การเมืองกับกีฬา...ต้องบอกว่าแยกจากกันไม่ออก
“วันนอร์” ถก 3 สมาคมการศึกษาชายแดนใต้ หลังรับคำขอโทษ “นายกฯ-แม่ทัพ” ย้ำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” คลี่คลายสถานการณ์ วอนหยุดเหมารวมปอเนาะ ด้านผู้นำการศึกษาอิสลามพร้อมให้อภัยตามหลักศาสนา แต่เรื่องข้อเรียกร้องโยกย้าย “บิ๊กทหาร” ขอหารือกำหนดท่าทีอีกรอบ
ตลอดสัปดาห์ของดราม่า “แม่ทัพภาค 4” จากคำแถลงคดียิง สส.กมลศักดิ์ จนนายกฯอนุทินต้องลงพื้นที่ชายแดนใต้ ปรากฏว่าสถานการณ์ที่สามจังหวัดยังคงเลวร้าย เกิดเหตุรุนแรงแทบจะรายวัน
เคลียร์ครบ สยบดราม่าไล่ “แม่ทัพ 4” ทั้งนายกฯ - รมว.กลาโหม ประสานเสียงการันตี “บิ๊กยูร” ขอโทษแล้ว อ้างปมปิดไมค์ - พาดพิงปอเนาะ แค่สื่อสารภายใต้ภาวะกดดัน ทำให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อน แต่แท้จริงทุ่มเททำงานเพื่อใต้สันติสุข
สส.กมลศักดิ์ ปิดห้องคุยให้ข้อมูลคดีถูกลอบยิงกับนายกฯอนุทิน เปิดใจเชื่อมีผู้บงการ เพราะไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาเลยสักคน มั่นใจการทำงานของตำรวจใช้นิติวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่สบายใจ หากยังจับคนสั่งการไม่ได้
มีข้อมูลเชิงลึกจากทีมที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดี และสอบปากคำพยาน ตลอดจนรับรู้ถึงคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ ว่ามีการรับสารภาพบางส่วน และบางรายก็ซัดทอดกันเอง
ท่ามกลางกระแสกดดันให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 และเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของการส่ง “นายทหารจากภาคอื่น” ไปรับผิดชอบงานแก้ไขปัญหาไฟใต้ ซึ่งมีความอ่อนไหว ในฐานะ “แม่ทัพภาคที่ 4” นั้น
การเดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล รอบนี้ นับเป็นครั้งแรกของการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 2
ตั้งแต่ไฟใต้ปะทุหลังเหตุการณ์ปล้นปืน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 นับถึงวันนี้ รวมระยะเวลากว่า 22 ปีแล้ว
วาทะนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ฮือฮาอย่างมากก่อนสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ก็คือ การขู่ย้ายข้าราชการเกียร์ว่างที่ชายแดนใต้