จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดที่มีประชากรกว่า 8 แสนคน กำลังกลายเป็นสมรภูมิเลือกตั้งที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
จากคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 3736/2568 ลงวันที่ 10 ธ.ค.68 ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ระดับปลัดจังหวัดและผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง จำนวน 31 ราย ให้ไปปฎิบัติหน้าที่ตามคำสั่งในวันที่ 22 ธ.ค.68
ปี่กลองเลือกตั้งเชิดไปตามจังหวะ กกต. เพราะนับจากนี้เหลืออีกเพียง 50 กว่าวัน ก็จะเป็นวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ซึ่ง กกต.กำหนดไว้เป็นวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569
หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยุบสภา ผลกระทบที่ตามมาในบริบทของฝ่ายนิติบัญญัติ ดูจะรุนแรง ทั้งทางกว้างและทางลึก
การตัดสินใจยุบสภาของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้รัฐบาลที่เคยมีอำนาจเต็มมือตามกฎหมาย กลายสภาพเป็น “รัฐบาลรักษาการ”
ความพยายามแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนทับซ้อนกับเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมาอย่างเนิ่นนาน
ชื่อที่โด่งดังติดปากผู้คน พร้อมๆ กับมหาอุทกภัยหาดใหญ่ ก็คือ “เขต 8”
สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย ทำให้บรรดา “คนหาย” ที่เคยถูกชาวบ้านประกาศตามหา เริ่มปรากฏตัว
การที่รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สู้มหาอุทกภัย เหมือนกับที่เคยใช้สู้ “โรคระบาดโควิด” มีคำถามว่า “ถูกฝาถูกตัว” หรือ “ผิดฝาไม่ถูกตัว” กันแน่ และมีความเหมาะสมแค่ไหน
แม้การที่ “คนการเมือง” แห่ลงพื้นที่หาดใหญ่ หลังจากประสบอุทกภัยฉับพลัน เทศบาลยกธงแดง ทำให้ถูกมองว่าเป็นการพยายามหาเสียง หาคะแนนทางการเมือง ท่ามกลางข่าวนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมยุบสภา และใกล้เลือกตั้งเต็มที