส่วน SM (Special Mention Loans) ต่อสินเชื่อ SMEs ทั้งหมด และสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อ SMEs ทั้งหมด ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจ SMEs
3.ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาระภาครัฐในการเข้ามาเยียวยา และสร้างกดดันในแง่งบประมาณแผ่นดินในช่วงถัดไป ประกอบกับการบังคับใช้มาตรการการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมส่งออกที่มีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนสูง
และ 4.เงื่อนไขและบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจะใช้เวลาระยะหนึ่ง หากการจัดตั้งรัฐบาลทำได้เร็ว คือ ภายในไม่เกินเดือน มี.ค. หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือน เม.ย.2569 จะช่วยให้การจัดทำงบประมาณปี 2570 ไม่ล่าช้ามากนัก คือ ล่าช้าจากปกติ 2 เดือน แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าไปกว่านั้น ก็จะทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้าออกไปอีก และส่งผลต่อการเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ




นายดนุชา กล่าวว่า ในด้านการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2569 ควรให้ความสำคัญกับ 1.การรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยให้ความสำคัญกับการเร่งรัดกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ให้สามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้โดยเร็ว เพื่อรักษาพลวัตการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น
2.การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนไปแล้วในช่วงก่อนหน้าให้เกิดการลงทุนจริง 3. การขับเคลื่อนภาคการส่งออก 4.การเร่งรัดการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง และ 5.การแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยเฉพาะการลดแรงกดดันจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในภาคครัวเรือน เป็นต้น
อ่านประกอบ :
สศช.เผยจ้างงาน Q3/68 หด 0.5% ห่วงยึดบ้านขายทอดตลาดพุ่ง 210%-ชี้ศก.ตอนนี้ไม่เหมาะขึ้น VAT
‘สภาพัฒน์’เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/68 โต 1.2%-คาดจีดีพีทั้งปีขยายตัว 2% ปีหน้า 1.2-2.2%
'สศช.'ยกผลสำรวจฯชี้'องค์กรไทย'25%จ่อลด'พนง.'หันจ้าง‘พาร์ทไทม์’-ไตรมาส 2/68 ว่างงาน 0.91%
สศช.เผยศก.ไตรมาส 2/68 โต 2.8% ปรับเป้าทั้งปีเป็น 1.8-2.3% กระตุ้นรบ.หนุนลงทุน‘เอกชน-รัฐ’
สศช.เผย‘จ้างงาน’ไตรมาส 1/68 หด 0.5%-โชว์ข้อมูล‘เครดิตบูโร’ NPLs แตะ 1.22 ล้านล.โต 16.4%
สศช.เผยศก.ไตรมาส 1/68 โต 3.1%-ประเมิน 3 ฉากทัศน์‘เทรดวอร์’ก่อนหั่นGDPทั้งปีเหลือ1.3-2.3%
‘สภาพัฒน์’เผยไตรมาส 4/67 ว่างงาน 3.6 แสนคน-หนี้ครัวเรือนขยายตัวชะลอลง
‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 4/67 ขยายตัว 3.2% ทั้งปี 2.5%-คงคาดการณ์เศรษฐกิจ 68 โต 2.3-3.3%
‘สภาพัฒน์’เผยไตรมาส 3/67 ว่างงาน 4.1 แสนคน-‘หนี้เสีย’แตะ 1.16 ล้านล้าน ขยายตัว 12.2%
‘สภาพัฒน์’เผยจีดีพีไตรมาส 3/67 โต 3%-คาดทั้งปี 2.6% จับตาผลกระทบสหรัฐฯกีดกันทางการค้า
สศช.เผย‘ว่างงาน’ไตรมาส 2/67 แตะ1.07% เพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังโควิด-NPLs หนี้ครัวเรือน 2.99%
‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 2/67 โต 2.3% คาดทั้งปี 2.3-2.8%-หนุน‘รัฐบาลใหม่’กระตุ้นเศรษฐกิจ
‘สศช.’ห่วงNPLสินเชื่อบ้านโต 12.4%-เผย'หนี้เสีย' 3 ใน 4 เป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย
‘สศช.’เผยเศรษฐกิจไตรมาส 1/67 ขยายตัว 1.5% หั่นคาดการณ์ GDP ทั้งปีเหลือ 2-3%
‘สภาพัฒน์’เผยจ้างงานไตรมาส 4/66 โต 1.7%-‘หนี้เสีย’ครัวเรือน’แตะ 1.52 แสนล้าน เพิ่ม 7.9%
‘สศช.’เผยเศรษฐกิจไตรมาส 4/66 โตแค่ 1.7% ทั้งปีขยายตัว 1.9%-หั่นเป้าปี 67 เหลือ 2.2-3.2%
'สศช.'เผยไตรมาส 3/66 ค่าจ้างโต 9%-ว่างงาน 0.99% ห่วงลูกหนี้'รหัส 21'พุ่ง 4.9 ล้านบัญชี
สศช.เผยGDPไตรมาส 3/66 โต 1.5% คาดทั้งปี 2.5%-ปีหน้า 2.7-3.7% ยังไม่รวมแจก'หมื่นดิจิทัล'
‘สศช.’เผยคนอายุน้อยกว่า 30 ปี‘หนี้เสีย’พุ่ง-ไตรมาส 2/66 ‘จ้างงานโต-ค่าจ้างแท้จริงเพิ่ม’
เศรษฐกิจไทยโตต่ำคาด! สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 2/66 ขยายตัวแค่ 1.8%-หั่นเป้าทั้งปีเหลือ 2.5-3%
จ้างงานโต-ว่างงานลด! ‘เลขาฯสศช.’ห่วงขึ้น‘ค่าจ้าง’เท่ากันทั้งปท.-ระเบิดเวลาหนี้ครัวเรือน
สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 1/66 โต 2.7% คาดทั้งปี 2.7-3.7%-แนะ‘รบ.ใหม่’รักษาวินัยการเงินการคลัง
'สศช.'ห่วงคนอายุ 60 ปีขึ้นไป มี'หนี้เสีย'บัญชีละ 7.7 หมื่น-ไตรมาส 4/65 ว่างงาน 4.6 แสนคน
เศรษฐกิจโตต่ำคาด! ‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 4/65 ขยายตัว 1.4%-หั่นจีดีพีปี 66 เหลือ 2.7-3.7%
‘สศช.’หวั่นขึ้นค่าจ้าง 600 บ. กดดันอุตฯปลดคนงาน-รัฐปรับฐานเงินเดือน‘ขรก.’ทำภาระงบเพิ่ม
เงินเฟ้อฉุด‘ค่าจ้างที่แท้จริง’ไตรมาส 3 หด 3.1%-สศช.ห่วงกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไปหนี้เสียพุ่ง
‘สภาพัฒน์’ เผยจีดีพีไตรมาส 3/65 ขยายตัว 4.5% คาดทั้งปี 3.2%-มองปี 66 เศรษฐกิจโต 3-4%
‘สศช.’เผย ‘ผู้ว่างงาน’ ไตรมาส 2/65 ลดเหลือ 5.5 แสนคน-หนี้ครัวเรือน 89.2% ต่อจีดีพี
บริโภคเอกชน-ท่องเที่ยวเร่งตัว! ‘สศช.’เผยจีดีพีไตรมาส 2/65 โต 2.5% มองทั้งปี 2.7-3.2%
‘สศช.’ เผยจีดีพีไตรมาส 1/65 ขยายตัว 2.2%-หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งปีเหลือโต 2.5-3.5%

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา