
ความเคลื่อนไหวการเมืองช่วงใกล้เลือกตั้งคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการขยับตัวของบรรดาพรรคการเมืองและแกนนำสำคัญ พร้อมๆ ไปกับการคาดการณ์จำนวนที่นั่ง สส. ทั้งในภาพใหญ่ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด หรือเจาะพื้นที่
โพลสำนักต่างๆ ทำงานกันขะมักเขม้น ทั้งโพลทางการ โพลสถาบันการศึกษา โพลเอกชน โพลต่างประเทศ ไปจนถึงโพลลับ
ไม่เว้นกระทั่งกูรูการเมือง นักวิชาการ ซึ่งบางท่านก็ผันตัวมาทำนายตัวเลขแทนการวิเคราะห์เฉพาะเนื้อหา
ส่วนบุคคลระดับท็อปของแต่ละพรรคก็มักจะมีข้อมูลเชิงลึกของทั้งพรรคตนและพรรคคู่แข่ง เพราะต้องประเมินสถานการณ์กันรายวัน
สิ่งที่น่าแปลกก็คือ การขับเคลื่อนลงพื้นที่ของพรรคการเมืองหลักเพื่อช่วงชิงเก้าอี้ สส.ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างฝุ่นตลบ แต่ยังไม่มีผลโพลเฉพาะ “สามจังหวัด” พื้นที่อัตลักษณ์พิเศษแห่งนี้ออกมา
มีแต่การคาดการณ์ของบรรดา “กูรู”
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ต้องจับตา เพราะเชื่อได้เลยว่า สามารถปักธงที่ชายแดนใต้ได้แน่นอน และไม่ใช่แค่ 1 เขตด้วย ก็คือ พรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
พรรคกล้าธรรมมี สส.ในพื้นที่จากการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 3 คน เป็น สส.นราธิวาส 2 คน และปัตตานี 1 คน (ปัจจุบันเป็นอดีต สส.เนื่องจากยุบสภา)
แต่ความเร้าใจของพรรคกล้าธรรมก็คือ เมื่อมีการตั้งรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้กองธรรมนัสใจป้ำมอบตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับ สส.สมัยแรกอย่าง อามินทร์ มะยูโซ๊ะ ได้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์
ทำให้ฐานเสียงและกระแสสนับสนุนพรรคกล้าธรรมที่นราธิวาสแน่นปึ้ก ส่วนที่ปัตตานี แม้ สส.เก่าจากพลังประชารัฐ คือ คอซีย์ มามุ จะย้ายพรรคไปสวมเสื้อสีน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” แต่กล้าธรรมก็ได้ สส.เก่าจากประชาธิปัตย์ “ยูนัยดี วาบา” ตระกูลการเมืองดังสายการศึกษาแห่งปัตตานี มาทดแทน
นี่คือ สส.ต้นทุนของพรรคกล้าธรรม จึงถือว่าไม่ได้เริ่มสตาร์ทจาก 0 แต่ดูเหมือน “ประมุขพรรคสีเขียว” จะมองไกลไปกว่านั้น
@@ หวังกวาดเกินครึ่ง - ชายแดนใต้เหลือ 3 สี

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เปิดใจกับ “ทีมข่าวอิศรา” โดยบอกว่า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ความหวังของพรรคกล้าธรรม และเชื่อว่าจะได้ สส.เป็นกอบเป็นกำแน่นอน
โดยนราธิวาสอาจได้ถึง 4 เขตจาก 5 เขต ยะลามีลุ้น 2 เขตจาก 3 เขต และปัตตานีก็มีโอกาสอย่างน้อย 2 เขตเช่นกัน ภาพรวมสามจังหวัด 13 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรมตั้งเป้าเอาไว้ 8-9 ที่นั่ง
ความเร้าใจของผู้กองธรรมนัสก็คือ การประเมินว่าพื้นที่ชายแดนใต้จะเหลือ สส.จาก 3 สี 3 พรรคเท่านั้น คือ ภูมิใจไทย กล้าธรรม และประชาชาติ โดยพรรคประชาชาติจะถูกโค่นแชมป์อย่างแน่นอน (จากเดิมได้ 7 ที่นั่งจาก 13 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 66)
@@ 8 เหตุปัจจัยปักษ์ใต้...ภูมิใจไทย “พลัด!”
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา คือการเติบใหญ่ของภูมิใจไทย ทั้งในพื้นที่ชายแดนใต้ และภาคใต้ทั้งภาค
สามจังหวัดใต้ 13 เก้าอี้ เลือกตั้งปี 62 และ 66 ภูมิใจไทยได้ครั้งละ 1 เก้าอี้ ครั้งนี้หวังได้เพิ่ม
ภาคใต้ทั้งภาค ปี 66 มี 60 เก้าอี้ ภูมิใจไทยได้ 12 ครั้งนี้หวังได้ 32 ขึ้นไป (รวมสามจังหวัดชายแดนด้วย)
แต่ล่าสุดภูมิใจไทยมีแต่ข่าวร้ายต่อเนื่อง ทำให้คาดกันว่าน่าจะไม่ได้ สส.ตามเป้า แคมเปญ “ภูมิใจไทย…พลัส” ซึ่งแปลว่า “บวกเพิ่ม หรือคูณ” อาจกลายเป็น “ภูมิใจไทย…พลัด” ในภาษาใต้ ซึ่งแปลว่าตก หรือพลาด
“ทีมข่าวอิศรา” ได้เรียงปัจจัยลบที่รุมถล่มพรรคสีน้ำเงินได้ 8 เหตุปัจจัยด้วยกัน คือ
1.ตั้งเป้า 30+ โดยคิดเฉพาะคณิตศาสตร์การเมือง
- มีอยู่เดิม 12 เข้ามาใหม่ 20 (อดีต สส.) ฉะนั้นควรจะได้ 32 ขึ้นไป ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป และไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในทางการเมือง
2.แคมเปญหาเสียงสุดท้าทาย
- ทวงความเป็นธรรม 30 ปีที่สูญเปล่า
- แคมเปญเร้าใจ น่าเลือก ถ้าไม่ไปกระทบอดีตนายกฯชวน
3.เปิดศึก “ชวน” หาเหาใส่หัว?
- คนใต้รักพวกพ้อง
- “นายชวน” เป็นที่รักและเคารพของคนใต้ แม้ผลงานการเป็นรัฐบาลจะไม่ได้ประทับใจ แต่ก็ภูมิใจที่นักการเมืองคนใต้สร้างประวัติศาสตร์ นายกฯ 2 สมัย ประธานสภา 2 สมัย เป็นประมุข 2 อำนาจอธิปไตยถึง 2 ครั้งโดยคนคนเดียว
- “นายชวน” พูดเก่ง พูดแล้วคนใต้ฟังและชอบ ทำให้ฝ่ายภูมิใจไทยเสียรังวัด
4.เปิดศึก “อภิสิทธิ์” เติมวิกฤตยิ่งกว่าเดิม
- “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เหมือนตัวแทน “นายชวน”
- มีภาพอุดมการณ์ คนใต้ชอบ
- หากกระแสอุดมการณ์มาแรง กระสุนก็ใช้ยากขึ้น
5.กระแสประชาธิปัตย์ฟื้นพอดี
- คนใต้ตัดสินใจง่าย เพราะคุ้นเคย ผูกพัน รักกันมาก่อน อาจหยวนๆ เทคะแนนให้
6.ความล้มเหลวการจัดการอุทกภัยหาดใหญ่ + 9 จังหวัดภาคใต้
- แม้จะแค่ “แผลเป็น” แต่ก็ร้ายแรง โดนสะกิดให้เจ็บหรือเป็นบาดแผลลุกลามได้ทุกเมื่อ
7.“กล้าธรรม” สู้ทุกเขต
- โดยเฉพาะ 3 จังหวัดใต้ เขตที่ล็อกเอาไว้อย่างนราธิวาส แพ้ยากมาก
- ภาคใต้ตอนบนที่เป็นเขตเป้าหมาย ล้วนเป็น “บ้านใหญ่ - ดาวฤกษ์”
- บางส่วนย้ายจากประชาธิปัตย์แม้ยุคตกต่ำขีดสุด ก็ยังฝ่ากระแส+กระสุน ได้เป็น สส.
8.พรรคส้มไม่ได้อมฮอลล์
- พรรคประชาชนไม่ได้ยอมแพ้ และคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็ยังมี
- บางเขตยังมีลุ้น และอาจเป็น “ตาอยู่” หากพรรคที่เหลือตัดกันเอง
@@ “ใต้ล่าง” สุดคึก - สธ.เปิดศึก “หมอสุภัทร”
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสงขลา กับการลงพื้นที่หาเสียงและเปิดเวทีปราศรัยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเหลือเพียงแค่สิบกว่าวัน ก่อนถึงวันเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 ก.พ.69
@@ พรรคประชาชาติ

18 ม.ค. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่สนามศักดิ์เสนีย์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานี มีประชาวชนกว่า 20,000 คนร่วมฟัง ชูความเป็นพรรคสีขาวต่อต้านนโยบายที่ขัดกับหลักศาสนาและยาเสพติด พร้อมประกาศสงครามกับความยากจนและการผูกขาดทางเศรษฐกิจ
24 ม.ค. พ.ต.อ.ทวี นำคณะ สส.ประชาชาติ พบโต๊ะครูและผู้นำสถาบันปอเนาะกว่า 1,200 คน ที่ปัตตานี กล่าวถึงการแก้ปัญหาความเลื่อมล้ำผ่าน “การศึกษา – สวัสดิการถ้วนหน้า – การดูแลกลุ่มเปราะบาง”
จากนั้นไปประชุมรับฟังความคิดเห็นจากชมรมชาวไทยเชื้อสายจีน จ.ปัตตานี กล่าวถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ จะทำ “เขตปลอดภาษี” เพื่อกระตุ้นการลงทุน และไปพบปะพี่น้องชาวไทยพุทธที่วัดทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาต่างๆ จากชาวบ้าน
25 ม.ค. พ.ต.อ.ทวี นำคณะ สส.ประชาชาติ ไปพบปะชาวไทยเชื้อสายจีนที่สมาคมฮกเกี้ยนปัตตานี แล้วไปพบปะครูและผู้ดูแลโรงเรียนตาดีกา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ชูนโยบายเสนอปรับค่าตอบแทน 5,000 - 5,500 บาทต่อเดือน
จากนั้นพบปะกลุ่มชาวไทยพุทธที่วัดจุฬามณี (วัดแป้น) อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ชูนโยบายรัฐสวัสดิการบนฐานพหุวัฒนธรรม และเดินทางไปร่วมเวทีดีเบตสัญจร ที่ตลาดยรรยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วกลับมาร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติ จ.ยะลา ที่สนามช้างเผือก จ.ยะลา ก่อนเดินทางจากยะลาไปยัง อ.เบตง ในช่วงกลางดึก
26 ม.ค. พ.ต.อ.ทวี พร้อมคณะออกพบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดสดเบตง เพื่อช่วยหาเสียงให้ นายอับดุลอายี สาแม็ง ผู้สมัคร สส.เขต 3 หมายเลข 3 พรรคประชาชาติ และเดินทางไปเยี่ยมพบปะพี่น้องชาวไทยพุทธ ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา
@@ พรรคกล้าธรรม

17 ม.ค. ร.อ.ธรรมนัส และ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่จังหวัดสงขลา ที่โรงเรียนปาดังติณสูลานนท์ อ.สะเดา โดยมีผู้สมัคร สส.จากทั้งภาคใต้และจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมขึ้นเวที โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมให้เกียรติพี่น้องมุสลิมภาคใต้ ทำให้มีตัวแทนมุสลิมทั้งรัฐมนตรี และ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อมากที่สุด
26 ม.ค. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ หรือ “สส.บีลา” ผู้สมัคร สส.เขต 3 นราธิวาส และ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 นราธิวาส ร่วมกันลงพื้นที่หาเสียงพบปะชาวบ้านที่ตลาดนัดบ้านนายิง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อขอโอกาสเข้าไปทำงานแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตให้คนในพื้นที่
@@ พรรคภูมิใจไทย

18 ม.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภูมิใจไทยภาคใต้ พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส.เขต 1 สงขลา และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ผู้สมัคร สส.เขต 7 ขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ช่วยหาเสียงให้กับ นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 6
25 ม.ค. นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ ผู้สมัคร สส.เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงตลาดนัด อ.เทพา จ.สงขลา โดยมี นายณัฎฐ์ชนน ข้ามพื้นที่มาเสริมทัพช่วยหาเสียง
@@ พรรคประชาธิปัตย์
25 ม.ค. นายจุรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 หาดใหญ่ พร้อมแกนนำพรรคในพื้นที่สงขลา ลงพื้นที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ อ.เมืองสงขลา ช่วยหาเสียงให้กับ นายพิเชฏฐ พัฒนโชติ ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมประกาศหากชาวสงขลาอยากให้เห็นนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี และต้องการให้การเมืองกลับสู่เส้นทางสุจริต ช่วยกันผลักดัน สส.ให้ครบทั้ง 9 เขต เป็นปากเสียงแทนประชาชน
@@ พรรคประชาชน

24 ม.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.ยะลา ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.ยะลาทั้ง 3 เขตของพรรคประชาชน ชูแก้ปัญหาไฟใต้ ความไม่โปร่งใสในระบบราชการ และการใช้กฎหมายพิเศษ มั่นใจเอาชนะได้ทั้ง 3 เขต
26 ม.ค. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 สงขลา พรรคประชาชน เปิดใจหลังอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลดออกจากราชการ กรณีจัดซื้อชุดตรวจ ATK โดยมิชอบ โดยบอกว่า ทางคณะกรรมการ ก.พ.ชุดใหญ่เห็นว่ากระบวนการอาจไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้ส่งเรื่องให้อนุกรรมการของ ก.พ.ชุดใหญ่พิจารณา จึงยังไม่ถูกปลดออกจากราชการ และยังเดินหน้าหาเสียงเต็มที่ กระแสตอบรับทั้งพื้นที่และออนไลน์ดีเกินคาด
