
‘พิพัฒน์’ ยืนยันไม่เห็นด้วยแก้สัญญาไฮสปีด 3 สนามบินในนามส่วนตัว แต่ถ้า รฟท.-EEC-เอกชนเห็นให้แก้ก็ไม่ก้าวล่วง ระบุถ้าแก้ไปแล้ว ผู้เสนอราคารายที่ 2 อาจมีปัญหาได้ ส่วนการเลื่อนประชุมบอร์ด EEC จากเดิมกำหนดไว้เมื่อ 25 ก.พ. เนื่องจากเป็นรบ.รักษาการ หวั่นผิดรธน.มาตรา 169
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่เลื่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.หรือบอร์ด EEC) ออกไปจากเดิมที่จะประชุมกันเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น เนื่องจากตอนนี้ยังทำอะไรได้น้อยมาก การประชุมที่มีวาระพิจารณาประเด็นที่อาจจะมีผลกระทบกับรัฐบาลชุดถัดไป ก็อาจจะสุ่มเสี่ยงเกินไป โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 169 ที่กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร ต้องไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปเว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนั้น ทุกๆกระทรวงที่มีประเด็นพิจารณาแล้วมีข้อผูกพันกับรัฐบาลชุดถัดไป ก็น่าจะหยุดการประชุมทั้งหมด
เมื่อถามว่า จะไม่มีการประชุมบอร์ด EEC จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ใช่
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การเลื่อนการประชุมออกไปไม่เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในขณะนี้ใชหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตรงนั้นไม่ใช่อุปสรรค เมื่อมีรัฐบาลใหม่ หรือมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีท่านไหนเข้ามาดูแล ก็ต้องดำเนินการต่อไป แต่รูปแบบจะออกมาแบบไหนก็อยู่ที่นโยบายของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเรื่องสนามบินอู่ตะเภาหรือรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ย้ำว่า ส่วนตัวเองต้องขอยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญ่ เพราะถ้าไปแก้ไขสัญญา ผู้ที่ประมูลมาเป็นลำดับที่ 2 ก็อาจจะเสียโอกาสได้ ถ้าแก้ไขสัญญาตามข่าวจะเป็นการเอาเปรียบผู้ที่ยื่นซองรายที่ 2 wfh
“ผมยืนยันมาตลอดว่า ผมไม่แก้นะ ผมไม่เคยบอกว่า ผมจะแก้ไขสัญญา เพราะข่าวที่ออกมาว่าจะแก้ไขสัญญา มันน่าจะเป็นรัฐบาลที่แล้ว ไม่ใช่รัฐบาลที่ผมนั่งในขณะนี้ ถ้าผมนั่งในขณะนี้ ผมออกมาให้สัมภาษณ์ตั้งแต่แรกว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญา เพราะมันจะเป็นผลได้ผลเสีย การได้เปรียบเสียเปรียบของผู้ที่ขอรับสัมปทานรายที่ 2 ถ้าแก้ให้เบิกจ่ายเป็นงวดๆได้ ผู้ที่เสนอราคารายที่ 2 ก็บอกได้ว่า ถ้าเงื่อนไขเป็นแบบนี้ เขาอาจจะเสนอสิ่งที่ดีกว่านี้ให้ได้ ซึ่งเป็นไปได้หมด ก็คงต้องรอรัฐบาลต่อไปดีกว่า” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การแก้ไขสัญญา คณะกรรมการ EEC เห็นชอบในหลักการไปแล้ว จะมีวิธีอะไรที่จะยกเลิกหลักการที่เคยเห็นชอบไปแล้วบ้าง นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตัวเองไม่เห็นด้วยในฐานะบุคคล ในนามส่วนตัว แต่จะแก้หรือไม่ขอให้ไปคุยกันระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) EEC และทางเอกชน สัญญานี้เป็นของ รฟท. EEC และเอกชน ตนเองคงไม่ก้าวล่วงในอนาคต แต่ถ้าในปัจจุบันไปเห็นพ้องกันว่า ต้องผ่าน ต้องแก้สัญญาก็เรื่องของคุณ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย และถ้านำเข้าให้ครม.พิจารณาใครจะยอม รัฐมนตรีแต่ละคนยอมหรือไม่ เพราะเมื่อแก้ไปแล้วต้องรับผิดชอบ อย่างน้อยที่สุดก็ต่อสังคม
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่สามารถใครบอกได้ว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจ เพราะเป็นเรื่องของการตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน เมื่อตั้งได้แล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นแถลงให้ทราบเอง
อ่านประกอบ
- ปรับแก้สัญญาไฮสปีดครั้งสุดท้าย รฟท.ส่งอัยการฯพิจารณาถ้อยคำใหม่ ชงครม.อนุมัติกลางปี 69
- ‘รฟท.’ ชี้บิ๊กซี.พี.ลาออกไม่กระทบไฮสปีด 3 สนามบิน ร่างสัญญาใหม่รออัยการฯอนุมัติ
- จุฬา สุขมานพ: ไขคำตอบ 6 ปี ไฮสปีด 3 สนามบิน ช้าเพราะอะไร? เอื้อซี.พี.จริงหรือไม่?
- ที่ประชุม 5 ฝ่ายยึดหลักการเดิมแก้สัญญาไฮสปีด ชง EEC-ครม.เห็นชอบ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา