
มวลชนนับหมื่นแห่แสดงความยินดีงาน “วาลีมะฮ์” ฉลองมงคลสมรส “รับสาวเข้าบ้าน” ของลูกชาย สส.กมลศักดิ์ พร้อมให้กำลังใจเหตุถูกลอบยิง หลังคดีผ่านมาครึ่งปียังสู้ต่อ แม้ไร้เงาผู้บงการ “พ.ต.อ.ทวี” บินด่วนลงใต้ ไม่ทิ้งลูกพรรคคนสำคัญ
วันเสาร์ที่ 19 ก.ย.69 ที่บ้านส้มป่อย หมู่ 9 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มีการจัดงาน “วาลีมะฮ์” หรืองานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส (รับสาวเข้าบ้าน) ของบุตรชาย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีมวลชน ผู้สนับสนุน และประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่เดินทางมาร่วมงานหลายพันคน
บุคคลที่ได้รับการจับตามากที่สุด คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในพิธีวาลีมะฮ์ และแสดงความยินดีกับ สส.กมลศักดิ์ พร้อมด้วยแกนนำ และสมาชิกพรรคประชาชาติ

เป็นที่น่าสังเกตว่า นอกจากการมาร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลแล้ว กิจกรรมในวันนี้ยังเป็นการรวมตัวของมวลชนจำนวนมาก ซึ่งเดินทางมาจากทั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางส่วนเดินทางข้ามพรมแดนมาจากประเทศมาเลเซีย โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อแสดงพลังและให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 6 เดือนของเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงพอดี ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนในพื้นที่มาตลอด
โดยประชาชนจำนวนมากได้เข้าไปจับมือ “สลาม” ให้กำลังใจทั้ง พ.ต.อ.ทวี และ สส.กมลศักดิ์ ที่ต่อสู้ เรียกร้องความเป็นธรรม และเปิดโปงเบื้องหลังของคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา
@@ ย้อน 6 เดือนคดียิง สส.กมลศักดิ์ ไร้ผู้บงการ?

สำหรับคดียิง สส.กมลศักดิ์ แม้ตัว สส.จะรอดวิถีกระสุนมาได้ แต่ปฏิบัติการลอบสังหารก็ทำให้ผู้ติดตามของ สส. ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ โชเฟอร์ หรือคนขับรถ กับตำรวจติดตาม
คดีนี้ “ข้อหาหลัก” จึงเป็น “ข้อหาพยายามฆ่า” เหตุเกิดคืนวันที่ 19 มี.ค.69 หลังสภาโหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่ง สส.กมลศักดิ์ ก็ยกมือโหวตสนับสนุนายอนุทินด้วย ผ่านมาถึงวันนี้ ครบ 6 เดือนเต็มแล้ว คดีเพิ่งเข้าสู่ชั้นศาล ท่ามกลางคำถามและความคลางแคลงใจมากมาย กล่าวคือ
- ทีมสังหารซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุมี 4 คน ประกอบด้วย เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี, นายสมพร ลังเดช, นายธนภัทร วัฒนภิญโญ และ นายอลาวี อาแว โดย 2 ใน 4 คน คือ เรือเอกวิโรจน์ กับ นายสมพร เคยเป็นทหารเรือนาวิกโยธิน และเคยรับราชการในพื้นที่นราธิวาสมาก่อน ส่วนนายธนภัทร เป็นมือปืน มีข่าวไม่ยืนยันว่าเป็นอดีตทหารพราน ขณะที่ นายอลาวี เป็นโชเฟอร์
- ผู้ที่ทำหน้าที่ซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน คือ รถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะ คือ นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่ใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นอู่ที่ใช้ซำแหละรถยนต์ และนำชิ้นส่วนไปทิ้งน้ำ
- ผู้ที่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิด ฐานพยายามฆ่า สส.กมลศักดิ์ เป็นนายทหารเรือ 2 คน คือ นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ อดีตนายทหารสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส และ นาวาตรี เดโช รัตนพันธุ์
แต่ในชั้นอัยการ มีคำสั่งไม่ฟ้อง นาวาตรี เดโช รัตนพันธุ์ และส่งเรื่องกลับไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากตำรวจไม่ทำความเห็นแย้ง จะถือเป็นที่สุด
ส่วนตัวผู้บงการในคดียิง สส.กมลศักดิ์ ไม่มีในสำนวนที่มีการสั่งฟ้องของตำรวจแต่อย่างใด
ต่อมาในวันที 14 ส.ค.69 ศาลได้พิพากษาลงโทษ นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ โดยนายสุนทร ให้การรับสารภาพ ศาลเมตตา ลดโทษเหลือจำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนคดีแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหายรถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส จำนวน 2 แสนบาท นายสุนทรไม่อุทธรณ์คดีต่อ ทำให้คดีถึงที่สุด เจ้าตัวยอมรับโทษในเรือนจำ
ทำให้ล่าสุดขณะนี้ มีผู้ต้องหาเหลืออีก 5 คนที่อยู่ในกระบวนการของศาล คือ
1.เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี เป็นมือปืนผู้ลั่นไก
2.นายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน
3.นายอลาวี อาแว คนขับรถ
4.นายสมพร ลังเดช ผู้ประสานงานและชี้เป้า
5.นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ความผิดฐานสนับสนุนการพยายามฆ่า
โดย 4 รายแรกไม่ได้ประกันตัว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนราธิวาส ส่วน นาวาเอก มนตรี ได้รับการปล่อยชั่วคราว
คำให้การในชั้นศาลของจำเลยทั้ง 5 ราย มี 2 รายที่ให้การรับสารภาพในข้อหาพยายามฆ่า คือ นายธนภัทร กับนายอลาวี ส่วน เรือเอกวิโรจน์ ,นายสมพร และ นาวาเอก มนตรี ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
โดยศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานไว้ทั้งหมด 15 นัด โดยจะเริ่มสืบพยานนัดแรกในวันที่ 19 ม.ค.70 และกำหนดนัดต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน หากเป็นไปตามกำหนดการนี้ คาดว่าการสืบพยานในคดีจะแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ก.พ.
@@ วิจารณ์แซ่ด “ปืน - รถ - คน” โยงรัฐ-กองทัพเรือ
คดีนี้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ามีเงื่อนงำเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานรัฐ เนื่องจากทีมสังหารหลายคนเคยรับราชการเป็นทหารเรือนาวิกโยธิน, ผู้สนับสนุนเป็นทหารในราชการ ยศนาวาเอก, รถยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการยิง สส. เป็นรถกระบะในราชการของ กอ.รมน.นราธิวาส ในความดูแลของทหารเรือยศนาวาเอก
ส่วนอาวุธปืน 1 ใน 2 กระบอก เป็นปืนเอ็ม 16 หมายเลขทะเบียนปืนตรงกับปืนของทางราชการกองทัพเรือ แต่ตามประวัติถูกทำลายทิ้งไปแล้ว
ขอบคุณ : ภาพกราฟฟิกบางส่วนจากรายการ “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี
