‘ศาลฎีกาฯนักการเมือง’ พิพากษาจำคุก 2 เดือน อดีตรองนายกเทศฯ ‘บางเตย’ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ‘เท็จ’ รับสารภาพลดโทษ ‘กึ่งหนึ่ง’-ไม่เคยรับโทษจำคุกก่อน ให้ ‘รอลงอาญา’ 1 ปี เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
..................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 21/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 3/2569 ซึ่งเป็นคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (ผู้ร้อง) กล่าวหา น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ (ผู้ถูกกล่าวหา) ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
โดยคดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า น.ส.ดวงกมล ไตลังคะ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีตำบลบางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
“เมื่อพิจารณารายการทรัพย์สินและหนี้สิน 9 รายการ ตามคำร้องแล้วปรากฏว่า รายการที่ (1) เป็นเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งในระหว่างผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง บัญชีเงินฝากดังกล่าวมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเป็นประจำ ส่วนใหญ่ยอดเงินฝากและถอนเงินหลักหลายแสนบาท
รายการที่ (2) ถึง (4) เป็นเงินลงทุนในบริษัทฯ ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ก่อนและในระหว่างผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท บางบริษัทผู้ถูกกล่าวหาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เงินลงทุนในบริษัทฯ ของผู้ถูกกล่าวหามีมูลค่าสูง โดยบริษัทบางเตย แอนด์ ที สตาร์ จำกัด ยังประกอบกิจการอยู่ ส่วนบริษัทพัฒนาเด็ก ซันชายน์ จำกัด และบริษัทมาริสา เพียว จำกัด ไม่ปรากฏว่าจดทะเบียนเลิกบริษัทและเสร็จการชำระบัญชีแล้วหรือไม่
รายการที่ (5) และ (7) เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 19799 และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามสัญญา จำนอง ผู้ถูกกล่าวหาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง และในระหว่างดำรงตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหานำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืม
รายการที่ (6) และ (8) เป็นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส หมายเลขทะเบียน กต 5879 ปทุมธานี และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ขณะจดทะเบียนรถยนต์ครั้งแรก ผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในระหว่างดำรงตำแหน่ง โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อ ซึ่งมีหน้าที่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา ภายหลังผู้ถูกกล่าวหารับโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์แล้ว
และรายการที่ (9) เป็นหนี้เงินเบิกเกิน บัญชีธนาคารยูโอบีจำกัด (มหาชน) ซึ่งตามใบกำกับภาษีปรากฏว่า ในระหว่างผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหาทำรายการเบิกถอนเงินและชำระหนี้หลายครั้ง
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวบ่งชี้ว่า ผู้ถูกกล่าวหารู้หรือควรรู้ถึงการมีอยู่ของทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว ก่อนที่จะยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว พฤติการณ์จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 21/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 3/2569 ลงวันที่ 27 ม.ค.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา