
“…สมรภูมิที่สอง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 500 คน วันที่ 8 ก.พ.69 จะเป็น ‘เลือกตั้งครั้งใหญ่’ ที่ใช้เวลา ‘4 วินาที’ แต่จะกำหนดการเมืองไทย-ชี้ชะตาอนาคตประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า จะเดินไปในทิศทางใด..”
การเมืองประเทศไทยปี 2569 เป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลง ‘ครั้งสำคัญ’ เพราะจะมีการ ‘เลือกตั้งใหญ่’ เพื่อเลือก ‘รัฐบาลใหม่’ พ่วงด้วยการออกเสียง ‘ประชามติ’ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจัดสรรโครงสร้าง ‘อำนาจใหม่’
@ เลือกตั้งนายก-สมาชิกสภาอบต.
อย่างไรก็ดี เปิดศักราช 2569 การเมืองไทยไม่ได้มีเฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปกับการออกเสียงประชามติเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่จะมีการ ‘เลือกตั้ง’ รออยู่เบื้องหน้าถึง 3 สมรภูมิ
สมรภูมิแรก การเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เล็กที่สุด-ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และมีจำนวนมากที่สุด 5,291 แห่ง ในวันที่ 11 ม.ค.69
ภายหลังอบต.ครบวาระเมื่อวันที่ 27 พ.ย.68 และมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง อบต. ตั้งแต่วันที่ 1-5 ธ.ค.68 รวม 5 วัน มีผู้สมัคร นายกอบต. 8,603 คน และ สมาชิกสภา อบต. 93,697 คน รวม 102,300 คน อบต.บางแห่งจะเลือกตั้งเฉพาะ สมาชิกสภาอบต. เนื่องจากมีนายกอบต. ‘ชิงลาออก’ ก่อนครบวาระ

@ ยกเคส ‘พิธา-นายกชาญ’ ติวเข้ม คุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้าม
‘ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร’ รองเลขาธิการ กกต. ‘ติวเข้ม’ การคัดกรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การสมัครรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาอบต. โดยบรรยายให้กับ ‘ผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่น’ และได้หยิบยกกรณีการเลือกตั้งระดับประเทศหลายกรณี อาทิ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลถือ ‘หุ้นไอทีวี’
ลักษณะต้องห้ามในการรับเลือกตั้ง มาตรา 50 (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อย่างคิดว่า เป็นเรื่องของการเมืองระดับชาติ การเมืองระดับท้องถิ่นใกล้สุดเลย ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ผู้รับสมัครเลือกตั้งอบต. ที่จดทะเบียนการค้า และมีวัตถุประสงค์การประกอบกิจการข้อ 32 ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนฯ มีลักษณะต้องห้ามไม่ได้ ต้องดู ‘แบบ ส.ปช.3’ ว่า มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อสารมวลชนหรือไม่
ยกตัวอย่างคดีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคสีส้ม (ก้าวไกล) ถือหุ้นบริษัทไอทีวี ออกอากาศไม่ได้ เพราะยังมีข้อพิพาทกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ แช่แข็งไว้อยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่า บริษัทไอทีวียกเลิก ยังคงประกอบกิจการอยู่ และมีรายได้อยู่ เมื่อนายพิธาถือหุ้นบริษัทไอทีวี ซึ่งเป็นหุ้นสื่อ แสดงว่ามีลักษณะต้องห้ามตาม (3) ทันที
“มีการแย้งว่า ศาลฎีกาเคยพิพากษาว่า ถือหุ้นเพียงน้อยนิด ไม่สามารถครอบงำกิจการ ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม แต่เรายึดตามแนวทางของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือหุ้นเพียงหุ้นเดียวถือว่าเข้าลักษณะต้องห้ามทันที แต่ทำไมคุณพิธาถึงรอดกลับมา จึงสามารถเทียบเคียงให้เห็นได้ว่า”
“ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ถ้าจดทะเบียนทางพาณิชย์ หรือ ถือหุ้นบริษัทเหล่านี้ ไม่ใช่ดูว่าเป็นหุ้นสื่อหรือไม่อย่างเดียวให้ดูงบแสดงสถานะทางการเงิน หรือ แบบ ส.ปช.3 ว่าบริษัทนี้ในปีที่สมัครรับเลือกตั้งมีรายได้จากกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ หรือไม่ ปรากฏกว่า บริษัทไอทีวี ณ วันที่คุณพิธาสมัครรับเลือกตั้งสส.ไม่มีรายได้จากกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ คุณพิธาจึงรอดกลับมาทำหน้าที่ต่อได้”
อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ ลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง มาตรา 50 (9) ‘เคย’ ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือ เคยต้องคำพิพากษา ‘อันถึงที่สุด’ ให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต
เทียบเคียงกับกรณี ‘ชาญ พวงเพ็ชร์’ อดีตนายกอบจ.ปทุมธานี ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลและยื่ต่อศาลอาญาทุจริตฯ ประทับรับฟ้อง แต่ เพราะ ‘คดียังไม่ถึงที่สุด’

@ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร @
ปิดท้ายที่ตัวอย่าง ลักษณะต้องห้ามในการรับเลือกตั้ง มาตรา 50 (17) เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ‘หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง’
“ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่น คุณปารีณา ไกรศุปต์ อดีต สส.ราชบุรี เคยโดย ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดฐานนี้ เพราะครอบครองที่ดิน สปก. และกรณีคุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งคุณพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ฉะนั้นคนที่โดนฐานความผิดเหล่านี้จะสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ตลอดชีวิต”
เทียบเคียงจากอดีต ในอนาคตอาจจจะกรณีศึกษากับท้องถิ่น หากเกิดเหตุการณ์นายกอบต.แต่งตั้งรองนายกอบต.ไม่ถูกต้อง อาจจะเกิดกรณีตัวอย่างในอนาคต
@ เลือกตั้ง สส. - นายกฯคนที่ 33
สมรภูมิที่สอง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 500 คน และ ‘นายกรัฐมนตรี’ คนที่ 33 วันที่ 8 ก.พ.69 จะเป็น ‘เลือกตั้งครั้งใหญ่’ ที่ใช้เวลา ‘4 วินาที’ แต่จะกำหนดการเมืองไทย-ชี้ชะตาอนาคตประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า จะเดินไปในทิศทางใด
สำนักงาน กกต. สรุปการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ธ.ค.68 รวม 5 วัน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต จำนวน 77 จังหวัด มีผู้สมัคร 3,526 คน 2. ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ (28-31 ธ.ค.68 รวม 4วัน) พรรคการเมืองส่งผู้สมัครฯ 57 พรรคการเมือง จำนวน 1,570 ราย
3. รายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี (แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี) มีพรรคการเมืองเสนอรายชื่อฯ 43 พรรคการเมือง 94 รายชื่อ
@ เปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ 6 พรรคใหญ่-ตัวเก็ง
6 พรรคการเมือง ที่มี ‘แคนดิเดตนายกฯ’ อยู่ในสปอตไลต์-ตัวเก็งในลู่วิ่งแห่งอำนาจ ที่ว่ากันว่าจะได้จำนวน สส.เกิน 25 ที่นั่งในการเลือกตั้ง 69 รวมถึงมีจำนวน สส.เกิน 25 เสียง ในการเลือกตั้งปี 66 มีรายชื่อดังต่อไปนี้ (เรียงลำดับตามหมายเลขพรรคการเมืองที่จับสลากกับกกต. เรียงจากน้อยไปหามาก)
หมายเลข 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 2.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี 3.นายนราพัฒน์ แก้วทอง
หมายเลข 27 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 1.นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ 2.นายกรณ์ จาติกวณิช 3.นางการดี เลียวไพโรจน์
หมายเลข 37 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
หมายเลข 42 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
หมายเลข 43 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง 2.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี
หมายเลข 46 พรรคประชาชน (ปชน.) 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร
สุดท้ายต้องลุ้นกันว่า พรรคการเมืองใด-เบอร์ใด จะเข้าป้าย-ขึ้นทำเนียบรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

@ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ @
@ 3 สูตร โฉมหน้ารัฐบาลใหม่
‘ดร.สติธร ธนานิธิโชติ’ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคการปกครอง วิเคราะห์ ‘โฉมหน้ารัฐบาลใหม่’ กับสำนักข่าวอิศราว่า มี 3 สูตร
สูตรแรก พรรคภูมิใจไทยได้จำนวน สส.150 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคกล้าธรรมที่คาดว่าจะได้ สส. 70 ที่นั่ง รวมกันสองพรรคเท่ากับ 220 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ 30 ที่นั่ง
“อาจจะเอาพรรคเพื่อไทยมาเติมเพื่อเพิ่มเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่มาก็เอาพรรคเล็กมาเพิ่ม เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำสักระยะ”
สูตรที่สอง พรรคภูมิใจไทย (150 เสียง) พรรคประชาชน (130) เป็นรัฐบาล 280 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ (30) รวม 310 นายกรัฐมนตรีจะชื่อนายอนุทิน
สูตรที่สาม พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยต้องได้สส.ต่ำกว่า 50 เสียง
@ ‘ประชามติ’ ครั้งประวัติศาสตร์
การเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้มีความพิเศษกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการออกเสียงประชามติว่า ใน ‘วันเดียวกัน’ กับ ‘วันเลือกตั้ง’ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่า การชิงไหวชิงพริบในสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นที่มาของสาเหตุที่ทำให้ ‘อนุทิน’ นายกฯ เฉพาะกิจ 3 เดือน 26 วัน ประกาศ ‘ยุบสภา’ แบบ ‘ก่อนกำหนด’ บริหารราชการแผ่นดินไม่ครบ 4 เดือน (ตามข้อตกลงกับพรรคประชาชน)
จากไทม์ไลน์เดิมที่รัฐบาล ‘ปักหมุด’ ว่า ยุบสภาวันที่ 31 ม.ค.69 เลือกตั้งวันที่ 29 มี.ค.69 และการออกเสียงประชามติ 2 คำถาม คือ คำถามที่ 1 ท่านเห็นด้วยกับจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ กับ คำถามที่ 2 เห็นด้วยกับการวิธีการและเนื้อหาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
กลายเป็นยุบสภา วันที่ 12 ธ.ค.68 เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 เหลือเพียงคำถามเดียวว่า ‘ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่’

@ ที่มารูป : ประชาชาติธุรกิจ @
@ ผู้ว่าฯ กทม. - นายกเมืองพัทยา
ปิดท้าย-สมรภูมิที่สาม การเลือกตั้งสมาชิกสภา (สก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และนายกเมืองพัทยา วันที่ 5 ก.ค.69 ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 21 พ.ค.69 พร้อมกัน การเลือกตั้ง ‘ผู้ว่าฯกทม.’ แม้ตอนนี้โฉมหน้าแคนดิเดตที่จะมาชิงชัยจะยังไม่ปรากฎ แต่หลายคนยังลุ้น 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' จะลงสมัครต่อสมัยที่ 2 หรือไม่ ซึ่งล่าสุดเมื่อเช้านี้ (2 ม.ค. 69) พ่อเมืองคนปัจจุบันแย้มนิดๆว่า หากลงสมัครคงจะลงในนามส่วนตัว เพราะเห็นตรงกันว่า 4 ปีหลังจากนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงมาก
ทั้งนี้ มีรายงานจากคนใกล้ชิดนายชัชชาติว่า รอบนี้จะไม่เพียงแต่ลงสมัครชิงตำแหน่งสมัยที่สองเท่านั้น แต่จะมีการคัดสรรทีมงานเพื่อลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขตด้วย หลังผ่านประสบการณ์ในสมัยแรกแล้วพบว่า หลายๆแผนงานยังขาด 'มือไม้' สำหรับขับเคลื่อนนโยบายเมืองกรุง
ส่วนพรรคอื่นๆตอนนี้ยัง Wait and see อาจจะต้องรอหลังการเลือกตั้งใหญ่ผ่านพ้นไปก่อน เพื่อจับกระแสคนกรุงเทพฯในระยะเวลาถัดไป
ส่วนการเลือกตั้งรูปแบบพิเศษอีก 1 สมรภูมิ (ย่อย) คือ การเลือกตั้ง ‘นายกเมืองพัทยา’ ที่มี ‘ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์’ ในเป็น ‘นายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน’
การเลือกตั้ง ‘นายกเมืองพัทยา’ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.65 นายปรเมศวร์ ลงสมัครในนามกลุ่ม ‘เรารักพัทยา’ เครือข่าย ‘บ้านใหญ่คุณปลื้ม’ เอาชนะ ‘สินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร’ จากกลุ่ม ‘พัทยาร่วมใจ’ ด้วยคะแนน 14,590 ต่อ 12,695 คะแนน ขณะที่ ‘กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย’ จากกลุ่ม ‘ก้าวหน้าพัทยา’ มาเป็น ‘อันดับ3’ ได้ 8,826 คะแนน
การเมืองในปี 2569 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่บนสนามเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ส่วนจุดหมายปลายทางจะเป็นอย่างไร ตัดสินกันในเวลา 4 วินาที!
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ :
- ‘สติธร’ เจาะลึก ‘เลือกตั้ง 69’ 5 ‘พรรคใหญ่’ - กาง 3 สูตร จัดตั้ง ‘รัฐบาลใหม่’
- 'กกต.' สรุปยอดผู้รับสมัครเลือกตั้ง สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ 5 วัน 'แคนดิเดตนายกฯ' 43 พรรค 94 คน
- เปิดรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 5 พรรคการเมือง 'ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย-ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ประชาชน'

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา