
‘ศาลฎีกาฯ’ ชี้ ‘อดีตรองนายกเทศฯเมืองคอหงส์’ จ.สงขลา จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จฯ ไม่แจ้ง ‘เงินทุนในหจก.-บัญชีเงินฝากของภรรยา 4 บัญชี’ สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ส่วนโทษจำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี
.........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่ อม 5/2569 คดีหมายเลขแดง ที่ อม 22/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) กับนายอนันต์ ทองลิ้นจี่ อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (ผู้ถูกกล่าวหา) เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า นายอนันต์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท
ทั้งนี้ นายอนันต์ ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30
“พิเคราะห์คำร้องประกอบสำนวนการไต่สวน และคำให้การของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายอนันต์ ทองลิ้นจี่) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 และพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564
แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงรายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา 1 รายการ คือ รายการเงินลงทุน ห้างหุ้นส่วนจำกัด เซ็นจูรี่ ทีม ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาเป็นหุ้นส่วนลงหุ้นด้วยเงินจำนวน 212,765 บาท และไม่แสดงรายการทรัพย์สินของนางศุภนาภัคหรือนันทิยา ทองลิ้นจี่ คู่สมรส 4 รายการ ได้แก่ รายการเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 574-1-04033-0 จำนวน 40,000 บาท
รายการเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 641-7-11580-2 จำนวน 14,084.79 บาท รายการเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 227-1-25844-2 จำนวน 688,003.58 บาท รายการเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 410-2-037197 จำนวน 10,000 บาท
ผู้ร้อง (ป.ป.ช.) เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาไปรับทราบข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว
ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายอนันต์ ทองลิ้นจี่) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ จึงเป็นรองผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง
บทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งต้องแสดงความโปร่งใสในเรื่องทรัพย์สินและหนี้สินของตน อันเป็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อให้มีการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน
การไม่แสดงรายการทรัพย์สินที่ตนหรือคู่สมรสมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ จึงอาจแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาจงใจไม่ให้มีการตรวจสอบ ย่อมเป็นการฝ่าฝืนหรือเพิกเฉยต่อหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 อีกด้วย
การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงรายการทรัพย์สินของคู่สมรส โดยอ้างแต่เพียงว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าคู่สมรสมีทรัพย์สินดังกล่าว จึงไม่อาจนำมาอ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตามกฎหมายได้
ส่วนเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด เซ็นจูรี่ ทีม นั้น แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเงินลงทุนเพียงร้อยละ 4.25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และไม่มีเอกสารการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว แต่ผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเงินลงทุนดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง แม้จะมีมูลค่าเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ข้ออ้างของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจึงไม่อาจนำมาปฏิเสธการไม่แสดงรายการเงินลงทุนดังกล่าวได้เช่นกัน
และเมื่อผู้ถูกกล่าวหายอมรับข้อเท็จจริงตามคำร้อง ตามพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น จึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167
พิพากษาว่า นายอนันต์ ทองลิ้นจี่ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่ อม 5/2569 คดีหมายเลขแดง ที่ อม 22/2569 ลงวันที่ 21 ส.ค.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา