ฮือฮาอย่างยิ่ง สำหรับข่าว “ชายลึกลับ” อ้างตัวเป็น “ผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธฝ่ายทหาร” ของขบวนการ BRN รับผิดชอบพื้นที่นราธิวาส โทรศัพท์ติดต่อมายังผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา เพื่อแสดงเจตนา “ขอวางปืน ยุติการต่อสู้กับรัฐไทย” แต่ต้องแลกกับข้อเสนอต่อรัฐบาลไทย ให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ แล้วให้ อส.คุมพื้นที่แทน
เหตุรุนแรงสารพัดรูปแบบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ในบริบทหนึ่งถูกผูกโยงถึงการขับเคลื่อนโต๊ะพูดคุยดับไฟใต้ หรือที่เรียกภาษาทางการว่า “กระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งช่วงที่ผ่านมาคาดการณ์กันว่า ใกล้จะเริ่มนับหนึ่งเต็มที
เหตุรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ล่าสุด 2 เหตุการณ์ ถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองอย่างไม่น่าเป็นเรื่องบังเอิญ และอาจเป็นเหตุผลให้ทั้งฝ่ายการเมืองและ “บิ๊กราชการ” ขยับตัวกันอย่างคึกคักผิดสังเกต
ถือว่าชีวิตพลิกผันรายวันอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับ “ปจ.” รุ่งเรือง ธิมาบุตร
ยังคงเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างกว้างขวางในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับมาตรการของฝ่ายความมั่นคงในการเข้าถึงข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 2 ล้านเลขหมาย ณ ปลายด้ามขวาน
คดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ บานปลายกลายเป็นประเด็นสุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปฏิบัติการ “เด้งเกือบยกจังหวัด” ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยนักในประวัติศาสตร์นักปกครองของกระทรวงมหาดไทย
ความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าไปวางระเบิด – วางเพลิงเผาแผงโซลาร์เซลล์ที่เตรียมไว้สำหรับก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ของ บริษัท กันกุล โซลาร์ พาวเวอร์เจน จำกัด ในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านท่าพง ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จนทำให้แผงโซลาร์เซลล์ได้รับความเสียหาย มีข่าวอ้างมูลค่านับสิบล้านบาท
โต๊ะพูดคุยสันติสุข “ดับไฟใต้” รอบใหม่ ยังไม่เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ก็ใกล้เวลา งวดเข้ามาเต็มที เพราะมีข่าวว่าจะหารือกันนัดแรก ก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.นี้
การชนะคดีไอโอ หรือปฏิบัติการข่าวสารของ อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และ อัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชนชายแดนใต้ แกนนำกลุ่มด้วยใจนั้น