
“…เมื่อผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 โดยผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้…”
.............................................
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ศาลปกครองกลาง ได้อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ตามคำร้องที่ 1038/2569 คำสั่งที่ 952/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่น ‘คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา’ ของศาลปกครองชั้นต้น
กรณีศาลปกครองชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ในคดีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ขอให้ศาลฯมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 วันที่ 21 ก.ค.2569 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. (คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569)
โดย ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ไว้พิจารณา และมีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีของผู้ฟ้องคดีต่อไป
เนื่องจากศาลฯเห็นว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 วันที่ 21 ก.ค.2569 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. แล้ว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ตามคำร้องที่ 1038/2569 คำสั่งที่ 952/2569 ในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 ดังนี้
@ย้อนที่มาคำวินิจฉัย‘คกก.สรรหาฯ’ปม‘สรณ’สละสิทธิ‘กสทช.’
คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.) ให้เป็นกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และได้รับการเสนอชื่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
โดยในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 12 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. จำนวน 5 คน โดยผู้ฟ้องคดี ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และได้รับเลือกให้เป็นประธานกรรมการ กสทช.
ต่อมา ประธานวุฒิสภา ได้มีประกาศวุฒิสภา เรื่อง กำหนดเวลาให้บุคคลผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ
ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (1) (2) และ (3) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2564
กำหนดให้ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องแสดงหลักฐานว่าลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวต่อประธานวุฒิสภา ภายในวันที่ 11 มกราคม 2565 ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ยื่นหนังสือและหลักฐานต่างๆ ต่อประธานวุฒิสภาที่รับรองว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (1) (2) และ (3) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว
หลังจากนั้น ประธานวุฒิสภา จึงมีหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้สมควรดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. และกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 ซึ่งนายกรัฐมนตร์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ต่อมา ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 เมษายน 2565 ว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. และกรรมการ กสทช. รวม 5 คน ตามที่เสนอ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นต้นไป โดยประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2565
แต่ภายหลังจากที่ผู้ฟ้องคดีได้เข้าดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ได้มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่า
ผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ
อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 อันเป็นห้วงเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมีหนังสือ ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช.
และก่อนที่จะมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 เมษายน 2565 ว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นต้นไป
เมื่อบทบัญญัติมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 บัญญัติให้การไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามมาตรา 8 (1) (2) และ (3) ภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ถือเป็นการสละสิทธิโดยผลของกฎหมาย
ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) จึงวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.เดียวกัน ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดี นั้น
@ชี้‘สรณ’ได้รับคำเสียหายจากคำวินิจฉัยฯ-พ้นจากตำแหน่งแล้ว
เห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) เป็นคณะกรรมการตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ซึ่งกฎหมายให้อำนาจในการออกคำสั่งหรือมีมติใดๆ ที่มีผลกระทบต่อบุคคล
ผู้ถูกฟ้องคดีจึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 เมื่อผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องต้องห้ามของประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
และโดยที่คำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว เป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่า ใช้อำนาจตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564
โดยวินิจฉัยเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ว่า การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 8 (1) (2) หรือ (3) ถือเป็นการสละสิทธิโดยผลของกฎหมาย ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว
เมื่อความตอนท้ายของมาตรา 18 นั้น ได้กำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ดำเนินการสรรหากรรมการ กสทช. ใหม่ โดยผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้ จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่ไม่ได้
และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
โดยผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560
ซึ่งบัญญัติว่า เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการเท่าที่เหลือยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก
คำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ย่อมมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
ผู้ฟ้องคดี (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี
และการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายดังกล่าว ต้องมีคำบังคับของศาลให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังขึ้น
เมื่อมาตรา 15/1 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 กำหนดให้คำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นที่สุด
และผู้ถูกฟ้องคดีได้แจ้งสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ตามนัยมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ไว้ในหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายก่อนฟ้องคดีต่อศาล ตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว
@สั่ง‘ศาลปค.ชั้นต้น’รับคำฟ้องคดีเพิกถอนคำวินิจฉัยฯไว้พิจารณา
และเมื่อข้อเท็จจจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับทราบคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 แจ้งตามหนังสือ ลับ ด่วนที่สุด ที่ สว (กสทช) 0008/(ส) 330 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีเป็นผู้รับไว้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
โดยที่คำสั่งทางปกครอง ย่อมมีผลให้ใช้ยันต่อผู้ฟ้องคดีตั้งแต่ขณะได้รับแจ้ง ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 วันดันดังกล่าว จึงถือเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุการณ์ฟ้องคดี
ผู้ฟ้องคดีจึงต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองชั้นต้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 จึงเป็นการฟ้องคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ศาลจึงรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้
การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา และมีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีของผู้ฟ้องคดีต่อไป
อ่านประกอบ :
ค้างพิจารณา 171 วาระ! ถก‘บอร์ด กสทช.’ล่มครั้ง 7-ศาลฯงดอ่านคำสั่งคดี‘สรณ’อุทธรณ์ไม่รับฟ้อง
ถก‘บอร์ด กสทช.’ล่มครั้ง 6! ‘พิรงรอง’ย้ำพร้อมประชุมแบบชอบด้วยกม.-วาระค้างพิจารณา 136 เรื่อง
ประชุมบอร์ด‘กสทช.’ล่มรอบ 5! ‘สรณ’ย้ำไม่ได้ทำอะไรขัดกม.-‘พิรงรอง’ไม่ก้าวล่วงพระราชอำนาจ
คำร้อง‘สรณ’อุทธรณ์ไม่รับฟ้อง(จบ) อ้างข้อเท็จจริงใหม่มิใช่‘พนักงานรัฐ’-ชี้ผลกระทบ 6 ประเด็น
คำร้อง‘สรณ’อุทธรณ์ไม่รับฟ้อง(1) ‘คำวินิจฉัย’สละสิทธิ‘กสทช.’ก่อเสียหาย-ไม่ต้องรอผล‘สุดท้าย’
'อนุทิน' เผย ทูลเกล้าฯ ขอให้โปรดเกล้าฯ 'สรณ' พ้น 'ประธานกสทช.' แล้ว-'ปกรณ์' ชี้ ไม่กระทบงานที่ทำไป
อุทธรณ์คำสั่ง‘ศาลฯ’!‘สรณ’โชว์หลักฐานใหม่‘ม.มหิดล’สู้คดีสละสิทธิ‘กสทช.’-ถกบอร์ดล่มรอบ 4
จับตา'บอร์ด'ถก 99 วาระ หลังศาลฯสั่งไม่รับฟ้องคดี'สรณ'ขอเพิกถอนคำวินิจฉัยฯสละสิทธิ'กสทช.'
‘ศาลปค.’สั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา คดีเพิกถอนคำวินิจฉัย‘คกก.สรรหาฯ’ปม‘สรณ’สละสิทธิ‘กสทช.’
ถก‘บอร์ด’ล่มรอบสาม! -‘3 กสทช.’ไม่ร่วมประชุม-2 คนแจ้งลา ‘สรณ’ปัดหารือ‘นอกรอบ’ปมสละสิทธิฯ
ล่มรอบ2‘องค์ประชุม’ไม่ครบ! 4‘กสทช.’ไม่ร่วมถก‘บอร์ด’-‘สรณ’ชี้ไม่มีกม.ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
'อนุทิน' ย้ำ ทูลเกล้าฯ 'สรณ' พ้น 'ประธานกสทช.' ทำตามกฎหมาย
ยังเป็น‘ปธ.กสทช.’! ‘สรณ’จ่อฟ้องศาลฯโต้แย้งอำนาจ‘คกก.สรรหาฯ’-ถกบอร์ดล่ม‘องค์ประชุม’ไม่ครบ
สมาคมทีวีฯ’ท้วง‘กสทช.’รอบคอบประชุมบอร์ด-ถกโรดแมปทีวีดิจิทัล หลัง‘สรณ’มีลักษณะต้องห้าม
'2 กูรู'กม.ภาครัฐ ชี้เป็นอำนาจ'นายกฯ'ดำเนินการต่อ หลัง'คกก.สรรหา'ชี้'สรณ'สละสิทธิ'กสทช.'
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(จบ)‘สรณ’เป็น‘ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ’ มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘คกก.สรรหา’(1) มติ 4 ต่อ 1 ยันมีอำนาจชี้ขาดลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’
‘คกก.สรรหาฯ’ไฟเขียวคำวินิจฉัย‘ปธ.กสทช.’มีลักษณะต้องห้าม-เปิด‘หน่วยงาน-ผู้สนใจ’ขอรับสำเนา
‘นายกฯ’ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมติ‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’-ยัน‘ฝืนกฎหมายไม่ได้’
‘สรณ’ยันพ้นสถานะ‘พนง.รัฐ’ก่อนรับตำแหน่ง‘ปธ.กสทช.’-ดูแล‘ผู้ป่วย’ก่อนส่งต่อ ทำตามจริยธรรมแพทย์
เป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐหลังรับตำแหน่ง!‘กก.สรรหาฯ’มีมติเอกฉันท์‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.
‘กก.สรรหากสทช.’ เปิดรับข้อมูล คุณสมบัติ ‘นพ.สรณ’ หลังสำนักเลขาธิการนายกฯ ส่งความเห็น ‘กฤษฎีกา’
ยังอีกยาว! มติ‘บอร์ดสรรหาฯ’เสียงข้างมาก ยันมีอำนาจวินิจฉัยปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ
‘เลขาฯวุฒิสภา’ยืนยันนัด‘บอร์ดสรรหาฯ’ประชุมฯ ถกปม‘ประธาน กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ 8 พ.ค.นี้
เรื่องเก่า-จบแล้ว! ‘ไตรรัตน์’แจงปม‘ปธ.กสทช.’ส่อขาดคุณสมบัติ-ยก‘กฤษฎีกา’ยันสรรหาฯถูกต้อง
โชว์หนังสือ‘ป.ป.ช. ’แจ้ง‘เลขาธิการฯ’ แจง 3 ข้อเท็จจริง ปมกล่าวหา‘ปธ.กสทช.’ ส่อขาดคุณสมบัติ
ม.มหิดลเผยเอกสาร ยัน ‘นพ.สรณ’ มีคุณสมบัติเป็น ปธ.กสทช.เหตุไม่ได้รับค่าตอบแทนจากคณะแพทย์ฯ
ศาลแพ่งยกฟ้อง กก.กสทช. ถูก ‘นพ.สรณ’ เรียก 5 ล.เหตุทำให้เข้าใจเลือกเลขาฯไม่เป็นธรรม
‘กฤษฎีกา’ไม่รับตีความ ปม‘สรณ’ขาดคุณสมบัติฯนั่ง‘ประธาน กสทช.’-ชี้เป็นอำนาจ‘บอร์ดสรรหาฯ’
จี้‘นายกฯ’ปฏิบัติตามกม.! ‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ชี้‘สรณ’ส่อมีลักษณะต้องห้ามเป็น‘กสทช.’
'โรม' ถาม รบ.เวลาผ่านไป 7 เดือน ไฉนไม่สอบคุณสมบัติ ปธ.กสทช.-รมว.ดีอีโยนศาล รธน.วินิจฉัย
เผือกร้อน‘ประธานวุฒิสภา’ ชี้ขาด‘ปธ.กสทช.’ขาดคุณสมบัติ?-‘สรณ’โต้‘กมธ.’บิดเบือน-อคติ
‘สนง.วุฒิสภา’ชี้‘กมธ.ไอซีที’มีอำนาจตรวจคุณสมบัติ ‘ปธ.กสทช.’โดยชอบด้วย‘รธน.-ข้อบังคับฯ’
‘กมธ.ไอซีที’วุฒิฯ แพร่บันทึกประชุม ชี้‘นพ.สรณ’มีลักษณะต้องห้าม-ขาดคุณสมบัติเป็น‘กสทช.’
ส่ง'ปธ.ศ.อุทธรณ์'วินิจฉัยเขตอำนาจศาลฯ หลังรับฟ้องคดี‘4 กสทช.’เปลี่ยน‘รักษาการเลขาฯ’มิชอบ
‘กมธ.ไอซีที-นักกฎหมาย’ชี้‘สรณ’ขาดคุณสมบัติ‘กสทช.’-‘สภาผู้บริโภค’โชว์หนังสือรับค่าตอบแทน
‘กมธ.ไอซีที’จ่อสรุปผลสอบฯลักษณะต้องห้าม‘ปธ.กสทช.’-'สรณ'ยันคุณสมบัติถูกต้องก่อนทูลเกล้าฯ
'ครป.-สภาผู้บริโภค'ออกแถลงการณ์ เรียกร้องเปิด'หลักฐาน'คุณสมบัติต้องห้าม‘ประธานฯกสทช.’
เลขาฯโชว์คำสั่ง‘สรณ’ลาออก‘รพ.รามาฯ’มีผล 8 ม.ค.65 ตอกย้ำ‘ปธ.กสทช.’ไม่มีลักษณะต้องห้าม
เลขาฯยัน‘สรณ’ไม่มีลักษณะต้องห้าม-'ม.มหิดล’แจงเป็น‘พนง.มหาวิทยาลัย’ก่อนเป็น'ปธ.กสทช.'1 วัน
‘วุฒิสภา’มีมติส่งผลศึกษาฯปมสรรหา‘เลขาฯกสทช.’ช้า ให้‘ป.ป.ช.’-สว.เผย‘นพ.สรณ’ส่อพ้นเก้าอี้
'นพ.สรณ' ร้อง ‘ปธ.วุฒิสภา’ ตรวจสอบ ‘กมธ.เทคโนโลยีฯ’ ก้าวก่าย-แทรกแซงหน้าที่ ‘ปธ.กสทช.’
ชง‘วุฒิสภา’ 1 เม.ย.ถกผลศึกษาฯปมแต่งตั้ง‘เลขาธิการ กสทช.’ล่าช้า-เสนอ‘ป.ป.ช.’เปิดไต่สวนฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา