
ปัญหาของ “ทิศทางดับไฟใต้” หลังเกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ “โจมตีจุดตรวจดับ 5 ทหารพราน” ม่ได้มีเฉพาะความสับสนของผู้รับผิดชอบงานความมั่นคงที่พูดสวนทางกันเท่านั้น
อ่านประกอบ: “เสธ.สั่งล่า - กลาโหมสั่งคุย!
อ่านประกอบ: ตท.26 รวมพลที่ปลายขวาน ลั่นล่าตัวทีมฆ่าทหาร แม้สภาพไร้ชีวิต!
แต่ยังมีปัญหาใหญ่กว่า คือ รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายดับไฟใต้ในลักษณะ “นโยบายเชิงรุก เพื่อเอาชนะปัญหา” จริงหรือไม่
หรือว่ารัฐบาลมีแค่ “นโยบายรูทีน” ปล่อยให้ฝ่ายข้าราชการประจำแก้ไขปัญหาไปเรื่อยๆ และใช้งบประมาณไปเรื่อยๆ ทุกปี
เพราะเมื่อฟังคำสัมภาษณ์ของนายกฯอนุทิน หลังเกิดเหตุการณ์ใหญ่ 2 เหตุการณ์ระหว่างวันที่ 21-22 ก.ค.69 ก็มีแค่การพูดตามสูตรสำเร็จปกติ คือ ตำหนิงานด้านการข่าว สั่งเพิ่มกำลังและเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
แต่สิ่งที่ประชาชนคนไทยอยากฟังก็คือ มีวิธีการใดที่จะจบปัญหานี้ได้ และเอาชนะกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้เสียที เพราะปัญหายืดเยื้อมานานถึง 22 ปีแล้ว
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า “นายกฯ อาจต้อง ‘ปรับอารมณ์’ จากอาการเถียน มี่ มี่ ระหว่างเยือนจีน มาเตรียมรับปัญหาภาคใต้ให้มากขึ้น”
“เช่นเดียวกับรองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ อาจจะต้อง ‘หันความสนใจ’ จากการโต้แย้งเรื่องกัมพูชา มาดูภาคใต้สักนิด เพราะท่านเป็นหัวหน้า ‘ครม. น้อย’ ของงานภาคใต้”
คำว่า “ครม.น้อย” ของอาจารย์สุรชาติ หมายถึง “คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนาภาคใต้” ซึ่งรัฐบาลอนุทิน ตั้งขึ้นเป็นคณะที่ 4 ต่อเนื่องจากยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นต้นมา (รัฐบาลเพื่อไทย 2 ชุด ไม่มีการตั้งคณะผู้แทนพิเศษ)
โดยผู้แทนพิเศษยุคอนุทิน มีจำนวนกรรมการมากที่สุดถึง 22 คน มากกว่าทุกชุดที่เคยตั้งมา และเปรียบเหมือน “ครม.น้อย” เนื่องจากมีรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการร่วมเป็นกรรมการอย่างคับคั่ง
อาจารย์สุรชาติ ตั้งคำถามต่อว่า “การโจมตีเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามอย่างมากกับคณะพูดคุยสันติสุขฯ ที่เพิ่งจะเริ่มต้นงาน และมีผลกับคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ หรือ ครม. น้อย อย่างมากว่า คณะทั้ง 2 คณะจะทำอย่างไรกับแนวทางการแก้ปัญหาภาคใต้”
@@ ทั้งโจร ทั้งรัฐ ล้วนติดกับดัก!
อาจารย์สุรชาติ สรุปปัญหาไฟใต้ที่กลายเป็น “วงจรติดกับดัก” ทั้งฝ่ายรัฐบาล กองทัพ และขบวนการ BRN สุดท้ายจึงมีชีวิตกำลังพลต้องสูญเสียอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะหาทางออกจากปัญหานี้ได้
- รัฐบาลไม่มีแนวคิดทางยุทธศาสตร์
- นายกฯไม่เข้าใจ
- สมช.หลงทาง
- กองทัพไม่มีแนวคิดทางยุทธการ
- BRN ทำได้แค่ฆ่าเจ้าหน้าที่ และคอยอาศัยแนวร่วมช่วยปลุกระดม
อาจารย์สุรชาติ สรุปว่า “โจรก็ไปไม่ได้มากกว่านี้ รัฐบาลก็ไปไม่ได้มากกว่านี้ กองทัพจึงกลายเป็นเหยื่อในวงจรนี้”
@@ ปูด BRN สั่งก่อเหตุวันชาติมลายู
สอดรับกับ ดร.ซาช่า เฮลบาร์ธ นักวิจัยชาวเยอรมัน ที่ทำการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับขบวนการ BRN ที่ตั้งคำถามถึงบทบาทของ สมช. ในสถานการณ์เช่นนี้
“เหตุใด สมช.จึงหลุดไปจากความสนใจของสาธารณชน ทั้งๆ ที่รับผิดชอบโดยตรง”
ดร.ซาช่า ยังให้ข้อมูลว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ เป็นผลมาจากที่ประชุม “สภาองค์กรนำ BRN” เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน โดยมีข้อสั่งการพิเศษให้ดำเนินการก่อเหตุ เนื่องจากวันครบรอบวันชาติปาตานี 1 สิงหาคม โดยให้ดำเนินการก่อนหน้า 10 วัน จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม
“เดือนสิงหาฯ เป็นเดือนที่มีวันชาติของประเทศชนชาติมลายู ได้แก่ อินโดนีเซีย 17 สิงหาคม และมาเลเซีย 31 สิงหาคม ซึ่งวันชาติมาเลเซีย เคยเกิดเหตุป่วนแขวนธงชาติมาเลย์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายพันผืน กระจายหลายร้อยจุดทั่วพื้นที่มาแล้วเมื่อปี 2555”
ดร.ซาช่า บอกด้วยว่า การพูดคุยสันติสุขที่กำลังดำเนินการอยู่ ถือว่าไร้ผลต่อสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะกลุ่มที่มาพูดคุยกับรัฐบาลไทย เป็นอดีต BRN ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ BRN ปัจจุบัน
@@ เลขาฯสมช. ลั่น เดินหน้าพูดคุย ควบคู่บังคับใช้กฎหมาย
ทันทีที่ ดร.ซาช่า ถามหาเลขาธิการ สมช. ปรากฏว่าวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. เลขาฯสมช.ก็ปรากฏตัวให้สัมภาษณ์
โดย นายฉัตรชัย บางชวน เลขาธิการ สมช. บอกเอาไว้แบบนี้
- ยืนยันว่าต้องคุยก้บผู้เห็นต่างต่อไป เพราะผู้เห็นต่างกว่าครึ่งพร้อมคุย และภาคประชาสังคมยอมรับ
- แนวทางคือบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นกับกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ควบคู่ไปกับการพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆ ที่พร้อมพูดคุย
ทั้งยังแสดงความเชื่อมั่นว่า มาเลเซียเข้าถึงผู้เห็นต่างได้ และผู้เห็นต่างเกรงใจมาเลเซีย
