
‘บอร์ด กสทช.’ ยังไม่อนุมัติ ‘สเปซเทคฯ’ อ้าง ‘เหตุสุดวิสัย’ ขอขยายเวลาส่งดาวเทียม ‘ไทยคม 9’ ขึ้นสู่วงโคจร เป็นภายใน ก.ย.70 มอบ ‘สำนักงานฯ’ ศึกษานิยาม ‘เหตุสุดวิสัย’ ของศาลไทย ให้ชัดเจน หวั่นโดนกล่าวหาเอื้อฯเอกชน
............................................
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันนี้ (7 พ.ค.) กสทช. ได้พิจารณาวาระการขอขยายระยะเวลาการดำเนินการจัดให้มีดาวเทียมและการนำคลื่นความถี่ของข่ายงานดาวเทียมที่ได้รับสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ขึ้นใช้งาน สำหรับชุดข่ายงานดาวเทียมที่ 3 ณ ตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก หรือ ดาวเทียมไทยคม 9 ของบริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่น จำกัด (STI) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม
อย่างไรก็ดี ที่ประชุม กสทช. ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้ และจะมีการประชุมพิจารณาวาระดังกล่าวอีกครั้งในการประชุม กสทช. วันที่ 12 พ.ค.นี้
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ได้หารือกรณีบริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ขอขยายระยะเวลาการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นสู่วงโคจร ออกไปเป็นภายในเดือน ก.ย.2570 โดยบริษัทฯให้เหตุผลว่า บริษัทผู้ผลิตดาวเทียม คือ Astranis จากสหรัฐฯ ไม่สามารถส่งมอบดาวเทียมให้กับบริษัทฯได้ เนื่องจากการผลิตดาวเทียมในล็อตดาวเทียมไทยคม 9 นั้น มีปัญหาแผงวงจรช็อต จึงต้องทำการตรวจสอบดาวเทียมดังกล่าวใหม่ทั้งล็อต จึงเป็น ‘เหตุสุดวิสัย’ ที่ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นสู่วงจรได้ทันตามกำหนดในวันที่ 15 พ.ค.2569
ทั้งนี้ ในการพิจารณาวาระดังกล่าว กรรมการ กสทช. ได้หารือกันในหลายประเด็น เช่น กรณีที่บริษัทฯอ้างว่า มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งเกิดจากปัญหาการผลิตดาวเทียมของผู้ผลิตดาวเทียม และทำให้บริษัทฯไม่สามารถส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นสู่วงโคจรได้นั้น คำว่า ‘เหตุสุดวิสัย’ ดังกล่าว จะเข้านิยามเหตุสุดวิสัยของศาลไทยหรือกฎหมายไทยหรือไม่ จึงมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ไปศึกษาว่านิยามของคำว่าเหตุสุดวิสัยตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างไร และกรณีดาวเทียมไทยคม 9 จะเข้าข่ายว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่
ขณะเดียวกัน ที่ประชุม กสทช. ยังหารือกันว่า ในกรณีที่บอร์ด กสทช. อนุมัติให้ บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ได้รับการขยายระยะเวลาการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ออกไปเป็นภายในเดือน ก.ย.2570 แล้ว หากภายในเดือน ก.ย.2570 บริษัทฯยังไม่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นไปได้อีก กสทช.จะมีมาตรการลงโทษอย่างไร เช่น จะต้องมีการริบหลักประกันฯประมาณ 100 ล้านบาท หรือไม่
นอกจากนี้ ในกรณีที่อนุญาตให้ขยายเวลาส่งดาวเทียมออกไปแล้ว และดาวเทียมไทยคม 4 ซึ่งอยู่ในตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว บริษัทฯจะมีแผนในการดูแลลูกค้าเดิม รวมถึงการจัดเตรียมช่องสัญญาณสำหรับหน่วยงานรัฐอย่างไร เป็นต้น
ด้าน แหล่งข่าวจากกรรมการ กสทช. กล่าวว่า กรณีที่กรรมการ กสทช. มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ไปศึกษาว่ากรณีที่บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ มีการอ้างเหตุสุดวิสัย ซึ่งทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นสู่วงโคจรนั้น เข้านิยามเหตุสุดวิสัยตามกฎหมายไทยหรือศาลไทยหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และ กสทช.จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือไม่
ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบการขอขยายระยะเวลาการนำคลื่นความถี่กลับขึ้นใช้งาน ณ ตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ต่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยสำนักงาน กสทช. จะทำหนังสือแจ้งไปยัง ITU เพื่อรักษาตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ให้เป็นของประเทศไทยต่อไป ในช่วงที่ยังไม่มีการส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปแทนดาวเทียมไทยคม 4 ที่จะกำลังจะหมดอายุการใช้งาน
อ่านประกอบ :
‘บอร์ด กสทช.’ไฟเขียว‘บ.สเปซเทคฯ’เช่าสัญญาณ‘ดาวเทียมเกาหลี’ หลังแผนส่ง‘ไทยคม 9’ส่อเลื่อน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา