
ศาลฎีกาพิพากษาฉบับเต็มคดี ‘มงคล ลีลาเลอเกียรติ’ ผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภา ระดับอำเภอ อ.เมืองสมุทรปราการ เจรจาจูงใจแลกเปลี่ยนคะแนนเลือก สว.ระดับจังหวัด ถือกระทำทุจริต เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง10 ปี (ตอนแรก: เหตุเกิดที่ร้านครัวคุณนอ )
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ศาลฎีกาพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายมงคล ลีลาเลอเกียรติ ผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับอำเภอ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 18 ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา ให้ยกคำร้องของผู้ร้องในส่วนของนายขวัญชัย บุญเพ็ชร ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 2 และนายนิธิพล บุญเพ็ชร ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรของผู้คัดค้านที่ 1 (ข่าวเกี่ยวข้อง: เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้มีสิทธิเลือก สว.ระดับ อ.เมืองสมุทรปราการ ทุจริตจัดหาคะแนน)
เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีน่าสนใจ สำนักข่าวอิศรา นำคำพิพากษาฉบับเต็มมารายงาน โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 2 ตอน
เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม
@ คำร้อง กกต. : เหตุเกิดที่ร้านอาหารครัวคุณนอ จ.สมุทรปราการ
คำพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ ลต สว 8/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 55/2568 ศาลฎีกา วันที่ 16 เดือน ธันวาคม พุทธศักราช 2568 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง
นายขวัญชัย บุญเพ็ชร ผู้คัดค้าน ที่ 1 นายมงคล ลีลาเลอเกียรติ ที่ 2 นายนิธิพล บุญเพ็ชร ที่ 3 เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้ง)
ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า สืบเนื่องมาจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ให้ไว้ ณ วันที่ 24 เมษายน 2567 และผู้ร้องได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เรื่อง กําหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กําหนดวันเลือกระดับอําเภอวันที่ 9 มิถุนายน 2567 วันเลือกระดับจังหวัดวันที่ 16 มิถุนายน 2567 และวันเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิถุนายน 2567
@กกต.ได้รับแจงเบาะแสกลุ่มบุคคลนัดหมายกินข้าวแลกเปลี่ยนคะแนน
ก่อนประกาศผลการเลือก ผู้ร้องได้รับรายงาน กรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า พันตํารวจเอกมนัส นครศรี ซึ่งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจําจังหวัดสมุทรปราการ มีหนังสือลงวันที่ 18 มิถุนายน 2567 รายงาน ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดสมุทรปราการว่า ได้รับเบาะแสว่าเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 16.30 นาฬิกา ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 2 ผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับอําเภอ อําเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 18 และผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรของผู้คัดค้านที่จะกระทําการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยมีผู้คัดค้านที่ 2 เป็นคนกลางจัดหาคะแนนเสียงให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 และจะมีการนัดหมายรับประทานอาหารและสนทนาเกี่ยวกับ ผลประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนคะแนนในการลงคะแนนเสียงสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด
@มีคลิปสนทนา
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 เวลา 15.01 นาฬิกา พันตํารวจเอกมนัสได้รับคลิปบันทึกเสียงการ
สนทนา 2 คลิป และภาพถ่ายหลักฐานการจ่ายเงินค่าอาหารที่ร้านครัวคุณนออาหารไทย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ซึ่งในคลิปเสียงบันทึกการสนทนาดังกล่าวเป็นการสนทนาระหว่างบุคคล 4 คน ได้แก่ ผู้คัดค้านที่ 2
ผู้คัดค้านที่ 3 นายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 8 และนางสาวเกศสุดา ธรรมสาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ อําเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในการลงคะแนนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด และผู้คัดค้านที่ 3 เป็นผู้จ่ายเงินค่าอาหาร กรณี จึงมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏว่าผู้คัดค้านทั้งสามกระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1)
@ไต่สวน เนื้อหาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
ผู้ร้องไต่สวนแล้วได้ความว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 16.30 นาฬิกา ผู้คัดค้านทั้งสาม นางสาวเกศสุดา และนายนิพนธ์เดินทางไปที่ร้านครัวคุณนออาหารไทย อําเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้คัดค้าน ที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 3 นางสาวเกศสุดา และนายนิพนธ์สนทนากันเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับ จังหวัดและระดับประเทศ การขอและแลกเปลี่ยนคะแนน รวมถึงการเสนอผลประโยชน์ให้แก่กัน โดยตรวจสอบคลิปบันทึกเสียงการสนทนาดังกล่าวที่มีการถอดข้อความโดยพันตํารวจเอกมนัสแล้วพบว่า มีข้อความที่ผู้คัดค้านที่ 2 ได้กล่าวว่า “ตอนนี้ผมพูดตรง ๆ เลยนะว่าสองนะไม่มี รู้มั้ยทําไมผมถึงพูดคํานี้ เพราะตอนนี้ก็เหมือนอย่างเรา ผมก็หากลุ่ม หากลุ่ม ๆ เรามาจอยกัน แล้วก็ดูวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ว่าเป็นยังไงบ้าง อ่ะ อยากได้แต้มใช่ไหมครับ ผมมีตัวแลกนะ ถ้ายอมถอย ผมมี หรือถ้าอยากได้ตําแหน่ง ผมมีตําแหน่งให้ถ้าผมได้เข้าไป” และ “ผมไม่ได้มองว่าคุณต้องมาช่วยผมร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ผมมองว่าเรารู้จักกันวันนี้เพื่อผลประโยชน์ในวันข้างหน้าที่มันจะลงตัว คุณกับเราต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันแล้วแลกเปลี่ยนกัน หรือว่าคุณพอใจส่วนไหน อ่ะเราจัดให้ได้ เราจัดให้ ถ้าคุณช่วยผลักดันเรา”
และ ผู้คัดค้านที่ 3 กล่าวถ้อยคําว่า “คือ พี่แต้ม (ชื่อเล่นของนายนิพนธ์) ต้องเข้าใจผมอย่างหนึ่งว่าผม ผมเนี่ย ลงมาช่วยคุณพ่อ” แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่ผู้คัดค้านที่ 3 เข้ามาช่วยเจรจากับนายนิพนธ์เพื่อขอให้ลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งมีลักษณะเป็นการเสนอให้ผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่นายนิพนธ์เพื่อจูงใจให้นายนิพนธ์ลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ประกอบกับการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้คัดค้านที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 พบว่า ผู้คัดค้านที่ 2 โทรศัพท์ติดต่อกับผู้คัดค้านที่ 1 จํานวน 34 ครั้ง และผู้คัดค้านที่ 2 โทรศัพท์ติดต่อกับผู้คัดค้านที่ 3 จํานวน 23 ครั้ง จึงน่าเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ 1 ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทําดังกล่าวของผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านทั้งสามร่วมกันเสนอให้ผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่นายนิพนธ์เพื่อจูงใจให้นายนิพนธ์ลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) ซึ่งเป็นการทุจริตในการเลือก อันเป็นเหตุให้การเลือก
สมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ผู้ร้องไต่สวนแล้วจึงมีคําวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 92/2568 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2568 ให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
@คำคัดค้าน -อ้างคุยกันเรื่องจัดมวยการกุศล
ผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคําคัดค้านว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 มาพบกับนางสาวเกศสุดาที่ห้องอาหารภายในร้านอาหารครัวคุณนออาหารไทยเพื่อพูดคุยเรื่องโครงการมวยการกุศล ผู้คัดค้านทั้งสามไม่เคยรู้จักนายนิพนธ์มาก่อนและไม่ทราบว่านางสาวเกศสุดาจะพานายนิพนธ์มาด้วย จากนั้นมีการพูดคุยเรื่องการจัดโครงการมวยการกุศลระหว่างนางสาวเกศสุดากับผู้คัดค้านที่ 3 และบทสนทนาส่วนใหญ่ตามคลิปบันทึกเสียงการสนทนาที่นางสาวเกศสุดาแอบบันทึกไว้ เป็นการสนทนาระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 กับนายนิพนธ์ ซึ่งมีความยาวประมาณ 23 นาที แต่การสนทนาทั้งหมดมีความยาวประมาณ 60 นาที โดยไม่ปรากฏการสนทนาเกี่ยวกับโครงการมวยการกุศลในช่วงต้นช่วงกลาง และช่วงท้ายของการสนทนา และเป็นการแอบบันทึกโดยผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 กับ นายนิพนธ์ไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งนางสาวเกศสุดาพูดในลักษณะชี้นําและชักจูงให้ผู้คัดค้านที่ 2 และ ที่ 3 กับนายนิพนธ์สนทนาในประเด็นตามที่ได้วางแผนไว้กับพันตํารวจเอกมนัสโดยพยายามให้การ สนทนามีลักษณะเสนอผลประโยชน์เพื่อแลกคะแนนเสียง ข้อความการสนทนาจึงมิได้เกิดจากเจตนาที่แท้จริงแต่ต้น แต่เกิดจากการพูดชักจูงให้คล้อยตามว่าสามารถกระทําได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เพื่อนางสาวเกศสุดาจะได้บันทึกเสียงและเลือกข้อความการสนทนาที่ต้องการ
@เตรียมการเพื่อชักจูงหรือล่อลวงให้กระทําการที่เสี่ยงเป็นความผิด
การถอดข้อความตามคลิปบันทึกเสียงการสนทนาไม่ได้ถอดบทสนทนามาทั้งหมด ไม่มีการระบุเวลาช่วงนาทีการสนทนา และไม่อาจทราบได้ว่าบทสนทนาจะเรียบเรียงลําดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหลังถูกต้องหรือไม่ จึงเป็น พยานหลักฐานที่ไม่อาจรับฟังได้ อีกทั้งการกระทําของนางสาวเกศสุดามีลักษณะตระเตรียมการร่วมกันกับพันตํารวจเอกมนัสโดยวางแผนซักซ้อมกันเพื่อชักจูงหรือล่อลวงให้กระทําการที่เสี่ยงเป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งที่ผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 ไม่มีเจตนามาตั้งแต่ต้น อันเป็นการกระทําโดยมีเจตนาไม่สุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินรางวัลจากการแจ้งเบาะแสว่ามีการกระทําผิดกฎหมายเลือกตั้งเป็นการกระทําที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ละเมิดต่อสิทธิส่วนบุคคลและเสรีภาพของบุคคลอื่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 4 และฝ่าฝืนต่อวิธีการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อดําเนินคดีอาญาต่อผู้กระทําความผิด อันเป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และมาตรา 226/1 จึงต้องห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 พูดคุยกับนายนิพนธ์เพื่อสร้างบรรยากาศการสนทนาให้ราบรื่นโดยสุจริตใจและเป็นเพียงการแสดงความเห็นของตนเองเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ไม่ใช่การเสนอผลประโยชน์ให้นายนิพนธ์ และเชื่อว่าหากมี ถ้อยคําใดฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนางสาวเกศสุดาย่อมสามารถทักท้วงได้ ไม่ปรากฏ ข้อความสนทนาใดที่แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านที่ 2 แสดงตนเป็นคนกลางเพื่อจูงใจ ขอหรือแลกเปลี่ยนคะแนน รวมทั้งเสนอผลประโยชน์ใดให้แก่นายนิพนธ์เพื่อขอให้ลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ส่วนบทสนทนาของผู้คัดค้านที่ 3 เป็นการแจ้งให้นายนิพนธ์ทราบว่าผู้คัดค้านที่ 3 มิใช่ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา มาช่วยผู้คัดค้านที่ 1 ในการลงสมัครและหาเสียงตามที่กฎหมายกําหนดเท่านั้น ไม่มีเจตนามาเจรจา แทนผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อนายนิพนธ์พูดเรื่องการเมืองในลักษณะข่มหรืออวดรู้ ผู้คัดค้านที่ 3 จึงตอบไปในลักษณะเอาชนะ ไม่ได้เกิดจากเจตนาที่แท้จริงที่จะกระทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งไม่ปรากฏข้อความใดตามบทสนทนาที่แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านที่ 3 เข้ามาช่วยเจรจาขอให้ลงคะแนนหรือเสนอให้ผลประโยชน์อื่นใด บทสนทนาของผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 เกิดจากการที่ถูกนางสาวเกศสุดาพยายามพูดเพื่อชี้นําและ ชักจูงเพื่อให้พลั้งเผลอพูดไปตามแผนการของนางสาวเกศสุดา ส่วนผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในคลิปบันทึกเสียงการสนทนา ระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภาผู้คัดค้านที่ 1 โทรศัพท์และติดต่อแนะนําตัว
ตามที่กฎหมายกําหนด ไม่เคยเสนอผลประโยชน์หรือกระทําการอื่นใดอันผิดกฎหมายเลือกตั้ง ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้ตกลงหรือร้องขอให้ผู้คัดค้านที่ 2 มาเป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือเป็นตัวกลางหรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัครในการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด บริเวณห้องอาหารที่สนทนาแม้เป็นห้องปรับอากาศ ส่วนตัวแต่เป็นกระจกใสโดยรอบสามารถเห็นได้ชัดเจน ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 กับ ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 3 เป็นการติดต่อกันไปมาเนื่องจากรู้จักกันมานานและเป็นการปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ผู้คัดค้านทั้งสามไม่มีความรู้ทางกฎหมายจึงทําหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการตามที่ทนายความแนะนํา พยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ผู้คัดค้านทั้งสามไม่ได้กระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่นอันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ขอให้ยกคําร้อง
