
สัญลักษณ์เมกะโปรเจคค่ายสีน้ำเงิน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ลุยถกส่วนราชการ ภาคเอกชน เตรียม ครม.สัญจรสงขลา ดัน “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” กลับมาเดินหน้า ตั้งเงื่อนไขต้องจ้างงานคนพื้นที่ “ดร.เจ๋ง” โผล่ร่วมประชุมผ่าน Zoom
วันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค. ถึง 1 ก.ย. ที่ จ.สงขลา
ในที่ประชุมมีผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชน ในฐานะคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ. 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เข้าร่วมประชุม เพื่อรวบรวมข้อเสนอโครงการพัฒนา และการแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะน้ำท่วม ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ ดึงการลงทุนเข้าพื้นที่ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองโครงการเพื่อเสนอ ครม.ต่อไป

ทั้งนี้ ในการประชุม ปรากฏว่ามี นายชนธัญ แสงพุ่ม หรือ “ดร.เจ๋ง” รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเคยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะมาตั้งแต่ต้น และมีข่าวว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. เข้าร่วมประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ด้วย
อ่านประกอบ : นับหนึ่ง “นิคมฯ จะนะ” จ่อดัน “ดร.เจ๋ง” นั่งรักษาการเลขาฯศอ.บต.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เป็นส่วนหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม โดยทั้ง 5 จังหวัดจะต้องรวบรวมเอกสารและข้อเสนอส่งฝ่ายเลขานุการภายในวันที่ 14 ส.ค. ก่อนเข้าสู่การประชุมกลั่นกรองในวันที่ 25 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิจารณาตัดทอนโครงการที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ และคัดเลือกโครงการที่มีความเป็นไปได้ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.สัญจร
@@ “พิพัฒน์” ไฟเขียว “นิคมฯจะนะ” เงื่อนไขจ้างงานคนพื้นที่

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดสำหรับ จ.สงขลา คือ ข้อเสนอผลักดัน “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง หลังแนวคิดดังกล่าวถูกพับเก็บและหารือกันมานาน โดยภาคเอกชนระบุว่า มีการเตรียมพื้นที่ไว้แล้วบางส่วน และต้องการให้รัฐบาลนำโครงการกลับมาพิจารณาเพื่อสร้างฐานการลงทุนและการจ้างงานในพื้นที่
ในเรื่องนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมนำเรื่องกลับมาหารือเพิ่มเติมกับผู้ลงทุน แต่หากจะเดินหน้าโครงการ จะต้องกำหนดเงื่อนไขให้เกิดประโยชน์กับประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ด้านการศึกษา การจ้างงาน และการเปิดโอกาสให้ลูกหลานในพื้นที่เข้าถึงงานที่เกิดจากการลงทุน
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รวมถึงโครงการลงทุนอื่นๆ หากเกิดขึ้นได้จริง จะเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นเศรษฐกิจและสร้างงานในพื้นที่ เพราะเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ ทำให้คนในพื้นที่มีอาชีพและรายได้เพียงพอที่จะเลือกกลับมาทำงานอยู่กับครอบครัวในบ้านเกิด แทนการต้องเดินทางออกไปทำงานในประเทศมาเลเซีย
อนึ่ง นิคมอุตสาหกรรมจะนะกลับมาเริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง เนื่องจากมีผลการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment: SEA) ออกมาแล้ว เป็นแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสงขลาและปัตตานี ซึ่ง ครม.นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา
@@ จัดที่ดินสาธารณะให้ประชาชนเช่าทำกิน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเน้นโครงการที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ใช้งบประมาณไม่สูง และสร้างผลทางเศรษฐกิจได้ทันที โดยเฉพาะการกระตุ้นการค้า การท่องเที่ยว และการสร้างอาชีพ
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจัดตั้งโรงไฟฟ้า รวมถึงการนำที่ดินสาธารณะมาให้ประชาชนเช่าเพื่อประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบางพื้นที่ได้สำรวจและดำเนินการด้านการพิสูจน์สิทธิ์ไปแล้ว
@@ แนะลุยรถไฟทางคู่หาดใหญ่-โก-ลก
อีกข้อเสนอใหญ่จากภาคเอกชน คือการผลักดันรถไฟทางคู่หาดใหญ่–สุไหงโก-ลก เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย เพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการเดินทางและการขนส่ง รวมทั้งเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า และการเชื่อมโยงชายแดน ขณะเดียวกันยังมีข้อเสนอด้านมาตรการภาษี การฟื้นฟูผู้ประกอบการเดิม และการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหม่อย่างทั่วถึง
ส่วนปัญหาที่ภาคธุรกิจสะท้อนอย่างต่อเนื่องคือ SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เรื่องเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก จึงเสนอให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เพิ่มบทบาทในการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
ประเด็นนี้ นายพิพัฒน์ รับว่าจะนำไปหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ก่อนเสนอเข้าสู่ ครม.สัญจร ต่อไป
@@ เทงบ 800 ล้านแก้อุทกภัยสงขลา พ่วง 5 จว.ชายแดน

ด้านการแก้ปัญหาอุทกภัย จ.สงขลา มีการเสนอกรอบงบประมาณประมาณ 600 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอกรอบงบประมาณรวมกว่า 800 ล้านบาท เบื้องต้นมีงบกลางบางส่วนได้รับการอนุมัติแล้วผ่านกรมชลประทาน เพื่อซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ได้รับความเสียหายบริเวณ คลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา รวมถึงการขุดลอกคลองในพื้นที่ต่างๆ รอบ อ.หาดใหญ่ ทั้งในเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณและโครงการที่ได้รับการจัดสรรอีกครั้ง โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่หาดใหญ่
นายพิพัฒน์ ย้ำว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเดินหน้าควบคู่กัน ทั้งการแก้ความเดือดร้อน การสร้างอาชีพ การลงทุน การค้า การท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะเร่งผลักดันโครงการที่สามารถดำเนินการได้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
