เหตุร้ายที่น่าสลดใจอย่างยิ่ง คือกรณีที่คนร้ายดักยิงเจ้าหน้าที่ อส.จนเสียชีวิต ขณะเดินทางกลับจากส่งลูกเข้าเรียนที่ตาดีกาในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.69 เพราะเด็กๆ มุสลิมในพื้นที่ต้องเรียนตาดีกาในวันหยุด
หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า อส.ที่เป็นพี่น้องมุสลิม ต้องมาจบชีวิตทั้งๆ ที่เพิ่งพาลูกไปส่งเรียนตาดีกา ซึ่งเป็นสถานศึกษาปฐมวัยของเด็กๆ ในพื้นที่ปลายด้ามขวาน
เมฆหมอกแห่งความรุนแรงเกิดขึ้นและปกคลุมต่อเนื่องมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. มีเหตุเผารถบรรทุกสิบล้อที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยคนร้ายแต่งกายคล้ายทหารพราน ตั้งด่านลอยเรียกรถให้จอด ไล่คนขับลง แล้วเผากันซึ่งๆ หน้า
ห้วงเวลาใกล้เคียงกันที่ทุ่งยางแดง ปัตตานี ก็มีเหตุลอบวางระเบิดใกล้ๆ ปอเนาะ ทำให้ครอบครัวประชาชนตาดำๆ ได้รับบาดเจ็บถึง 4 คน โดย 2 ใน 4 คน เป็นเด็ก
กระทั่งเช้าวันเสาร์ อส.ที่ทำหน้าที่พ่อ ต้องจบชีวิตลงอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น
เหตุการณ์นี้ทำให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ยอมรับไม่ได้ ตัดสินใจเดินทางลงพื้นที่ ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทันทีในวันรุ่งขึ้น เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ นายอับดุลเลาะ ยามา สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำกองร้อย อส.อำเภอยะรัง ซึ่งถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว
เป็นการถูกสังหารหลังเดินทางกลับจากส่งลูกเข้าเรียนตาดีกา
เรื่องแบบนี้ทำให้รัฐมนตรีเจเศรษฐ์ ซึ่งมีเชื้อสายมุสลิมปาทาน เป็นหลานของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย บ้านใหญ่อุทัยธานี ยอมรับไม่ได้จริงๆ
รัฐมนตรีเจเศรษฐ์ ได้พูดคุยกับครอบครัวของ อส.อับดุลเลาะ เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว พร้อมทั้งมอบสิ่งของช่วยเหลือและเงินเยียวยาในเบื้องต้นเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เพราะครอบครัวต้องขาดเสาหลักไป ทั้งๆ ที่เลือกเส้นทางการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ หวังสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นเสียทีในจังหวัดชายแดนภาคใต้
โอกาสนี้ รัฐมนตรีเจเศรษฐ์ ยังได้ร่วมประชุมหารือกับผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าทางคดี ตลอดจนร่วมกำชับแนวทางการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างเข้มงวดเพิ่มขึ้น
เนื่องจากในระยะหลัง กลุ่มก่อความไม่สงบได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุ หาจังหวะทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงเวลาเดินทางส่วนตัว ทำให้ป้องกันเหตุร้ายยาก เพราะไม่คาดคิดว่าจะโดนทำร้าย
“ผมไม่ได้คิดว่าทุกท่านเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ผมคิดว่าทุกท่านเปรียบเสมือนกับครอบครัว วันนี้ที่เดินทางมา ก็มาให้กำลังใจ พร้อมกับรับฟังปัญหาของทุกท่าน เพื่อจะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรี และท่าน มท.1 (นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล) เพื่อนำไปแก้ไข เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของทุกท่านเป็นไปด้วยความราบรื่น” เป็นคำกล่าวเปิดใจของรัฐมนตรีเจเศรษฐ์
ด้าน พาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ซึ่งเข้าร่วมหารือและลงพื้นที่กับรัฐมนตรีเจเศรษฐ์ บอกว่า ถือเป็นภาพสะท้อนที่ดีที่ได้เห็นผู้นำจากทุกฝ่ายมาร่วมแรงร่วมใจกัน โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่ให้ความสำคัญอย่างชัดเจน
"อยากขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วย พอท่านทราบข่าว ท่านประสานมาหาเราเลยว่า อยากจะลงมาร่วมละหมาดญานาซะฮ์ด้วย แต่ด้วยเงื่อนเวลาการเดินทาง ก็เลยนำเรียนท่านว่า ถ้ามีโอกาสก็มาร่วมกัน ซึ่งท่านก็ลงมา และไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว” นางพาตีเมาะ กล่าว