@ ขอให้ ‘เกศสุดา’ ผู้ช่วย ผอ.การเลือกระดับอําเภอ แนะนําผู้สมัครให้รู้จัก
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ต่อมาผู้ร้องได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เรื่อง กําหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กําหนดวันเลือกระดับอําเภอวันที่ 9 มิถุนายน 2567 วันเลือกระดับ จังหวัดวันที่ 16 มิถุนายน 2567 และวันเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิถุนายน 2567
ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 2
ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับอําเภอ อําเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 18
ส่วนผู้คัดค้านที่ 3 เป็นบุตรของผู้คัดค้านที่ 1
โดยผู้คัดค้านที่ 2 รู้จักสนิทสนมกับผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 3 และครอบครัวมาเป็นเวลานาน ทั้งเคยเป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งของผู้คัดค้านที่ 3 ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2566 เมื่อปี 2565 ผู้คัดค้านที่ 2 รู้จักกับนางสาวเกศสุดาหรือ ตุ๊กตา ธรรมสาร ซึ่งเป็นหัวหน้าสํานักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการและเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือ ผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ อําเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยในช่วงวันสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภานางสาวเกศสุดารู้จักกับนายนิพนธ์หรือแต้ม ผดุงศิลป์ไพโรจน์ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับ จังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 8 ส่วนผู้คัดค้านทั้งสามไม่รู้จักกับนายนิพนธ์
ก่อนวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านที่ 2 และนางสาวเกศสุดาติดต่อกัน แล้วผู้คัดค้านที่ 2 ขอให้
นางสาวเกศสุดาแนะนําผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาให้รู้จัก
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ผู้คัดค้านที่ 2 ติดต่อผู้คัดค้านที่ 3 ให้มาพบนางสาวเกศสุดาโดยให้ชักชวนผู้คัดค้านที่ 1 มาด้วย
@ร้านครัวคุณนอ -‘เกศสุดา’อัดคลิปเสียง
ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้า นางสาวเกศสุดาแจ้งผู้คัดค้านที่ 2 ให้ไปพบกันที่ร้านครัวคุณนออาหารไทย อําเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ในเวลาประมาณ 16 นาฬิกา ผู้คัดค้านที่ 2 แจ้งวันเวลาและสถานที่นัดหมายให้ผู้คัดค้านที่ 3 ทราบและให้ผู้คัดค้านที่ 3 แจ้งให้ผู้คัดค้านที่ 1 มาร่วมด้วย จากนั้นผู้คัดค้านทั้งสามและนายพงศ์พัฒน์ เพ็งสวัสดิ์ เดินทางไปที่ร้านครัวคุณนออาหารไทยในเวลาประมาณ 15 นาฬิกา และรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนนางสาวเกศสุดาเข้าไปที่ห้องอาหาร ผู้คัดค้านที่ 1 กับนายพงศ์พัฒน์ออกไปจากห้องอาหาร จากนั้นนายนิพนธ์จึงตามเข้ามา ขณะที่ผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 3 นางสาวเกศสุดา และนายนิพนธ์สนทนากันเป็นเวลาประมาณ 60 นาที นางสาวเกศสุดาได้บันทึกเสียงการสนทนาบางช่วงไว้ตามคลิปบันทึกเสียงการสนทนา 2 คลิป ความยาว 23.02 นาที และ 4.51 นาที ในแผ่นดีวีดีหมาย ว.ร.2 แล้วส่งต่อให้พันตํารวจเอกมนัส จากนั้นพันตํารวจเอกมนัสถอดข้อความการสนทนาดังกล่าวไว้ตามสํานวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 27 ถึงหน้าที่ 43 โดยมีข้อความตอนหนึ่งที่ผู้คัดค้านที่ 2 กล่าวว่า
“ตอนนี้ผมพูดตรง ๆ เลยนะว่าสองนะไม่มี รู้มั้ยทําไมผมถึงพูดคํานี้ เพราะตอนนี้ก็เหมือนอย่างเรา ผมก็หากลุ่ม หากลุ่ม ๆ เรามาจอยกัน แล้วก็ดูวัตถุประสงค์ของแต่ละคนว่าเป็นยังไงบ้าง อ่ะ อยากได้แต้มใช่ไหมครับ ผมมีตัวแลกนะ ถ้ายอมถอย ผมมี หรือถ้าอยากได้ตําแหน่งผมมีตําแหน่งให้ถ้าผมได้เข้าไป” และ “ผมไม่ได้มองว่าคุณต้องมาช่วยผมร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ผมมองว่าเรารู้จักกันวันนี้เพื่อผลประโยชน์ในวันข้างหน้าที่มันจะลงตัว คุณกับเราต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันแล้วแลกเปลี่ยนกัน หรือว่าคุณพอใจส่วนไหน อ่ะเราจัดให้ได้ เราจัดให้ ถ้าคุณช่วยผลักดันเรา”
ตามสํานวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 27 และหน้าที่ 33 และผู้คัดค้านที่ 3 กล่าว ถ้อยคํากับนายนิพนธ์ว่า “คือ พี่แต้ม ต้องเข้าใจผมอย่างหนึ่งว่าผม ผมเนี่ยลงมาช่วยคุณพ่อ” ตามสํานวน การไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ เอกสารหมาย ร.1 หน้า 31
เนื้อหาตอนต่อไปว่าด้วยคำวินิจฉัย

ข่าวคดีรายอื่นก่อนหน้า
- ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ‘ธานนท์’ ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอสิชล ต้องคดีค้ายา (1)
- ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.ศรีสะเกษ มีประวัติยักยอกทรัพย์ (2)
- ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ10 ปีผู้ได้รับเลือก สว.อำเภอ จ.สระแก้ว มีประวัติทุจริตเลือกตั้ง (3)
- ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.นราธิวาส มีประวัติลักทรัพย์ (4)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.มหาสารคาม มีประวัติเจ้ามือเล่นพนัน(5)
- ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.ยะลา เคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่น(6)
- ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.สมุทรสาคร ถือหุ้นบมจ.อาร์เอส (7)
- ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ ในจ.อ่างทอง ต้องคดีค้ายาเสพติด (8)
- ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ ในจ.ตราด ถูกจำคุกคดีเจ้ามือไพ่รัมมี่ (9)
- ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.นนทบุรี เคยจำคุกคดีหมิ่นประมาท (10)
- ศาลฎีกาฯพิพากษาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับ จ.พัทลุง ถือหุ้นสื่อ อสมท (11)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ กําแพงเพชร มีประวัติเรียกรับทรัพย์สิน (12)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.เพชรบุรี ลงสมัครคราวเดียว‘ลูกสาว’ (13)
- ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.เพชรบุรี ลงสมัครคราวเดียว‘สามี’ (14)
- รายที่ 2! เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอ จ.เพชรบุรี สมัครคราวเดียว‘สามี’ (15)
- ศาลเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปีผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับอ.เมืองเพชรบูรณ์ สมัครคราวเดียวเมีย (16)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปีผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ถือหุ้น บมจ.อาร์เอส
- หุ้นเดียวก็ไม่ได้! ฉบับเต็ม ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับอ.เมืองสมุทรสงคราม ถือหุ้น‘อาร์เอส’ (17)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือก สว.ระดับ จ.อ่างทอง พ้นที่ปรึกษานายกอบจ.ไม่ถึง 5 ปี
- ฉบับเต็มคดี‘คอดียะฮ์’ผู้สมัคร สว.! ไขปม ‘ที่ปรึกษานายก อบจ.’ เป็นผู้บริหารท้องถิ่น (18)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับ อ.สามชุก พ้นรองนายกเทศฯไม่ถึง 5 ปี (19)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับ อ.บ้านแหลม พ้นรองนายกเทศฯไม่ถึง 5 ปี (20)
- คำพิพากษาฉบับเต็ม! เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี 2 ผู้สมัคร จ.ชลบุรี จับคู่ฮั้วลงคะแนนเลือก สว. (21)
- เพิกถอน 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับ จ.สระบุรี โทร.ขอให้ถอนตัว/‘คุณนายจะเอาอะไรก็บอก’ (22)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี! ผู้สมัคร สว.ระดับ จ.อุบลฯ โทร.เสนอเงิน“ป๋าเลือกผม..เลากะให้ค่ารถห้าหมื่น” (23)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ เขตหลักสี่ กรอกข้อมูลเท็จเป็นผู้สูงวัย 60 ปี (24)
- เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัด นครราชสีมา ส่งไลน์ขอแลกคะแนน (25)
- รายที่ 2! ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ จ.ศรีสะเกษ ถือหุ้น อสมท. (26)
- ฉบับเต็ม!คดีผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ จ.ศรีสะเกษ ถือ 500 หุ้น อสมท. ชี้เพียงหุ้นเดียวก็ผิด (27)
- เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้มีสิทธิเลือก สว.ระดับ อ.เมืองสมุทรปราการ ทุจริตจัดหาคะแนน (28)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา