
ยะลาจัดงานฉลองวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนครบ 77 ปี ย้ำความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ชมรมและสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมงานพรึ่บ “พ.ต.อ.ทวี” รุกหารือกงสุลใหญ่ แนะรัฐเร่งปลดล็อก “พื้นที่สีแดง” เปิดทางทุนมังกรฟื้นเศรษฐกิจ ร่วมมือพัฒนา 4 มิติ ปิ๊งไอเดียดึง BYD ยกระดับทักษะรถ EV อาชีวะยะลา
วันเสาร์ที่ 3 ต.ค.69 จังหวัดยะลาร่วมกับหน่วยงานและองค์กร ตลอดจนสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีน จัดงานฉลองวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ครบ 77 ปี ที่ห้องประชุม TK Park Yala ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา โดยมี นายหวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงาน
สาธารณรัฐประชาชนจีนก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2492 หรือ ค.ศ. 1949 ฉะนั้นวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี จึงถือเป็น “วันชาติจีน” หรือ National Day และจะเป็นเทศกาลวันหยุดยาว 1 สัปดาห์ของชาวจีน ซึ่งจะนิยมเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เรียกว่า Golden Week

สำหรับงานที่โดยจังหวัดยะลา มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างคึกคัก นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร, พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4, นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาการเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทั้งยังมีผู้แทนภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
@@ แม่ทัพ 4 พร้อมสานต่อความร่วมมือ “สังคม-การศึกษา-อาชีพ

พล.ท.ชาคริต กล่าวชื่นชมจังหวัดยะลาและชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดยะลา ที่ร่วมกันสืบสานวันสำคัญและแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ผ่านการรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีน อันสะท้อนถึงความผูกพันและความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและจีนที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับการส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
นายหวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่จีน กล่าวตอนหนึ่งว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีน กำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคทอง 50 ปี” โดยจีนพร้อมเดินหน้าความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านสังคม การศึกษา และอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
@@ ปลดล็อก “พื้นที่สีแดง” ดึงทุนมังกรฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

โอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้นำนักธุรกิจของจังหวัดยะลา และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนแกนนำนักศึกษาอาชีวะในพื้นที่ เข้าหารือกับกงสุลใหญ่จีน
ภายหลังการหารือ พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า ทางกงสุลฯ ได้ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากนักธุรกิจและผู้ประกอบการ รวมถึงได้หารือกับ สส.ยะลา แม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายตำรวจ เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการพัฒนาในชายแดนใต้ แต่พบว่ามีอุปสรรคสำคัญคือเรื่องของ “ความมั่นคง”
“พื้นที่ 3 จังหวัดรวมทั้งยะลา ถูกมองเป็นพื้นที่สีแดง พอกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง นโยบายของรัฐบาลจีนก็เป็นห่วงเรื่องความไม่ปลอดภัย ซึ่งในอดีตกงสุลไม่กล้ามา ใจอยากจะมาแต่มาไม่ได้ เพราะรัฐบาลกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง”

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า รัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติที่วางกรอบร่วมกันว่า ภายในปี 2570 สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องยุติความรุนแรงและเกิดสันติภาพ ซึ่งถือเป็นความท้าทายร่วมกันของทุกฝ่าย เพราะหากสามารถปลดล็อกภาพลักษณ์พื้นที่สีแดงได้ ประเทศจีนก็พร้อมที่จะเข้ามาส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ
“เราได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากว่า 20 ปี หากจีนเข้ามา จะเป็นโอกาสให้ 3 จังหวัดได้พัฒนา แก้ปัญหาความยากจน โดยเฉพาะพื้นที่เรามีความมั่นคงทางด้านอาหาร เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการค้าขายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้คนพื้นที่ลืมตาอ้าปากได้ และพ้นจากความยากจนเสียที” พ.ต.อ.ทวี ระบุ
@@ ร่วมมือพัฒนา 4 มิติ ดึง BYD สร้างทักษะ EV อาชีวะยะลา

สำหรับรายละเอียดการหารือร่วมกันระหว่างนายหวัง จื้อเจียน กับ พ.ต.อ.ทวี และนักธุรกิจในพื้นที่เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้นั้น
นายรวิศ สอดส่อง คณะทำงานของ พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า การหารือเป็นการกระชับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการพัฒนาภาคใต้ ใน 4 มิติ คือ

- แลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและการศึกษา โดยมีแนวคิดขับเคลื่อนโครงการส่งผู้นำศาสนา อิหม่าม เยาวชน และบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาดูงานที่ประเทศจีน
- ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาความยากจน ด้วยการผลักดัน “อุตสาหกรรมไก่ฮาลาล” เพื่อการส่งออก และการขยายตลาดทุเรียน รวมถึงไม้ยางพารา
- การพัฒนาทักษะอาชีวศึกษา เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน มีการพูดถึงความร่วมมือด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV โดยสร้างโครงการความร่วมมือระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคยะลา กับบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า BYD ในการส่งนักศึกษาไปฝึกงานและเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง
- การสร้างกลไกหารือต่อเนื่องและการฟื้นฟูสังคม โดยการขอรับการสนับสนุน “ผู้เชี่ยวชาญ” จากประเทศจีน เข้ามาช่วยบำบัดและฟื้นฟูเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหารากเหง้าที่บั่นทอนการพัฒนาชายแดนใต้มาอย่างยาวนาน

อนึ่ง ตัวแทนผู้ประกอบการและภาคเอกชนรายใหญ่ในจังหวัดยะลาที่เข้าร่วมหารือกับกงสุลใหญ่จีน มีทั้งภาคพลังงาน ก่อสร้าง ค้าปลีก-ค้าส่ง และส่งออก เช่น บริษัท เอเชียพลายวู๊ด จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับไม้ยางพารา, โรงไฟฟ้า ยะลากรีนเอ็นเนอยี่ จำกัด, บริษัท ศรีสมัยค้าส่ง. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชินวรยะลาก่อสร้าง เป็นต้น
