
ไฟใต้ลุกโชนอีกระลอก สวนทางพื้นที่อื่นๆ ของประเทศที่น้ำท่วมสูง แต่ชายแดนใต้เจอไฟความรุนแรงท่วม มีเหตุร้ายเกิดขึ้นทุกวัน
ล่าสุดคนร้ายลอบยิง “ดาบตำรวจรือเสาะ” ขณะนั่งรับประทานปิ้งย่างกับภรรยาและลูกบนระเบียงบ้าน เป็นการก่อเหตุโดยไม่สนใจเด็ก และผู้หญิง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางแม้แต่น้อย
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 21.09 น. วันศุกร์ที่ 2 ต.ค.69 คนร้ายใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิด ซุ่มยิง ดาบตำรวจธีรศักดิ์ ดีรอด อายุ 37 ปี ตำรวจ สภ.รือเสาะ ได้รับบาดเจ็บ โดยแม้กระสุนจะไม่โดน ดาบตำรวจธีรศักดิ์ จังๆ แค่เฉียดใบหน้าและปลายคาง แต่ด้วยอานุภาพของกระสุนปืนสงคราม ก็ทำให้ ดาบตำรวจธีรศักดิ์ เลือดไหล ต้องนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ

ที่ร้ายกว่านั้นคือ ขณะเกิดเหตุ ดาบตำรวจธีรศักดิ์ กำลังนั่งรับประทานอาหารแบบปิ้งย่างอยู่บนระเบียงบ้าน โดยทานพร้อมกับครอบครัว คือ ภรรยา และลูกสาววัยเพียง 9 เดือน แต่คนร้ายก็ยังยิงใส่ ไม่สนใจว่ามีผู้หญิงและเด็กอยู่บริเวณนั้น
จุดที่คนร้ายใช้ยิง ห่างจากระเบียงบ้านถึง 70 เมตร ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่คนร้ายใช้วิธี “ซุ่มยิงระยะไกล” คล้ายๆ “สไนเปอร์” เพื่อลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส. และทหารพราน ซึ่งระยะหลังคนร้ายใช้วิธีนี้ถี่มากขึ้น
@@ “วิธีใหม่ป่วนใต้” หวังผลได้-หนีง่าย-ใช้คนน้อย

เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ สันนิษฐานว่า การก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นแผนปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายที่นำมาใช้ในการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองกำลัง โดยมีลักษณะสำคัญ คือ การดักซุ่มยิงจากระยะไกล
วิธีการแบบนี้ใช้จำนวนผู้ปฏิบัติการไม่มาก และสามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้อย่างสะดวก ภายหลังลงมือก่อเหตุแล้วเสร็จ
เจ้าหน้าที่รายเดิมประเมินว่า การก่อเหตุในรูปแบบซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ ได้ถูกนำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วระยะหนึ่ง และที่ผ่านมาเคยมีเจ้าหน้าที่ถูกลอบโจมตีจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายราย
