เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ เกิดขึ้นถี่ยิบ ในช่วงเปลี่ยนปีงบประมาณ และมีการสลับกำลังของฝ่ายทหาร ตำรวจ
ข้อสันนิษฐานของฝ่ายความมั่นคง กรณีคนร้ายกดระเบิดโจมตีรถบรรทุกของ อส.สุคิริน จนมีกำลังพลพลีชีพ ว่าน่าจะเป็นการตอบโต้เหตุวิสามัญฆาตกรรม 2 ศพ จากการปะทะบนเขาตะเว เมื่อวันที่ 9 ก.ย.69 ที่ผ่านมานั้น
เหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 29 ส.ค.69 ที่คนร้ายชุดดำ ควงอาวุธปืนสั้นและปืนยาวบุกเข้าไปวางระเบิดภายในห้าง “โกลบอลเฮ้าส์” สาขาปัตตานี นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ “ธุรกิจค้าปลีก” แบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบ
รายงานสถิติความสูญเสียและการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงระยะเวลานับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569)
จากเหตุการณ์คาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง หลังเก่า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 21 ก.ค.68
กระแสโต้ข้อเรียกร้อง “ยุบ กอ.รมน.” ขับเคลื่อนทันทีหลังสิ้นเสียง อาจารย์วันนอร์
สำรวจสถิติเหตุรุนแรงที่กระทำต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และคนทำงานให้รัฐในมิติความมั่นคง สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผลเมื่อวันที่ 12 พ.ค.69
เปิดประวัติ “อิสมาแอ มูซอ” ผู้ต้องหา 4 หมายจับคดีความมั่นคง เปิดรายละเอียดล้วนเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ แถมยังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงการก่อความรุนแรงอีกหลายเหตุการณ์ ทั้งเคยถูกจับดำเนินคดีเมื่อปี 57 แต่อาศัยจังหวะประกันตัว หลบหนีลอยนวลกระทั่งจนมุมล่าสุดที่ตัวเมืองยะลา
ตั้งแต่ไฟใต้ปะทุหลังเหตุการณ์ปล้นปืน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 นับถึงวันนี้ รวมระยะเวลากว่า 22 ปีแล้ว
คดียิง สส.กมลศักดิ์ แห่งนราธิวาส เป็นคดีใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ กระทั่งกลบกระแสของอีกคดีหนึ่งไป ทั้งๆ ที่น่าตระหนกไม่แพ้กัน