
ตูมสนั่นกลางบ้านในยะลา เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ ที่แท้กลุ่มป่วนใต้ประกอบระเบิดเตรียมนำไปก่อเหตุ แต่พลาด บึ้มใส่ตัวเอง บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ส่วนพรรคพวกอีก 3-4 คนคาดบาดเจ็บด้วย แต่อาศัยความมืดเผ่นหนีเข้าป่ายาง เจ้าหน้าที่สั่งระดมกำลังติดตามไล่ล่า พร้อมเข้าเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันจันทร์ที่ 2 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุระเบิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านปาโจ ต.ยะลา อ.เมืองยะลา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 10 เข้าพื้นที่พร้อมกัน
ในที่เกิดเหตุพบร่องรอยความเสียหายจากแรงระเบิดภายในบ้าน และทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ นายอัสรี มะซง อายุ 24 ปี สภาพร่างกายถูกแรงอัดระเบิดเข้าอย่างจัง ญาติและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต้องช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นการด่วน ล่าสุดอาการยังสาหัสและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลด้านความมั่นคงพบว่า นายอัสรี ผู้บาดเจ็บ มีพฤติการณ์เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ระดับปฏิบัติการ เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ยะลา และรอยต่อ อ.เมืองยะลา
แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ขณะที่นายอัสรีพร้อมกับพวกอีกประมาณ 3-4 คน กำลังร่วมกันประกอบระเบิดแสวงเครื่องอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เพื่อเตรียมนำไปก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ แต่เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการประกอบ ทำให้ระเบิดทำงานขึ้นมาก่อนเวลา จนเป็นเหตุให้นายอัสรีได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเพื่อนร่วมขบวนการที่เหลือ ได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

“หลังสิ้นเสียงระเบิด ชาวบ้านในพื้นที่เห็นบุคคลต้องสงสัย 3-4 คนวิ่งหนีออกจากบ้านที่เกิดเหตุมุ่งหน้าไปยังป่ายางพาราหลังหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเส้นทางหลบหนี พบรอยเลือดอยู่ตามทาง คาดว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีกอย่างน้อย 1-2 รายจากแรงอัดระเบิด” เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ระบุ
ล่าสุดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด และส่งชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ออกติดตามไล่ล่ากลุ่มที่หลบหนีอย่างกระชั้นชิด โดยเน้นพื้นที่สวนยางพาราและรอยต่อหมู่บ้านใกล้เคียง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มที่หลบหนีน่าจะมีอาวุธปืนประจำกาย

ในส่วนของการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมเศษซากวัตถุระเบิด ภาชนะบรรจุ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์หาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงตรวจสอบดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรม เพื่อระบุตัวตนกลุ่มบุคคลที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
