“คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้นจากผู้รู้ และผู้ที่ติดตามสถานการณ์ไฟใต้มาตลอด
คดียิง สส.กมลศักดิ์ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในวันนี้ (5 พ.ค.69) คือเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาของ ทหารเรือนาวิกโยธิน ชั้นสัญญาบัตร 2 นาย ที่ถูก สส.กมลศักดิ์ แจ้งความว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดี
มีความชัดเจนมากขึ้นอีกระดับหนึ่งในคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่า ทหารเรือนาวิกโยธิน 2 นายที่มีชื่อถูก สส.นราธิวาส แจ้งความดำเนินคดีนั้น จะเข้าพบตำรวจในวันอังคารที่ 5 พ.ค.69 นี้
1 เดือนกับอีก 1 สัปดาห์ ไม่มีหมายเรียก/หมายจับ “เจ้าหน้าที่รัฐมีสี” ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
นอกจากผู้บงการ และผู้ประสานงานทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่สังคมรอการออกหมายจับ หรือการแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีจากตำรวจชุดคลี่คลายคดีแล้ว
เป็นที่น่าสังเกตว่า นาวาเอก มนตรี และ นาวาตรี เดโช ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาจากตำรวจ เพื่อดำเนินคดีในฐานะ “ตัวการร่วม” กับทีมสังหาร รวมถึงไม่โดนแจ้งข้อหา “ผู้สนับสนุน” ทีมสังหารด้วย
การพยายามตัดตอน “ผู้บงการ” ในคดียิง สส.กมลศักดิ์ คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากคำให้การ และคำสัมภาษณ์ของ เรือเอกวิโรจน์ ผู้ต้องหาคนสำคัญ
ถึงนาทีนี้ ชัดเจนแล้วว่า ถ้ากลุ่มผู้ต้องหาทีมฆ่า สส.กมลศักดิ์ ไม่ได้โกหก พวกเขากำลังจะเล่นบท “รับไว้เอง” โดยยืนยันว่าคิด วางแผน และปฏิบัติการสังหาร สส.กมลศักดิ์ กันเอง เพราะไม่พอใจบทบาทการทำหน้าที่ของ สส.รายนี้
ผ่ากลยุทธ์ทีมยิง สส.กมลศักดิ์ ใช้เทคนิคให้การเบี่ยงประเด็น เล่นแง่กฎหมาย หวังเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา จับตาตัดตอนผู้บงการ อ้างไม่พอใจบทบาทในฐานะ “ทนายแวยูแฮ”
ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล