เผยเบื้องหลังมติศาลรัฐธรรมนูญ 5 : 4 เสียง ไม่รับคำร้อง ป.ป.ช. วินิจฉัยกรณีเปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม แบ่งฝ่ายละ 4 เท่ากัน ก่อน 'วรวิทย์ กังศศิเทียม' ปธ. ลงคะแนนเสียงสุดท้ายชี้ขาด
กรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2566 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่ข่าวศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) (กรณี สำนักงาน ป.ป.ช.ร้องขอให้ศาลทบทวนพิจารณาคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลสอบคดี นาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แก่ นายวีระ สมความคิด)
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ในการลงมติของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้อง ป.ป.ช.กรณีนี้ ความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายที่เห็นควรรับเรื่อง และไม่รับเรื่อง ลงคะแนนฝ่ายละ 4 เสียงเท่ากัน
ก่อนที่ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะลงมติเสียงที่ 5 ตัดสินว่า ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
โดย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีความเห็นว่าควรรับเรื่อง 4 ราย คือ นายจิรนิติ หะวานนท์ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายอุดม รัฐอมฤต นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์
ส่วน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีความเห็นว่าไม่ควรรับเรื่อง 4 ราย คือ นายปัญญา อุดชาชน นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
สำหรับผลการพิจารณากรณีนี้ของ ศาลรัฐธรรมนูญ นั้น สำนักข่าวอิศรา รายงานไปแล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีความเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้องค์กรอิสระมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยในปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่เป็นความขัดแย้งเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กรอิสระตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป ซึ่งการยื่นคำร้องในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยตรง หรือมีการกำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติหน้าที่และอำนาจของผู้ร้องไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) (2) (3) และ (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการซึ่งมิใช่หน้าที่และอำนาจของผู้ร้องที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยตรง บุคคลใดได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ย่อมมีสิทธิขอให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางราชการดังกล่าว หากมีข้อโต้แย้งประการใด ย่อมเป็นหน้าที่และอำนาจของศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา กรณีตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง จึงมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2)
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (5 ต่อ 4) มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ยืนยันสำนักข่าวอิศราว่า "เมื่อสำนักงานได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งอย่างไร ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามนั้น"
ส่วน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า "ถ้าในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เปิดข้อมูลตามที่ศาลปกครองสั่งจะเปิดไป ก็คงต้องเปิดเพราะศาลปกครองสั่งให้เปิดแล้ว เพียงแต่ว่าเรายื่นคำร้องไปทางศาลรัฐธรรมนูญ"
- ให้ศาลรธน.ชี้ขาด! ป.ป.ช.มติ 4:1ส่งเรื่องวินิจฉัยอำนาจศาลปค.สั่งเปิดเอกสารคดีนาฬิกาหรู
- ใช้มติผู้บริหาร 20 เสียงหนุน! เบื้องหลังป.ป.ช.ส่งศาลรธน.ชี้ขาดเปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม
- 'วัชรพล' แจงเปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม รอศาลรธน.ชี้ขาด มีคำสั่งอย่างไรปฏิบัติตามนั้น
อ่านเพิ่มเติม
- ไม่รับคำขอพิจารณาใหม่! ศาลปค.สูงสุด สั่ง ป.ป.ช.เปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม ให้ 'วีระ'
- 'วีระ' ขู่ฟ้องอาญา ป.ป.ช.ให้เอกสารคดี'นาฬิกาหรู'ไม่ครบ- 'นิวัติไชย'แจงทำแถบดำคุ้มครองพยาน
- ศาลปกครองสูงสุดสั่ง ป.ป.ช.ส่งข้อมูลคดีนาฬิกาประวิตรให้ 'วีระ สมความคิด'ภายใน 15 วัน
- จะทำให้ ป.ป.ช.โปร่งใส! ฉบับเต็ม คำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด สั่งเปิดผลคดี 'นาฬิกาประวิตร'
- ป.ป.ช.นัดถกวาระผลคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม 26 เม.ย.นี้ - 'วีระ' ลั่นไม่ได้เข้าขบวนการบังคับ
- ขอถามศาลฯอีกครั้ง! ป.ป.ช.ลงมติ 5 :1 เสียง ยังไม่เปิดเผยผลคดีนาฬิกาบิ๊กป้อมให้ 'วีระ'
- ยอมแค่ 2 รายการ! ป.ป.ช.มติเอกฉันท์เปิดเผยผลคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม ให้ 'วีระ' แล้ว
- ความเห็นจนท.อันตราย! เบื้องหลัง มติ ป.ป.ช. ทำไม? ยอมเปิดผลคดีนาฬิกาหรู แค่ 2 รายการ
- รอคำพิพากษาทางการ! ป.ป.ช.จ่อชง คกก.ชุดใหญ่ เคาะเปิดเอกสารคดีนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ให้ 'วีระ'