
‘แอร์พอร์ตลิ้งก์’ใต้ซี.พี.ยังรอแก้สัญญาไฮสปีด ‘อธิบดีกรมราง’ชี้ทุกอย่างยังเดินตาม MOU ช่วงโควิด เผยซี.พี.จ่ายเงินซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้าปีละ 100 ล้านให้บริษัทซีเมนต์ไปก่อน ย้อนสาระสำคัญ 3 ข้อของ MOU ช่วงโควิด
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรักษาการผู้ว่าการฯรฟท. เปิดเผยสำนักข่าวอิศราว่า การบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ในปัจจุบัน ทางบจ.เอเชีย เอรา วัน (ซี.พี.) ในฐานะคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งจะต้องรับมอบโครงการไปบริหารนั้น ตอนนี้ยังเป็นเพียงผู้จัดเก็บค่าโดยสารและนำส่งให้กับทาง รฟท. เท่านั้น ส่วนรายจ่ายที่เกินออกมาทาง ซี.พี.ยังเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รฟท.ไปก่อน
ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยสำนักข่าวอิศราว่า การบริหารระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ของซี.พี. ถือว่ายังไม่ได้มีการรับมอบไปบริหารอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากการรับมอบโครงการนี้ไปบริหาร ยังผูกกับเงื่อนไขการส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Notice To Proceed: NTP) ของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่อยู่ระหว่างรอเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการ โดยหลักการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์คือ กำหนดการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) โดยให้เอกชนแบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท เป็น 7 งวด เป็นรายปี จำนวนเท่า ๆ กัน โดยต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญา ในการนี้ เอกชนจะต้องวางหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคาร ในมูลค่าเท่ากับค่าสิทธิ ARL รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงินอื่นที่ รฟท. ต้องรับภาระ
อธิบดีกรมการขนส่งทางรางกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันการบริหารโครงการของกลุ่มซี.พี.ยังดำเนินการตาม ‘’บันทึกข้อตกลงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19’ ซึ่งมีการจัดทำกันเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2564 แม้ว่าจะยังไม่ได้เข้าไปบริหาร แต่กลุ่มซี.พี.ยังต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงระบบให้กับกลุ่มบริษัทซีเมนต์ประมาณปีละ 100 ล้านบาทอยู่
@พลิก MOU ช่วงโควิด บริหารบุคลากร-รับความเสี่ยง-เอารายได้ไปบริหารค่าซ่อมบำรุงเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศราเคยนำเสนอรายละเอียดของ MOU ฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2566 โดยสาระสำคัญของ MOU ดังกล่าวมีดังนี้
ในช่วงเวลาที่คู่สัญญาดำเนินการแก้ไขสัญญาณร่วมลงทุน จนกว่า บันทึกข้อตกลงจะสิ้นสุดผลการใช้บังคับ เอกชนคู่สัญญาจะต้องรับภาระในการสนับสนุน รฟท. และบจ.รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. (รฟฟท.) ในการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการเกี่ยวกับรถไฟในส่วนของแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ ตามที่ทั้งสองหน่วยงานมอบหมายให้ดำเนินการ
ข้อตกลงในข้อ 3 ประกอบด้วย
1.เอกชนคู่สัญญาจะสนับสนุนบุคลากรทั้งหมดรับความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจจะเกิดจากการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายและการดำเนินการอื่นใดเพื่อให้งานดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานชี้วัดหรือ KPI ซึ่ง รฟท.รฟฟท. และที่ปรึกษาของทั้งสองหน่วยงานจะมีสิทธิ์กำกับดูแลให้เอกชนคู่สัญญาดำเนินการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน KPI
2.เอกชนคู่สัญญารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินงานที่เอกชนคู่สัญญาได้รับมอบหมายตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดยจะต้องนำรายได้ค่าโดยสารจากการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการไปชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานที่เอกชนคู่สัญญาได้รับมอบหมาย หากมีกำไรจะต้องส่งคืนให้ รฟท.ทั้งหมด
3.เพื่อเป็นหลักประกันในวันที่ทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เอกชนคู่สัญญาได้ชำระเงินจำนวน 1,067,109,000 บาท หรือ 10% ของค่าใช้สิทธิ์แอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ หากมีการลงนามในสัญญาที่ได้รับการแก้ไขแล้วให้ถือว่าเงินหลักประกันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้สิทธิ์แอร์พอร์ตเรลลิงค์ และหากเอกชนคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ รฟท. สามารถหักหลักประกันดังกล่าวเพื่อนำมาชำระสำหรับกรณีที่เอกชนคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
อ่านประกอบ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา