การแถลงข่าวครั้งแรกของแม่ทัพภาคที่ 4 “พลโท นรธิป โพยนอก” เจ้าของฉายา “แม่ทัพข้าวนอกนา” ในคดียิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ต้องถือว่าเรียกเสียงฮือฮา เสียงวิจารณ์ รวมถึง “เรียกทัวร์” ไปลงไม่น้อยทีเดียว
ประเด็นที่วิจารณ์กันหนักที่สุดจากเหตุการณ์ยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คือ มีการใช้ “รถหลวง” ในราชการ กอ.รมน.นราธิวาส เป็นพาหนะของคนร้าย ทั้งก่อเหตุ และหลบหนี
ตำรวจชุดคลี่คลายคดี และผู้แทน กอ.รมน. นัดแถลงรายละเอียดและความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ ในช่วงบ่ายวันนี้ (6 เม.ย.) จากการยืนยันของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ช่วงนี้ไม่ได้มีแต่ความรุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีการปะทะกันทางความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ด้วย
คดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ มีความคืบหน้าไปมาก
ยังคงมีคำถามและข้อสังเกตมากมาย แม้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชาวบ้าน ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ออกมาร้องเรียนพร้อมแชร์คลิปหลักฐานว่า มีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบหน่วย ใช้เฮลิคอปเตอร์บินต่ำบริเวณเขาตะเว ใกล้หมู่บ้าน ในช่วงกลางดึก และมีเสียงคล้ายปืนและระเบิดตามมา
หลังจาก นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้คอนเฟิร์มการแต่งตั้ง “อาจารย์วันนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็มีกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรคประชาชาติตามมาทันที
ก่อนหน้าเกิดเหตุซุ่มยิงรถ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่หน้าบ้านใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพียง 4 ชั่วโมง...
แม้ “อาจารย์วันนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา 2 สมัย และอดีต สส.ยะลา จะให้ข้อมูลว่า ตลอดชีวิตการเมือง 40 ปีของท่าน เพิ่งเคยเจอเหตุรุนแรงที่กระทำกับผู้แทนราษฎรหนักขนาดนี้ คือ ลอบยิงรถ สส.
หากพิจารณาเพียงลักษณะทางกายภาพผ่านสายตาของคนนอกพื้นที่ “บ้านท่ากำชำ” อ.หนองจิก และ “บ้านคลองช้าง” อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อาจเป็นเพียงชุมชนชนบทสองแห่งในเขตพื้นที่สีแดงเข้มที่ปรากฏชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าในรายงานข่าวเหตุปะทะและความรุนแรงที่ชายแดนใต้ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา