
หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งพรรคประชาชาติไม่สามารถรักษาแชมป์ชายแดนใต้เอาไว้ได้ เหลือ “สส.เขต” ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แค่ 4 คน จากที่เคยได้ 7 คน จากทั้งหมด 13 เขต
เมื่อรวมกับปาร์ตี้ลิสต์ มี สส.แค่ 5 คน เทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 66 มี สส.รวม 2 ระบบ ถึง 9 คน
แถมรอบนี้ เมื่อพรรคน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” เป็นแกนนำรัฐบาล ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น “พรรคฝ่ายค้าน” ด้วย ตามสูตร “ฝ่ายค้าน 3 ประชา” คือ ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาชาติ

แต่ล่าสุดสองแกนนำพรรคประชาชาติ ยังคงเดินสายทำกิจกรรมที่ชายแดนใต้ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตประธานรัฐสภา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปร่วมงาน “Melayu Day @Yala ประจำปี 2569” ครั้งที่ 11 ที่สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
กิจกรรมครั้งนี้มี นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ หรือ “นายกอ๋า” นายกเทศมนตรีนครยะลา เป็นเจ้าภาพจัดงาน และมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีเปิด
งานปีนี้จัดยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ มีการเชิญ กงสุลใหญ่อินโดนีเซีย และกงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้นำศาสนาและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายกอ๋า ซึ่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งนับถือศาสนาพุทธ แต่จัดงาน “มลายูเดย์” ระดมพลังพี่น้องมุสลิมจากแหลมมลายูมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและคุณธรรมเป็นรากฐานสำคัญ
“เราตั้งเป้าหมายให้ยะลาเป็นเมืองแห่งความสมานฉันท์ โดยใช้มิติด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจท่ามกลางความหลากหลาย งาน Melayu Day จึงไม่ใช่แค่การจัดงานรื่นเริง แต่คือการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในคาบสมุทรแหลมมลายู” นายกเทศมนตรีนครยะลา ระบุ

ด้าน อาจารย์วันนอร์ ขึ้นกล่าวบนเวที ชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเทศบาลนครยะลาว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือซึ่งกันและกัน
“วัฒนธรรมแต่ละชาติ แต่ละภาษา เป็นมรดกอันล้ำค่าที่เราจะต้องรักษาไว้ งานนี้ช่วยสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมให้มั่นคง แข็งแรง และสร้างเศรษฐกิจที่ดี ยะลาต้องการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น เพราะถ้าไม่มีสันติสุขและความสงบ เราก็ไม่สามารถพัฒนาบ้านเมืองได้ ในฐานะชาวยะลา ผมพร้อมให้ความร่วมมือและอยากให้งานนี้จัดสืบเนื่องตลอดไป” อดีตประธานรัฐสภา กล่าว
ขณะที่ เลขาธิการ ศอ.บต. บอกว่า กิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน คือกุญแจสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมองว่างานนี้คือ “ประตูสู่ความร่วมมือ” ทั้งในมิติสังคมและเศรษฐกิจ การที่มิตรประเทศในภาคพื้นมลายูมาร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของพหุวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

สำหรับงาน Melayu Day @Yala ปีนี้ จัดขึ้นรวม 3 วัน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ขบวนพาเหรดวัฒนธรรม, การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองจากไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย, การประกวดทักษะทางภาษาและศิลปะจากสถานศึกษา 40 แห่งใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ การขับร้องอนาชีด และการเล่านิทานสามภาษา การสาธิตขนมพื้นบ้านดั้งเดิม การออกร้านอาหารฮาลาล และเครื่องแต่งกายมลายูที่เป็นเอกลักษณ์
นอกจากนั้นยังพบกับ วง Raju & Ayah ศิลปินจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีกลางด้วย
