
‘นพ.สรณ’ เปิดใจครั้งแรก ยืนยันลาออก-พ้นสถานะ ‘พนักงานของรัฐ’ ตั้งแต่ 8 ธ.ค.65 ก่อนรับตำแหน่ง ‘ประธาน กสทช.’ พร้อมระบุการดูแล ‘ผู้ป่วย’ ก่อนส่งต่อฯ เป็นไปตาม ‘จริยธรรมแพทย์’
...........................................
จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 นั้น (อ่านประกอบ : เป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐหลังรับตำแหน่ง!‘กก.สรรหาฯ’มีมติเอกฉันท์‘สรณ’มีลักษณะต้องห้ามเป็น กสทช.)
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ศ.คลินิก นพ.สรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่า ตนเองได้ลาออกจากสถานะพนักงานของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2565 แล้ว ซึ่งมีผลทำให้ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำใดๆ ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าตนทำหน้าที่แพทย์ระหว่างรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯนั้น เป็นการส่งต่อคนไข้ ซึ่งดำเนินการไปตามจรรยาบรรณของแพทย์ที่พึงมีต่อคนไข้ เพื่อให้ความมั่นใจต่อคนไข้ โดยไม่ได้มีเจตนาในการประกอบวิชาชีพแต่เป็นความต่อเนื่องในการส่งมอบงานเท่านั้น และไม่ได้อยู่ในสถานะลูกจ้างแต่อย่างใด
“การดูแลผู้ป่วยในช่วงเวลาดังกล่าว มิใช่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของโรงพยาบาล โดยเป็นการทำหน้าที่ตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์”ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว พร้อมระบุว่า “ผมทำทุกอย่างตามมาตรฐานวิชาชีพและตามจริยธรรมแพทย์ เป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ผมไม่ได้เป็นพนักงาน”
ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวต่อว่า เมื่อได้ดูแลผู้ป่วยตามภาระหน้าที่ที่มีอยู่เดิม และดำเนินการส่งต่อผู้ป่วยให้แก่แพทย์ท่านอื่นเรียบร้อยแล้ว จึงได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
“ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงเวลาดังกล่าว ผมยังมีภาระหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ทั้งการสวนหัวใจ การทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ และการส่งต่อผู้ป่วยให้แพทย์ท่านอื่นดูแลต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับการรักษา การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมดแล้ว ผมจึงยุติการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ” ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว
สำหรับประเด็นข้อกฎหมาย ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ยังไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใดหรือองค์กรใดเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการที่คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ซึ่งเรื่องนี้จะดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
“ตลอดชีวิตการทำงาน ผมยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ตาจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์มาโดยตลอด” ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุ พร้อมทั้งย้ำว่า “การปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพแพทย์ และมิได้มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐภายหลังการลาออกเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2565”
ขณะที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยกับสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. และจะทำหน้าเป็นประธานการประชุม กสทช. เช่นเดิม เนื่องจาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. และขณะนี้ก็ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. แต่อย่างใด
“ท่าน (ศ.คลินิก นพ.สรณ) ยังเป็นประธาน กสทช. 100% และจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กสทช.เหมือนเดิม เพราะท่านได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช.” นายไตรรัตน์ กล่าว พร้อมระบุว่า แม้ว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้มีมติว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง กรรมการ กสทช. แต่ก็มีข้อสังเกตว่า มติของคณะกรรมการฯดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา