
‘แบงก์ชาติ’ เผยเครื่องชี้เศรษฐกิจ ก.พ.69 ชะลอตัว หลัง ‘ส่งออก-นักท่องเที่ยวต่างชาติ-บริโภคเอกชน’ ลดลง ขณะที่สงครามตะวันออกกลาง กระทบ ‘ความเชื่อมั่นฯ-ท่องเที่ยว-ส่งออก’ ส่อฉุดจีดีพีไทยเสี่ยงโต ‘ด้านต่ำ’
.........................................
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และโฆษก ธปท. แถลงสรุปรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือน ก.พ.2569 ว่า เศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ.2569 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) ที่ลดลง หลังจากเร่งตัวไปแล้วในเดือนก่อนจากปัจจัยชั่วคราว ขณะที่รายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลง
ส่วนการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวลดลง หลังมีการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับกิจกรรมภาคบริการและการผลิตลดลง อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง
ด้าน เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อน จากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะในหมวดอาหารสด ขณะที่หมวดพลังงานทรงตัว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาเครื่องประกอบอาหารและอาหารสำเร็จรูปปรับลดลง ขณะที่ราคาของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้นตามดุลการค้าเป็นสำคัญ

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยระยะต่อไป มีความเสี่ยงด้านต่ำ จากผลกระทบของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่ทำให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงขึ้น และเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัว จากราคาพลังงานโลกและต้นทุนด้านโลจิกติกส์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวในระยะต่อไป โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์
ทั้งนี้ จากผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ เดือน มี.ค.2569 ซึ่งสำรวจตั้งแต่ 1-24 มี.ค.2569 พบว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจไทยแล้ว สะท้อนจากความเชื่อมั่นฯที่ปรับลดลงจากเดือนก่อน โดยความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ไม่ใช่ภาคการผลิต ปรับลดลงจากกลุ่มโรงแรม และร้านอาหาร ส่วนหนึ่งมาจากการยกเลิกการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักแรมของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ภาคใต้
ส่วนความเชื่อมั่นฯในภาคการผลิตก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ส่วนหนึ่งมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและการนำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำ
น.ส.ชญาวดี กล่าวต่อว่า เมื่อมองไปในอีก 3 เดือนข้างหน้า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจฯปรับลดลงเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นที่ไม่ใช่ภาคการผลิต นำโดยกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร ตามความกังวลในเรื่องความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ส่วนในภาคการผลิต ความเชื่อมั่นที่ปรับตัวลดลงนั้น นำโดยกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงกลุ่มการผลิตเหล็ก ตามความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนวัตถุดิบในระยะต่อไป
เมื่อสอบถามถึงความกังวลและข้อจำกัดของภาคธุรกิจ 5 อันดับแรก พบว่า ภาคธุรกิจมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตมาเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน รองลงมาเป็นเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อันดับ 3 คือ การปรับราคาสินค้าทำได้ยาก อันดับ 4 ความต้องการในประเทศต่ำ และอันดับ 5 การแข่งขันในประเทศรุนแรง

น.ส.ชญาวดี ระบุว่า ในด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว เมื่อพิจารณาจาก Seat Capacity จากชาวต่างชาติและปริมาณการค้นหาเที่ยวบินและที่พักในไทยของชาวต่างชาติ พบว่า ปริมาณการค้นหาเที่ยวบินและที่พักในไทยฯ เดือน มี.ค.2569 ปรับตัวลดลง ส่วน Seat Capacity ที่ปรับลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูงนั้น เป็นเพราะมีการสำรองล่วงหน้า มีการปรับเส้นทางบินในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งมีการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากยุโรปมาไทยมากขึ้น แต่ยังต้องติดตามใกล้ชิด
ขณะที่ดัชนีจำนวนผู้โดยสารต่างชาติและเที่ยวบินขาเข้าท่าอากาศยานไทย ซึ่งสำรวจตั้งแต่ 1-29 มี.ค.2569 พบว่า อุปทานเที่ยวบินและจำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งฯ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านน่านฟ้า ทำให้การเดินทางจากตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งต้องผ่านตะวันออกกลางหยุดชะงักลง และแม้ว่าสายการบินบางสายจะกลับมาดำเนินการได้ จากการปรับเส้นทางบินหรือใช้สนามบิน แต่ก็ดำเนินการได้เพียงบางส่วน

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ในส่วนกิจกรรมด้านการส่งออก ซึ่งพิจารณาจากเครื่องชี้การขนส่งทางเรือและปริมาณเรือขาเข้าภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลาง พบว่าลดลงต่อเนื่อง ส่วนปริมาณเรือขาออกจากประเทศไทย ในช่วงวันที่ 1-20 มี.ค.2569 แม้ว่าจะมีทิศทางลดลงบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับสูง ส่วนดัชนีค่าระวางเรือประเภทต่างๆปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังเพิ่มขึ้นไม่เร็วมาก เนื่องจากยังมี over capacity อยู่บ้าง แต่ในระยะต่อไปยังต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
“เราเริ่มเห็นสัญญาณต่างๆ และคงต้องติดตามพัฒนาการ ทั้งในเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักอย่างใกล้ชิด” น.ส.ชญาวดี กล่าว
น.ส.ชญาวดี ระบุด้วยว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามและเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ได้แก่ 1.พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง 2.ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน รวมถึงมาตรการรับมือและเยียวยาของภาครัฐจากราคาพลังงานและราคาสินค้าที่สูงขึ้น และ 3.การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งยังต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะบางเรื่องยังมีความไม่ชัดเจนอยู่
เมื่อถามว่า ในเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของไทย ถึงจุดที่จำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยมาดูแลเศรษฐกิจไทยหรือยัง น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า “นโยบายดอกเบี้ยถูกใช้มาตลอดในเรื่องการประคับประคองเศรษฐกิจ และตอนนี้ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงหรือช็อกที่เข้ามากระทบกับเศรษฐกิจไทย เป็นเรื่องของฝั่งอุปทานเป็นหลัก และอย่างที่เราทราบกันดีว่า ในแง่ของฝั่งอุปทานนั้น อัตราดอกเบี้ยอาจจะทำงานไม่ได้ดีนัก
อย่างไรก็ดี จะต้องติดตามว่าในแง่ของราคาที่เกิดจากอุปทาน จะมีความยืดเยื้อ ยาวนาน และรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และบทบาทนโยบายดอกเบี้ย จะสามารถเข้ามามีบทบาทได้มากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่า น่าจะต้องมีมาตรการอื่นๆในการเข้ามาช่วยได้ตรงจุดกว่าดอกเบี้ยอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้เข้าใจว่าน่าจะมีค่อยๆ ทยอยออกมา”
น.ส.ชญาวดี ย้ำว่า “ในแง่ของการทำนโยบายการเงิน ต้องเรียกว่าเป็นนโยบายที่เป็นฝั่งอุปสงค์เป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบัน ช็อกที่เกิดขึ้นเป็นส่วนที่เกิดจากฝั่งอุปทาน และที่ผ่านมาเราก็ประคับประคองอยู่ๆแล้ว ฉะนั้น คงต้องดูพัฒนาการระยะต่อไปด้วยว่า หากเงินเฟ้อปรับขึ้นเร็ว แล้วค้างสูงอยู่ แรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพิ่มเติม และส่งให้อุปสงค์มีปัญหา เราก็คงต้องดูบริบทตรงนั้นอีกทีว่า ดอกเบี้ยจะเข้ามามีบทบาทได้ตรงจุดไหน แต่ดอกเบี้ยอาจจะไม่ใช่มาตรการเดียวที่จะมาดูแลเรื่องนี้ คงต้องมีมาตรการอื่นๆเข้ามาเสริม แล้วต้องทำให้ตรงจุดด้วย
ในเรื่องดอกเบี้ย ถ้าเงินเฟ้อสูง ต้องเพิ่มดอกเบี้ยหรือไม่ หรือถ้าเศรษฐกิจไม่ดี จะลดดอกเบี้ยไหม ถ้าลดดอกเบี้ยจะช่วยได้หรือเปล่า และถ้าปรับขึ้นดอกเบี้ย จะช่วยเงินเฟ้อไหม ทั้งๆที่เงินเฟ้อมาจากอุปทาน หรือถ้าดอกเบี้ยลดลงไปกว่านี้ จะทำให้กระตุ้นการบริโภคหรือช่วยเหลือเศรษฐกิจหรือไม่ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ความเสี่ยงสูง และดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับที่ต่ำอยู่แล้ว ก็คงต้องประเมินบริบท แล้วก็มองไปข้างหน้า ภายใต้สถานการณ์ที่มีความแน่นอน ซึ่งไม่ง่าย”
น.ส.ชญาวดี ระบุว่า ธปท.พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ ในการดูแลและช่วยประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงนี้ และคาดว่าจะมีมาตรการต่างๆออกมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ
สำหรับรายละเอียดภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือน ก.พ.2569 มีดังนี้
ภาวะเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
การบริโภคภาคเอกชน
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนจากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเป็นหลัก ตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ลดลงหลังจากที่ผู้บริโภคเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง นอกจากนี้ หมวดบริการปรับลดลงจากหมวดโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลง และหมวดสินค้าไม่คงทนลดลง ตามการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ดี หมวดสินค้ากึ่งคงทนเพิ่มขึ้น ตามการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากความคาดหวังในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และมาตรการภาครัฐที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจ
การลงทุนภาคเอกชน
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อนจากทั้งการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดก่อสร้าง โดยหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ แม้ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศจะลดลง ด้านการลงทุนในหมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากทั้งอาคารที่มิใช่ที่อยู่อาศัยตามการก่อสร้างอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ รวมทั้งอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้าน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหมวดยานพาหนะลดลงตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่เร่งไปในช่วงก่อน ประกอบกับการนำเข้าเครื่องบินและเรือที่ลดลงด้วย

จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลที่ลดลงหลังเดินทางเข้ามามากในช่วงก่อนหน้า รวมถึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและมาเลเซียที่ลดลงหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอน อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวจีนปรับเพิ่มขึ้นจากการเดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้านรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การส่งออกสินค้า
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากทั้งการส่งออกสินค้าในหมวดปิโตรเลียมตามการส่งออกไปอาเซียน และหมวดอัญมณีและเครื่องประดับตามการส่งออกไปอินเดียที่ลดลงหลังเร่งไปมากในเดือนก่อนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าในหมวดสินค้าอื่นๆ ยังเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยหมวดอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นตามการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปจีนและสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกง ขณะที่หมวดยานยนต์และชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นตามการส่งออกรถยนต์นั่งไปออสเตรเลีย และรถยนต์เชิงพาณิชย์ไปยังออสเตรเลียและตะวันออกกลาง

การนำเข้าสินค้า
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จาก 1) หมวดเชื้อเพลิงตามการนำเข้าน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ที่ลดลงในด้านปริมาณเป็นสำคัญ 2) หมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน หลังเร่งไปในเดือนก่อน
และ 3) หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรจากหลายประเทศ และคอมพิวเตอร์ จากจีน หลังจากที่เร่งไปในเดือนก่อน อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องประดับจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเพื่อจำหน่ายในงานจัดแสดงเครื่องประดับในไทย
การใช้จ่ายภาครัฐ
การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ และงบบุคลากร ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคม และการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 อย่างไรก็ตาม รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก

เศรษฐกิจด้านอุปทาน
การผลิตภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลง จากเดือนก่อนในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30 ลดลงจากการผลิตหมวดปิโตรเลียมที่หยุดผลิตชั่วคราวตามแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 ลดลงจากหมวดยานยนต์หลังเร่งผลิตไปมากในช่วงก่อนหน้าเพื่อรองรับอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าร้อยละ 60 ลดลงตามการผลิตเครื่องปรับอากาศที่มีระดับสินค้าคงคลังสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอุปสงค์ที่ลดลงและการแข่งขันที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ยังมีหมวดที่การผลิตปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางและพลาสติก อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
ภาคบริการ
เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคการค้าชะลอลงจากยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมและยอดจำหน่ายยานยนต์ที่ลดลง ประกอบกับกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวปรับลดลงจากธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ตามจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน อย่างไรก็ดี กิจกรรมในภาคขนส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามการขนส่งผู้โดยสาร จากจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและการเดินทางในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น ด้านกิจกรรมในภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างของทั้งภาครัฐและเอกชน
รายได้เกษตรกร
รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องเป็นสำคัญ โดยเฉพาะยางพารา สุกร ปาล์มน้ำมัน และข้าวขาว จากอุปทานทั้งในและต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง และอุปสงค์ยางพาราจากจีนที่ฟื้นตัวไม่มากนัก แม้ว่าในเดือนนี้ปริมาณผลผลิตจะขยายตัวดีจากผลผลิตปาล์มน้ำมันและอ้อยจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงการเลื่อนการเก็บเกี่ยวอ้อยจากปลายปีก่อนมาเป็นไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากฝนตกหนัก
ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
ภาวะการเงิน
การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตอาหารและภาคการค้า ประกอบกับการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากการขายหุ้นเพิ่มทุนของธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับซอฟแวร์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลง จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและก่อสร้าง
สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ ณ 25 มี.ค. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในประเทศเศรษฐกิจหลักและภูมิภาค ตามการปรับการคาดการณ์ของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินเพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากผลของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้นมาก
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. เดือน ก.พ. 69 เงินบาทเฉลี่ยปรับแข็งค่าเล็กน้อย โดยเงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นเดือน จากเสถียรภาพการเมืองไทยที่ปรับดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี เงินบาทปรับอ่อนค่าในช่วงปลายเดือน ก.พ. 69 และอ่อนค่าเร็ว ในเดือน มี.ค. 69 (ข้อมูลถึง 25 มี.ค. 69) ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. เนื่องจากตลาดปรับลดคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จากผลของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้นมาก
ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยอ่อนค่าในเดือน ก.พ. 69 และ มี.ค. 69 มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่ง จากความกังวลของตลาดที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบมากเนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงและกว่าครึ่งมาจากตะวันออกกลาง

เสถียรภาพเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักและเนื้อสัตว์ที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาเครื่องประกอบอาหารและอาหารสำเร็จรูปปรับลดลง ขณะที่ราคาของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้นจากการลดการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการ

ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมลดลงจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ปรับลดลง

ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น จากดุลการค้าที่เกินดุลตามการนำเข้าสินค้าที่ลดลง ประกอบกับดุลรายได้ บริการและเงินโอนเกินดุลเพิ่มขึ้น ตามการส่งกลับกำไรไปต่างประเทศที่ลดลงและรายรับเงินโอนที่เพิ่มขึ้น
อ่านประกอบ :
ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย ม.ค.69 ขยายตัวจากเดือนก่อน-ย้ำส่งออกพุ่ง'สองหลัก' แต่ภาคผลิตแทบไม่โต
ธปท.เผยเครื่องชี้เศรษฐกิจ พ.ย.ดีขึ้น-จีดีพีปี 68 โตตามคาด เร่งแก้‘บาทแข็ง’เกินพื้นฐาน
‘ส่งออก-ท่องเที่ยว-บริโภค’ดีขึ้น! ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ต.ค.68 ขยายตัว-เกาะติดผลกระทบ‘น้ำท่วม’
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ก.ย.ดีขึ้นจากเดือนก่อน-จับตา‘คนละครึ่ง’ช่วยดัน‘จีดีพี’ปี 68 โตเกิน 2.2%
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ส.ค.68 ชะลอตัว มอง‘คนละครึ่ง’สร้างความเชื่อมั่น-กระตุ้น GDP ไม่ถึง 0.4%
‘ภาคท่องเที่ยว-ลงทุนเอกชน’ลดลง! ‘ธปท.’เผยเศรษฐกิจ ก.ค.68 ชะลอตัว-แนวโน้มแผ่วต่อเนื่อง
‘ส่งออก-บริโภค-ท่องเที่ยว’ลด! ‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ มิ.ย.68 ชะลอ-คาดGDPไตรมาส 2 ใกล้เคียง 3%
ธปท.เผยเศรษฐกิจ พ.ค.68 ชะลอตัวจากเดือนก่อน-ชี้‘เงินบาท’เคลื่อนไหวสอดคล้องปัจจัยพื้นฐาน
ธปท.ชี้เศรษฐกิจ เม.ย.ดีขึ้น-มองเจรจาการค้า‘สหรัฐ-จีน’สัญญาณบวก ‘จีดีพี’ปีนี้อาจโตเกิน 2%
‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ มี.ค.68 ชะลอตัวจากเดือนก่อน เผย‘ส่งออก-ท่องเที่ยว-บริโภค-ลงทุน’แผ่ว
‘ธปท.’ชี้‘ท่องเที่ยว-ส่งออก-บริโภคเอกชน’โต หนุนเศรษฐกิจ ม.ค.68 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน
‘ธปท.’เผยเศรษฐกิจไทย ธ.ค.ชะลอตัว-หั่นคาดการณ์จีดีพีไตรมาส 4/67 เติบโตไม่ถึง 4%
‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ พ.ย.ชะลอ หลังเร่งตัวจาก‘เงินโอน’-แนะรัฐบาล‘ลงทุน’ได้ผลดีกว่า‘แจกเงิน’
IMF มองจีดีพีไทยปีหน้าโต 2.9% แนะ‘กนง.’ลดดบ.อีก 1 ครั้ง-‘ธปท.’ชี้เศรษฐกิจ ต.ค.67 ดีขึ้น
‘ธปท.’เผยเศรษฐกิจไทย ก.ย.67 ชะลอลงจากเดือนก่อน-คาดจีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวใกล้ 3%
