ทันทีที่การเจรจารอบแรกระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ล่มไป
คดียิง สส.กมลศักดิ์ ทำท่าจะ “จบไม่ลง” จากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ
การแถลงข่าวของ “แม่ทัพภาคที่ 4” และ ผอ.รมน.ภาค 4 “พลโท นรธิป โพยนอก” เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับ “วันปีใหม่ไทย” แทนที่จะได้เคลียร์ปัญหาความไม่เข้าใจ
ประเด็น “ปิดไมค์พูด” ของแม่ทัพภาคที่ 4 ต้องบอกว่า “ร้อนระอุทั้งชายแดนใต้!” โดยเฉพาะที่แม่ทัพหล่นคำว่า “ถ้าผมทำ...ไม่ปล่อยให้รอด” (มีคลิป)
การแถลงข่าวครั้งแรกของแม่ทัพภาคที่ 4 “พลโท นรธิป โพยนอก” เจ้าของฉายา “แม่ทัพข้าวนอกนา” ในคดียิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ต้องถือว่าเรียกเสียงฮือฮา เสียงวิจารณ์ รวมถึง “เรียกทัวร์” ไปลงไม่น้อยทีเดียว
แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมผู้การนราธิวาส แถลงความคืบหน้าคดียิงถล่ม “สส.กมลศักดิ์” ยืนยันจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 เหลือ “อดีตเรือเอก” คนเดียวที่ยังตามตัวไม่ได้ ยืนยันเป็นการกระทำผิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน ลั่น “นาวาเอก” ให้ยืมรถ กอ.รมน. ต้องรับผิดทั้งแพ่ง อาญา และวินัย แจงใช้กฎอัยการศึกคุมตัวไม่ต่างชาวบ้าน
มีข่าวจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดียิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ สามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีได้เพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ราย
ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ อดีต รมว.ยุติธรรม ในยามนี้ ถูกจับตาแทบทุกฝีก้าว
ยังคงวิจารณ์กันไม่จบ ตั้งแต่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เซ็นคำสั่ง “แบ่งงานรองนายกฯ” ตามมาด้วยการแบ่งงานตามกลุ่มภารกิจ หรือ “คลัสเตอร์” ตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ไม่ใช่ข่าวดี! กรณี ครม.มีมติถอด “สุไหงโก-ลก” ออกจากพื้นที่กระทบความมั่นคง เหลือ 19 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสงขลา ที่ยังใช้ “พ.ร.บ.ความมั่นคง” บริหารจัดการพื้นที่อยู่ เพราะแท้ที่จริงแล้วเป็นการยกระดับ “เมืองโก-ลก” กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแทน หลังจากเลิกไปตั้งแต่ปี 61 หรือเมื่อ 8 ปีก่อน