
‘พาณิชย์’ เผย 'อัตราเงินเฟ้อทั่วไป' ธ.ค.68 ติดลบ 0.28% หดตัวต่อเนื่องเดือนที่ 9 ส่วนทั้งปี 68 ติดลบ 0.14% มองปี 69 ขยายตัว 0-1% ประเมินเลือกตั้งฯ ‘เงินถูกกฎหมาย’ สะพัด 9.2 พันล้าน แต่ไม่กระตุกเงินเฟ้อ
...............................
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือน ธ.ค.2568 ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือน ธ.ค.2568 เท่ากับ 100.19 ลดลง 0.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลดลงเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน และลดลงในอัตราที่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.2568 ซึ่งอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง 0.49%
โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ธ.ค.2568 ลดลง มาจากลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับน้ำมันดีเซลลดลง ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลงต่อเนื่อง จากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายหมวดสินค้า พบว่า ในเดือน ธ.ค.2568 หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ เช่น ปลาทู พริกสด ผักชี ผักกาดขาว กับข้าวสำเร็จรูป และกาแฟผงสำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ และส้มเขียวหวาน เป็นต้น
ส่วนหมวดอื่นๆที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันดีเซล และแก๊สโซฮอล์ เป็นต้น ส่วนสินค้าราคาสูงขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ และค่าโดยสารรถไฟฟ้า เป็นต้น
นายนันทพงษ์ ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการในเดือน ธ.ค.2568 กับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ธ.ค.2567) พบว่า สินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นมีจำนวน 232 รายการ จากสินค้าทั้งหมด 464 รายการ เช่น ปลาทู พริกสด ผักบุ้ง ผักกาดขาว กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) กับข้าวสำเร็จรูป ค่าเช่าบ้าน ค่าแต่งผมชาย ค่าบริการขนขยะ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าทัศนาจรต่างประเทศ เป็นต้น
สำหรับสินค้าที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลงมี 45 รายการ เช่น ค่าโดยสารรถแท็กซี่ ค่าโดยสารรถไฟ ค่าโดยสารเรือ ค่าใบอนุญาตขับขี่ ค่าเบี้ยประกันทรัพย์สิน หนังสือพิมพ์ ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พรบ.) เป็นต้น ขณะที่สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลงมีจำนวน 187 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ ต้นหอม ขิง กระเทียม ส้มเขียวหวาน มะม่วงน้ำ ดื่มบริสุทธิ์ ค่ากระแสไฟฟ้า แชมพู รถยนต์ และน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทั้งปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.2568) อยู่ที่ 100.26 ลดลง 0.14% เมื่อเทียบกับปี 2567 และเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ธ.ค.2568 เท่ากับ 101.62 สูงขึ้น 0.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทั้งปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.2568) สูงขึ้น 0.84% เมื่อเทียบกับปี 2567
นายนันทพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงไตรมาส 1/2569 สนค.คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ -0.5-0% มีค่ากลาง -0.25% โดยปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อน ทั้งนี้ หากในช่วงไตรมาส 1/2569 ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับปัจจุบัน คือ 31.99 บาท/ลิตร ซึ่งลดลงจากในช่วงต้นปี 2568 ที่ราคาอยู่ที่ 35.96 บาท/ลิตร หรือลดลง 11% จะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไป -0.2%
2.การขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลในช่วงการเลือกตั้งและการเตรียมจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลให้อุปสงค์อ่อนลงบ้าง แต่เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่จะมีการออกมาตรการเพื่อช่วยประคับประคองอุปสงค์ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงหลังเลือกตั้ง รวมทั้งจะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ในขณะภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัว
นอกจากนี้ สนค.จะมีติดตามและเผ้าระวังสถานการณ์ราคาผักสดอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปค่อนข้างมาก โดยในเดือน ธ.ค.2568 อัตราเงินเฟ้อในส่วนสินค้าผักสดปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งผักสดที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น เช่น พริกสด ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว บวบ และใบกะเพรา ขณะที่ในเดือน ธ.ค.2568 พบว่า ราคาผักสดโดยเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.5%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สนค.มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อบริหารจัดการเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 1/2569 ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ในสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว สิ่งที่สำคัญ คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดอุปสงค์ เช่น การกระตุ้นการใช้จ่ายและความเชื่อมั่นของประชาชน 2.การควบคุมกลไกตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน เช่น ดูแลสินค้าจำเป็นและบริหารจัดการปริมาณสินค้าให้เพียงพอในสถานการณ์ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม
3.การติดตามและบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของราคาและเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับตัวของเงินเฟ้อ รวมถึงการคาดการณ์และเตรียมการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
นายนันทพงษ์ ระบุว่า สนค.คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 จะอยู่ที่ 0-1% มีค่ากลางอยู่ที่ 0.5% ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.14% โดยมีปัจจัยสนับสนุนได้แก่ 1.ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้น จากนโยบายรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และ 2.การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนปัจจัยท้าทาย ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ที่ 60-70 ดอลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 6 ปี 2.เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำที่ 1.7% ต่ำสุดในรอบ 5 ปีนับจากปี 2565 3.ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าผิดปกติและแข็งเร็วกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค 4.เศรษฐกิจโลกขยายตัวต่ำ โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ในปี 2569 ต่ำสุดในรอบ 6 ปีนับจากวิกฤติโควิดในปี 2564
5.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเชิงพื้นที่และหลายมิติ จาก 2 ขั้วมหาอำนาจสำคัญของโลก และ 6.ความไม่แน่นอนของภัยพิบัติทางธรรมชาติ
“แม้ว่าในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับตัวสูงขึ้น แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างต้นทุนเป็นหลัก มากกว่าแรงกดดันด้านดีมานด์ การฟื้นตัวของเงินเฟ้อจึงเป็นอย่างจำกัด ขณะที่มาตรการภาครัฐในการกระตุ้นการใช้จ่ายจะเป็นส่วนที่มีความสำคัญ” นายนันทพงษ์ กล่าว
นายนันทพงษ์ ยังระบุว่า “ในส่วนของภาวะเงินฝืดนั้น ยังเป็นประเด็นที่ยังต้องเฝ้าระวังตลอด และแม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แต่ไม่เสมอไปที่จะเกิดจากดีมานด์ บางครั้งเกิดจากโครงสร้างซัพพลาย ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว คือ เรายังคงต้องเร่งมาตรการภาครัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส การใช้จ่ายในภาครัฐ การกระตุ้นการท่องเที่ยวและการลงทุน เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นดีมานด์ เพื่อทำให้เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ไม่เกิดภาวะเงินฝืด”
นายนันทพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงการหาเลือกตั้งฯในปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณเงินจากการเลือกตั้งที่เข้าระบบอย่างถูกกฎหมาย 9,207.4 ล้านบาท ซึ่งคำนวณมาจาก 1.ผู้สมัคร สส.แบ่งเขต 3,526 คน ใช้เงินไม่เกิน 1.9 ล้านบาท/คน หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 6,699.4 ล้านบาท และ 2.พรรคการเมืองที่ส่ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ 57 พรรค ใช้เงินไม่เกิน 44 ล้านบาท/พรรค หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 2,508 ล้านบาท
“การใช้เงินตรงนี้ จะอยู่ใน 3 ส่วน คือ ทำป้ายหาเสียง เช่ายานพาหนะหาเสียง และกิจกรรมปราศรัยหาเสียง แต่ใน 3 ส่วนนี้ วัสดุที่ใช้ในการทำป้ายหาเสียง เช่น กระดาษหรือไวนิล ไม่ได้อยู่ในตะกร้าเงินเฟ้อ ส่วนการจ้างงาน แม้ว่าส่วนเกี่ยวเนื้อง แต่มีน้ำหนักน้อยมาก จึงคาดว่าปริมาณเงินจากการหาเสียงเหล่านี้ ไม่ได้กระตุกให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่หลังการเลือกตั้ง เมื่อรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน และใส่เงินภาครัฐเข้าไป อันนั้นจะกระตุกให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น” นายนันทพงษ์ ระบุ
อ่านประกอบ :
‘ค่าไฟ-ราคาน้ำมัน’ลด! ‘เงินเฟ้อทั่วไป’พ.ย.68 ลบ 0.49% หดต่อเนื่อง 8 เดือน-มองปีหน้า 0-1%
ราคา‘หมู-ไข่-ผัก-พลังงาน’ลด!‘พาณิชย์’เผย‘เงินเฟ้อทั่วไป’ต.ค.ลบ 0.76% หดต่อเนื่อง 7 เดือน
ราคา‘อาหาร-พลังงาน’ลด! เงินเฟ้อทั่วไป ส.ค.68 ลบ 0.79%-เฉลี่ย 8 เดือน 0.08% คาดทั้งปี 0%
‘ค่าไฟ-น้ำมัน-ผักสด’ลด! เงินเฟ้อทั่วไป ก.ค.68 ลบ 0.7% หดตัวเดือนที่ 4-Core CPI โต 0.84%
ราคา‘น้ำมัน-ค่าไฟ-ไข่’ลด! เงินเฟ้อทั่วไป มิ.ย.ลบ 0.25% หดตัวเดือนที่ 3-Core CPI โต 1.06%
'พณ.'เผยเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค.68 ลบ 0.57% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน สวนทาง Core CPI โต 1.09%
‘ราคาพลังงาน-อาหารสด’ลดลง! ‘เงินเฟ้อทั่วไป’เม.ย.68 ลบ 0.22% หดตัวครั้งแรกในรอบ 13 เดือน
‘พาณิชย์’เผย‘เงินเฟ้อทั่วไป’ มี.ค. โต 0.84%-จ่อหั่นคาดการณ์ทั้งปี 68 รับ‘ภาษีทรัมป์’
‘ค่าอาหาร-ดีเซล-ค่าไฟ’เพิ่มขึ้น! เงินเฟ้อทั่วไป ก.พ.68 โต 1.08%-เฉลี่ย 2 เดือนแรก 1.2%
ราคา‘น้ำมัน-ผลไม้สด’สูงขึ้น ดัน‘เงินเฟ้อทั่วไป’ ม.ค.68 ขยายตัว 1.32%-Core CPI แตะ 0.83%
‘พาณิชย์’เผย CPI ธ.ค.67 ขยายตัว 1.23% เฉลี่ยทั้งปีโต 0.4%-ขึ้น'ค่าแรง'ไม่กระทบ'เงินเฟ้อ'
'พาณิชย์'เผย'เงินเฟ้อทั่วไป' พ.ย.67 ขยายตัว 0.95%-ทั้งปีไม่เกิน 0.5%-มองปีหน้า 0.3-1.3%
เงินเฟ้อทั่วไป ต.ค.67 ขยายตัว 0.83%-เฉลี่ย 10 เดือน 0.26% 'สนค.'คาดทั้งปีโตไม่เกิน 0.5%
เงินเฟ้อทั่วไป ก.ย.67 โต 0.61% หั่นเป้าทั้งปี 0.2-0.8% เผยแจก‘หมื่น’ไม่กระทบราคาสินค้า
ราคา'ผัก-อาหาร'เพิ่มขึ้น ดันเงินเฟ้อทั่วไป ส.ค.67 ขยายตัว 0.35%-เฉลี่ย 8 เดือนโต 0.15%
เงินเฟ้อทั่วไป ก.ค.67 ขยายตัว 0.83%-‘พาณิชย์’เชื่อ‘ดิจิทัลวอลเลต’ไม่ทำราคาสินค้าขยับขึ้น
‘พาณิชย์’เผย‘เงินเฟ้อทั่วไป’พ.ค.67 ขยายตัว 1.54% สูงสุดในรอบ 13 เดือน-คงเป้าทั้งปี 0-1%
‘พาณิชย์’เผย‘อัตราเงินเฟ้อทั่วไป’ เม.ย.67 ขยายตัว 0.19% พลิกบวกครั้งแรกในรอบ 7 เดือน
‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อทั่วไป มี.ค.67 ติดลบ 0.47%-ปรับคาดการณ์ทั้งปีเป็นขยายตัว 0-1%
‘พาณิชย์’เผยเงินเฟ้อทั่วไป ก.พ.67 ติดลบ 0.77% หดตัวเป็นเดือนที่ 5-'Core CPI'ยังโต 0.43%
หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน! ‘พาณิชย์’เผยเงินเฟ้อทั่วไป ม.ค.67 ติดลบ 1.11%-Core CPI บวก 0.52%
หดตัวเดือนที่ 3! เงินเฟ้อทั่วไป ธ.ค.66 ลบ 0.83%-‘พาณิชย์’ย้ำยังไม่ถึงจุดเป็นภาวะเงินฝืด
ต่ำสุดรอบ 33 เดือน! เงินเฟ้อทั่วไป พ.ย.66 หด 0.44%-ธ.ค.ส่อลบอีก แต่ไม่เข้านิยาม‘เงินฝืด’
ยันไม่ใช่เงินฝืด! เงินเฟ้อ พ.ย. ลบ 0.31% หดตัวครั้งแรกรอบ 25 เดือน รับอานิสงส์มาตรการรัฐ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา