
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.ไร่น้อย’ 10 ปี ทุจริตโครงการอบรมสัมมนาฯ-ศึกษาดูงาน ประจำปี 58 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ฯ ลดโทษจำคุกเหลือ 5 ปี
...........................................
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 68/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 252/2568
โดยเป็นคดีที่ อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้อง นายอำนวย สุวะมาศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กับพวก รวม 9 คน ทุจริตโครงการอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และศึกษาดูงานของ อบต.ไร่น้อย ประจำปี 2558
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า สำหรับคำฟ้องข้อ 2.1 จำเลยที่ 1 (นายอำนวย สุวะมาศ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.151 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (พ.ร.ป. ป.ป.ช.) ม.123/1 ,จำเลยที่ 2 (นายแสงทอง สร้อยสนธิ์) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ ป.อ. ม.86
จำเลยที่ 3 (พันจ่าเอกรัฐเขตหรือชัยกฤต เม่นขาว) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ,จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 (นายประดิษฐ์ บุญเกตุ (จำเลยที่ 4) ,นางประไพรศรี วันทาสุข (จำเลยที่ 5) และนางสาวปุณยนุชหรือภาวินี สุตะพรมหรือยอดนารี (จำเลยที่ 6)) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86 มาตรา 162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1
สำหรับคำฟ้องข้อ 2.2 จำเลยที่ 1 (นายอำนวย สุวะมาศ) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 จำเลยที่ 3 (พันจ่าเอกรัฐเขตหรือชัยกฤต เม่นขาว)) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 (นายประดิษฐ์ บุญเกตุ (จำเลยที่ 4) ,นางประไพรศรี วันทาสุข (จำเลยที่ 5) นางสาวปุณยนุชหรือภาวินี สุตะพรมหรือยอดนารี (จำเลยที่ 6) และนายนัฐพล เชื้อโชติ (จำเลยที่ 7)) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86 ม.162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1
จำเลยที่ 8 และที่ 9 (ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฑีฆะทราเวล กรุ๊ป (จำเลยที่ 8) และนางสาวณัฐชา ศรีจูม (จำเลยที่ 9) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ ป.อ. ม.86
การกระทำของจำเลยที่ 1 (นายอำนวย สุวะมาศ) ที่ 3 (พันจ่าเอกรัฐเขตหรือชัยกฤต เม่นขาว) และที่ 4 ถึงที่ 6 (นายประดิษฐ์ บุญเกตุ (จำเลยที่ 4) ,นางประไพรศรี วันทาสุข (จำเลยที่ 5) และนางสาวปุณยนุชหรือภาวินี สุตะพรมหรือยอดนารี (จำเลยที่ 6)) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มา.91
ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 (นายอำนวย สุวะมาศ) ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.90 จำเลยที่ 1 กระทำความผิดรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี
ให้ลงโทษจำเลยที่ 3 (พันจ่าเอกรัฐเขตหรือชัยกฤต เม่นขาว) ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.90 จำเลยที่ 3 กระทำความผิดรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 26,666.66 บาท รวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน และปรับ 53,333.33 บาท
ให้ลงโทษจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 (นายประดิษฐ์ บุญเกตุ (จำเลยที่ 4) ,นางประไพรศรี วันทาสุข (จำเลยที่ 5) และนางสาวปุณยนุชหรือภาวินี สุตะพรมหรือยอดนารี (จำเลยที่ 6)) ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.90
จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 กระทำความผิดรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 26,666.66 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 คนละ 6 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 53,333.33 บาท
จำคุกจำเลยที่ 2 (นายแสงทอง สร้อยสนธิ์) มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 7 (นายนัฐพล เชื้อโชติ) มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 26,666.66 บาท ปรับจำเลยที่ 8 (ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฑีฆะทราเวล กรุ๊ป) เป็นเงิน 26,666.66 บาท จำคุกจำเลยที่ 9 (นางสาวณัฐชา ศรีจูม) มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 26,666.66 บาท
จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ถึงที่ 9 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78
คงจำคุกจำเลยที่ 1 (นายอำนวย สุวะมาศ) มีกำหนด 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 (พันจ่าเอกรัฐเขตหรือชัยกฤต เม่นขาว (จำเลยที่ 3) ,นายประดิษฐ์ บุญเกตุ (จำเลยที่ 4) ,นางประไพรศรี วันทาสุข (จำเลยที่ 5) และนางสาวปุณยนุชหรือภาวินี สุตะพรมหรือยอดนารี (จำเลยที่ 6)) คนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 26,666.66 บาท
จำคุกจำเลยที่ 7 ((นายนัฐพล เชื้อโชติ) มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 13,333.33 บาท ปรับจำเลยที่ 8 (ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฑีฆะทราเวล กรุ๊ป) เป็นเงิน 13,333.33 บาท จำคุกจำเลยที่ 9 (นางสาวณัฐชา ศรีจูม) มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 13,333.33 บาท
พิเคราะห์จากรายงานการสืบเสาะและพินิจ จำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 และที่ 9 แล้ว เห็นว่า ไม่ปรากฏมีข้อเสียหายอย่างร้ายแรง และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 9 วางเงินชดใช้ความเสียหายให้แก่องค์การบริหารส่วนตาบลไร่น้อยบ้างแล้ว ประกอบกับไม่เคยต้องรับโทษจาคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีของสังคม
โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 และที่ 9 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายในกาหนด 1 ปี และทำกิจกรรมบริการสังคม 12 ชั่วโมง ตาม ป.อ. ม.56 หากจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 และที่ 9 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29, 30 หากจำเลยที่ 8 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตาม ป.อ. ม.29
นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 (นายอำนวย สุวะมาศ) ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อท 99/2568 และในคดีหมายเลขแดงที่ อท 224/2568 ของศาลนี้
ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ต่อกับโทษของจำเลยที่ 5 ในคดีหมายเลขดำที่ อท 225/2567 ซึ่งคือคดีหมายเลขแดงที่ อท 99/2568 ของศาลนี้ และของจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดาที่ อท 264/2567 ของศาลนี้ ซึ่งคือคดีหมายเลขแดงที่ อท 224/2568 ของศาลนี้
นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 5 ในคดีนี้ต่อกับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ อท 225/25687 ซึ่งคือคดีหมายเลขแดงที่ อท 99/2568 ของศาลนี้ และของจำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ อท 264/2567 ซึ่งคือคดีหมายเลขแดงที่ อท 224/2568 ของศาลนี้ นั้น เนื่องจากในคดีดังกล่าว ศาลรอการลงโทษ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอให้นับโทษจำเลยที่ 4 และที่ 5
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2569 ป.ป.ช. มติครั้งที่ 041/2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3
ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 38/2567 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2567 ชี้มูลความผิดทางอาญา นายอำนวย สุวะมาศ เมื่อครั้งดารงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี กับพวก ทุจริตโครงการอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และศึกษาดูงานขององค์การบริหารส่วนตาบลไร่น้อย ประจำปี 2558 มีมูลความผิดทางอาญา ป.อ. มาตรา 86, มาตรา 90, มาตรา 91, มาตรา 151, มาตรา 157 และมาตรา 162 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172)
อนึ่ง คดียังไม่ถึงที่สุด นายอำนวย สุวะมาศ กับพวก ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา