
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘ชาญ พวงเพ็ชร์-พวก’ตั้งงบประมาณ-กำหนด‘ราคากลาง’ จัดซื้อ ‘เครื่องออกกำลังกาย’ ปีงบ 55-56 สูงกว่าท้องตลาด ทำ ‘อบจ.ปทุมธานี’ เสียหาย 44.57 ล้านบาท
....................................
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายชาญ พวงเพ็ชร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี กับพวก กรณีตั้งงบประมาณและกำหนดราคากลางจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2555-2556 สูงกว่าราคาในท้องตลาด เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหาย เป็นเงินประมาณทั้งสิ้น 44,574,012 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2555 นายชาญ พวงเพ็ชร์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้แจ้งให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ตามแบบที่กำหนด โดยให้เสนอโครงการภายในวงเงินคนละ 5,000,000 บาท ปรากฏว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 10 ราย ได้เสนอโครงการ รวม 8 โครงการ รวมเป็นเงิน 10,500,000 บาท
ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการให้นำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) และกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ทั้งที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาในการจัดทำงบประมาณ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 แต่อย่างใด
แต่ปรากฏว่านายสถาพร วงศ์พานิช ผู้อำนวยการกองช่าง ในฐานะเจ้าของงบประมาณ ได้มอบหมายให้นายประเทือง กันธสมาส วิศวกรโยธา 8 วช สังกัดกองช่าง เป็นผู้ประมาณการราคา โดยมิได้มีการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้อง ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 1989 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2552
แต่เป็นราคาที่นายประเทือง กันธสมาส ได้นำราคาของเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553-2554 ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้ในการประมาณการราคา ทั้งที่มีรายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกัน ไม่สามารถนำราคาที่เคยจัดซื้อมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณการราคาได้
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อก็ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเพื่อทำการสืบราคาตามระเบียบกระทรวง มหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องดังที่ระบุไว้ในรายงานการขอซื้อขอจ้างแต่อย่างใด
ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้อาศัยราคาดังกล่าวในการอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย จำนวน 3 สัญญา เป็นเงินจำนวน 28,038,000 บาท สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ปรากฏว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 13 ราย ได้เสนอโครงการ จำนวน 13 โครงการ รวมเป็นเงิน 34,500,000 บาท
ต่อมา นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการให้นำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) และกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ทั้งที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาในการจัดทำงบประมาณ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 แต่อย่างใด
แต่ปรากฏว่านายสถาพร วงศ์พานิช ผู้อำนวยการกองช่าง ในฐานะเจ้าของงบประมาณ ได้มอบหมายให้นายประเทือง กันธสมาส วิศวกรโยธา 8 วช สังกัดกองช่าง เป็นผู้ประมาณการราคา โดยมิได้มีการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 1989 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2552
แต่เป็นราคาที่นายประเทือง กันธสมาส ได้นำราคาของเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554–2555 ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้ในการประมาณการราคา ทั้งที่มีรายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกันไม่สามารถนำราคาที่เคยจัดซื้อมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณการราคาได้
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อ ก็ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเพื่อทำการสืบราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ดังที่ระบุไว้ในรายงานการขอซื้อขอจ้างแต่อย่างใด ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้อาศัยราคาดังกล่าวในการอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย จำนวน 9 สัญญา เป็นเงินจำนวน 46,080,500 บาท
ทั้งนี้ รวม 2 ปีงบประมาณ จำนวน 12 สัญญา (151 ชุด) เป็นเงินทั้งสิ้น 74,118,500 บาท
ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ.2557 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทำการตรวจสอบ โดยสืบราคาเครื่องออกกำลังกายจากผู้จำหน่ายเครื่องออกกำลังกายภายในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 3 ราย โดยระบุประเภทและคุณลักษณะ เช่น ความกว้าง ความยาว ความสูง ความหนาของเหล็ก และคุณภาพของสีที่ใกล้เคียงกับเครื่องออกกำลังกายที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจัดซื้อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555–2556 รวม 12 สัญญา (151 ชุด)
พบว่าเครื่องออกกำลังกายมีค่าเฉลี่ยราคาประมาณชุดละ 195,658.86 บาท แต่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีกลับจัดซื้อในราคาประมาณชุดละ 500,000 บาท สูงกว่าราคาตลาดหรือราคาท้องถิ่นถึงประมาณชุดละ 304,341.14 บาท เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหาย เป็นเงินประมาณทั้งสิ้น 44,574,012 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1.การกระทำของนายชาญ พวงเพ็ชร์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 77
2.การกระทำของนายสถาพร วงศ์พานิช และนายประเทือง กันธสมาส มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนนายชาญ พวงเพ็ชร ตามฐานความผิดดังกล่าว และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ หรือดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา