
“…ปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกเทศบาลตำบลบางเตยมาตั้งแต่ ปี 2547 เป็นเวลา 2 วาระ และผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2556 ผู้ถูกกล่าวหาย่อมต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี และสามารถตรวจสอบรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงได้ คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาไม่อาจรับฟังได้..”
.....................................
จากกรณีที่ ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 21/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 3/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (ผู้ร้อง) กล่าวหา น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ (ผู้ถูกกล่าวหา) ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
โดยศาลฯพิพากษาว่า น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท
ไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นั้น (อ่านประกอบ : ศาลฯสั่งจำคุก-เพิกถอนสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง อดีตรองนายกเทศฯ‘บางเตย’ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำพิพากษาในคดีนี้ ดังนี้
@ไม่ยื่น‘บัญชีทรัพย์สินฯ’ภายในระยะเวลาที่กม.กำหนด
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 21/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 3/2569
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ผู้ร้อง)
-น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ (ผู้ถูกกล่าวหา)
เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
ผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา (น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ) ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง กับให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหา และขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ,114 วรรคสอง (1) และมาตรา 167
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ
พิเคราะห์คำร้อง เอกสารแนบท้ายคำร้อง ประกอบคำให้การรับสารภาพของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า
ผู้ถูกกล่าวหา (น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2556 และพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2560 ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) กรณีพ้นจากตำแหน่ง
แต่ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ต่อมาผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2564 ซึ่งเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
โดยผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน 9 รายการ ได้แก่
(1) เงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสามโคก เลขที่บัญชี 3173004884 จำนวน 4,600 บาท
(2) เงินลงทุน บริษัทบางเตย แอนด์ ที สตาร์ จำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล 01355554006646 จำนวน 5,000 หุ้น มูลค่า 500,000 บาท
(3) เงินลงทุน บริษัทพัฒนาเด็ก ซันชายน์ จำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล 013558015143 จำนวนหุ้น 4,000 หุ้น มูลค่า 400,000 บาท
(4) เงินลงทุน บริษัทมาริสา จำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล 0135555019440 จำนวนหุ้น 1,200 มูลค่า 1,200,000 บาท
(5) ที่ดินโฉนดเลขที่ 19799 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว หุ้น จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 50 ตารางวา มูลค่า 75,000 บาท
6) รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส หมายเลขทะเบียน กต 5879 ปทุมธานี มูลค่า 541,188.96 บาท มีชื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็น ผู้ถือครอบครอง
(7) หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามสัญญาจำนอง ฉบับลงวันที่ 4 ธ.ค.2558 โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 19799 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี กับ นางวันทนา... เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน 300,000 บาท
(8) หนี้สินที่มีหลักฐาน เป็นหนังสือตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส หมายเลขทะเบียน กต 5879 ปทุมธานี กับธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สัญญาเลขที่ XXXX ลงวันที่ 30 ต.ค.2558 จำนวน 383,342.18 และ
(9) หนี้เงินเบิกเกินบัญชี ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) เลขที่ XXXX จำนวน 147,402.80 บาท
ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาไปให้ถ้อยคำ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลของการไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2566 ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของผู้ร้อง
แต่ผู้ร้อง (ป.ป.ช.) เห็นว่ามี พยานหลักฐานเพียงพอที่สนับสนุนข้อกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน
ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาไป รับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 5 มิ.ย.2566 ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2566 พร้อมชี้แจงและให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของผู้ร้อง
ผู้ร้อง (ป.ป.ช.) พิจารณาแล้วมีมติ ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือ หนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง
@อ้าง‘ไม่มีความรู้-ไม่มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน’ไม่อาจรับฟังได้
ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหา (น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนา ไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบล บางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่นและเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 32
และประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหาร ท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นกฎหมายและประกาศที่บังคับใช้ในขณะพ้นจากตำแหน่ง
ผู้ถูกกล่าวหา จึงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้อง กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง
ต่อมาเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2561 ประกอบกับผู้ร้องมีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนด ตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (4) พ.ศ.2561
ผู้ถูกกล่าวหา จึงยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อไปตามมาตรา 188 วรรคหนึ่ง ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้องนั้น ถือเป็นมาตรการสำคัญในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อันเป็นกฎเกณฑ์พื้นฐานที่สำคัญของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรู้และพึงตระหนักว่า เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ครบถ้วนถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อทำให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อพิจารณารายการทรัพย์สินและหนี้สิน 9 รายการ ตามคำร้องแล้วปรากฏว่า รายการที่ (1) เป็นเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งในระหว่างผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง บัญชีเงินฝากดังกล่าวมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเป็นประจำ ส่วนใหญ่ยอดเงินฝากและถอนเงินหลักหลายแสนบาท
รายการที่ (2) ถึง (4) เป็นเงินลงทุนในบริษัทฯ ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ก่อนและในระหว่างผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท บางบริษัทผู้ถูกกล่าวหาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เงินลงทุนในบริษัทฯ ของผู้ถูกกล่าวหามีมูลค่าสูง โดยบริษัทบางเตย แอนด์ ที สตาร์ จำกัด ยังประกอบกิจการอยู่ ส่วนบริษัทพัฒนาเด็ก ซันชายน์ จำกัด และบริษัทมาริสา เพียว จำกัด ไม่ปรากฏว่าจดทะเบียนเลิกบริษัทและเสร็จการชำระบัญชีแล้วหรือไม่
รายการที่ (5) และ (7) เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 19799 และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามสัญญา จำนอง ผู้ถูกกล่าวหาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง และในระหว่างดำรงตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหานำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืม
รายการที่ (6) และ (8) เป็นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส หมายเลขทะเบียน กต 5879 ปทุมธานี และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ขณะจดทะเบียนรถยนต์ครั้งแรก ผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในระหว่างดำรงตำแหน่ง โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อ ซึ่งมีหน้าที่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา ภายหลังผู้ถูกกล่าวหารับโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์แล้ว
และรายการที่ (9) เป็นหนี้เงินเบิกเกิน บัญชีธนาคารยูโอบีจำกัด (มหาชน) ซึ่งตามใบกำกับภาษีปรากฏว่า ในระหว่างผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหาทำรายการเบิกถอนเงินและชำระหนี้หลายครั้ง
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวบ่งชี้ว่า ผู้ถูกกล่าวหารู้หรือควรรู้ถึงการมีอยู่ของทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว ก่อนที่จะยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว พฤติการณ์จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน
ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อกล่าวหาต่อผู้ร้องทำนองว่า ไม่มีความรู้ ความเข้าใจในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ไม่มีเจตนาปกปิดที่มาของทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว นั้น
เมื่อพิจารณาบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2556 แล้ว ปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกเทศบาลตำบลบางเตยมาตั้งแต่ ปี 2547 เป็นเวลา 2 วาระ และผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2556
ผู้ถูกกล่าวหาย่อมต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี และสามารถตรวจสอบรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงได้ คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาไม่อาจรับฟังได้
ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน 9 รายการ ตามคำร้องนั้น จึงรับฟังว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นการกระทำความผิดตามคำร้อง
พิพากษาว่า นางสาวดวงกมล ไตลังคะ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ เดือน และปรับ 4,000 บาท
ไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา