
เฮือกสุดท้าย? ทีมทนาย สส.กมลศักดิ์ ลุยร้อง 3 บิ๊กตำรวจเร่งหาข้อเท็จจริง สงสัย “สีกากี” พื้นที่ชายแดนใต้สั่งกั๊กหลักฐานมือถือ หวั่นสางไม่ถึงผู้บงการสังหาร ปิดจ๊อบแค่ทีมปฏิบัติการ 5 คน แถมคดีส่อล้ม เอาผิดใครไม่ได้เลย
ความคืบหน้ากรณีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในคดีสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ ซึ่งทีมทนายความของ สส. และพรรคประชาชาติ นำส่งให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ 10 เลขหมายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายทีมสังหาร ซึ่งคาดว่าจะทำให้หาตัวผู้ประสานงาน และผู้บงการได้ไม่ยาก
แต่ปรากฏว่ามีข่าวจากเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีว่า พบอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงหลักฐาน “ข้อมูลการใช้โทรศัพท์” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในปฏิบัติการลอบสังหาร สส.นราธิวาส
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. ต่อเนื่องต้นเดือน พ.ค.69 ทีมงานกฎหมายและผู้ติดตามคดีของ สส.กมลศักดิ์ ได้มีการประชุมและลงมติให้ทีมทนายความดำเนินการยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลจากแอปพลิเคชันไลน์ และเมสเซนเจอร์ ของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ เนื่องจากเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวการสำคัญได้
แหล่งข่าวจากทีมทนาย และตำรวจชุดคลี่คลายคดี ระบุว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือ “ข้อมูลดิบ” ทั้งหมดถูกบริหารจัดการโดยนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่งใน ศชต. หรือ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีคำสั่งห้ามพนักงานสอบสวนหรือบุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลนี้โดยเด็ดขาด โดยอ้างว่าได้ดำเนินการขอข้อมูลจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือมาแล้ว และจะนำไปแนบไว้ในสำนวนการสอบสวนในช่วงท้ายสุดเท่านั้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมทนายความแสดงความกังวลว่า หากไม่สามารถเห็นภาพรวมของข้อมูลการติดต่อสื่อสารทั้งหมด อาจส่งผลให้สำนวนคดีไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และอาจนำไปสู่การยกฟ้องเมื่อคดีถึงชั้นศาล
“เราอยากได้ข้อมูลดิบทั้งหมด ทั้งเบอร์โทร แอปฯ Line หรือ Messenger เพราะถ้าไม่ได้ข้อมูลส่วนนี้ คดีจะไม่มีน้ำหนักและอาจถูกยกฟ้องได้ แต่ตอนนี้ตำรวจออกหนังสือให้ไม่ได้เพราะติดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และอ้างระเบียบ PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ) แหล่งข่าวระบุ
นอกจากประเด็นเรื่องหลักฐานทางโทรศัพท์แล้ว ยังพบพิรุธในกระบวนการออกหมายเรียกบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นทหาร 2 นายที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับทีมสังหาร โดยมีการให้ข้อมูลที่ย้อนแย้งกันเองจากแหล่งข่าวในกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส โดยพบว่าในวันเดียวกันมีการให้ข้อมูลว่ายังไม่มีการออกหมายเรียก แต่ในอีกช่องทางหนึ่งกลับระบุว่าได้ส่งหมายเรียกไปนานหลายวันแล้ว
ความสับสนนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการสื่อสารเพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคม หรืออาจเป็นการประวิงเวลาในการสรุปสำนวนคดี
นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะผู้เสียหาย กล่าวว่า ยังมีความหวังว่าจะได้เห็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
