คดียิง สส.กมลศักดิ์ แห่งนราธิวาส เป็นคดีใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ กระทั่งกลบกระแสของอีกคดีหนึ่งไป ทั้งๆ ที่น่าตระหนกไม่แพ้กัน
ตะลึง! เหตุยิงถล่มปลัดอำเภอจะแนะ พบปลอกกระสุน 94 ปลอก ยิงจากปืน 4 กระบอก เคยถูกใช้ก่อคดีความมั่นคงอื่นๆในพื้นที่มาแล้ว 15 เคส
“นโยบายดับไฟใต้” เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.69
การแบ่งงานและความรับผิดชอบหน่วยงานสำคัญด้านความมั่นคงออกเป็น 2 ส่วน ทำให้เกิดความลักลั่นและสับสนให้กับผู้ที่สนใจและเกาะติดงานด้านนี้
มีความคืบหน้าและข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โดยเฉพาะการตรวจสอบและสอบสวน “การให้ยืมรถของ กอ.รมน.” ซึ่งเป็น “รถใช้ในราชการ” ให้กับบุคคลภายนอก และรถถูกใช้เป็นพาหนะของคนร้ายไปก่อคดีอุกฉกรรจ์
เปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการแล้ว สำหรับเอกสารร่างคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 9 เม.ย.69
ประเด็นที่วิจารณ์กันหนักที่สุดจากเหตุการณ์ยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คือ มีการใช้ “รถหลวง” ในราชการ กอ.รมน.นราธิวาส เป็นพาหนะของคนร้าย ทั้งก่อเหตุ และหลบหนี
คดียิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ไร้เงา “แม่ทัพ – ผู้ว่านราฯ” ร่วมแถลงความคืบหน้า มีแต่ผู้การสืบฯ ยันผู้ต้องหาทั้ง 5 มีหลักฐานเอาผิดแน่นหนา ดิ้นไม่หลุดแน่ แต่ยอมรับยังไม่เปิดปากซัดทอดผู้บงการ พบ “สมพร - อดีตนาวิกฯ” เคยโดนคดีจ้างวานฆ่าปี 57 แต่ศาลยกฟ้อง ส่วนกรณียืมรถหลวงไปยิงผู้แทนฯ เป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว ยังไม่ชัดคนในหน่วยเกี่ยวข้องคดี ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ยันไม่ปกป้อง ลั่นคนให้ยืมมีโทษทั้งวินัยและอาญา
เลขาฯศอ.บต.ยัน คดียิง สส.กมลศักดิ์ ไม่เกี่ยวความมั่นคง ไม่โยงราชการ ย้ำเป็น “อาชญากรรมทั่วไป” ส่วนการใช้ “รถหลวง” มีการสอบสวนกระบวนการยืมไปใช้ส่วนตัวแล้ว ไม่มีละเว้น ลั่นคดีไม่เงียบ แค่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล
ตำรวจชุดคลี่คลายคดี และผู้แทน กอ.รมน. นัดแถลงรายละเอียดและความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ ในช่วงบ่ายวันนี้ (6 เม.ย.) จากการยืนยันของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่