
‘บอร์ด กสทช.’ มีมติอนุญาตฯ ‘สเปซเทค อินโนเวชั่น’ บ.ลูกไทยคม เช่าช่องสัญญาณ 'ดาวเทียมเกาหลีใต้' รองรับลูกค้าไทยคม 4 เดิม หลังแผนส่ง ‘ดาวเทียมไทยคม 9’ ส่อเลื่อน
....................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 21-22 เม.ย.2569 ที่ประชุม กสทช.มีมติอนุญาตให้บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ Koreasat-7 ของเกาหลีใต้ สำหรับให้บริการในประเทศ เพื่อรองรับลูกค้าดาวเทียมไทยคม 4 เดิม ระยะเวลาอนุญาตฯ 5 ปี
รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ระบุว่า กรณี บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ขออนุญาตเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ บริษัทฯก็เคยขออนุญาตฯมาแล้ว เพราะช่องสัญญาณไม่เพียงพอ เช่น ลูกค้าเพิ่มขึ้น 10% แต่จะให้ไปสร้างดาวเทียมใหม่คงไม่คุ้มค่า จึงมาขออนุญาตเช่าฯ ซึ่งการขออนุญาตฯในครั้งนี้ มีขนาด 1 GHz หรือคิดเป็น 10% ของดาวเทียมดวงใหม่ และจะย้ายลูกค้าดาวเทียมไทยคม 4 มาใช้เป็นการชั่วคราว
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการพิจารณาวาระดังกล่าว สำนักงาน กสทช. รายงานให้ที่ประชุม กสทช. ว่า ดาวเทียมไทยคม 4 ซึ่งอยู่ในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก จะมีอายุทางวิศวกรรมถึงประมาณเดือน ก.ค.2569 ซึ่งการส่งดาวเทียมดวงใหม่ คือ ดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทนดาวเทียมไทยคม 4 นั้น ตามแผนฯจะต้องส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปภายในวันที่ 15 พ.ค.2569 อย่างไรก็ดี ล่าสุดบริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ได้ทำเรื่องเสนอขอขยายการดำเนินการโครงการฯออกไป
รศ.ดร.สมภพ ยังระบุว่า หาก บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ไม่สามารถส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ และมีความเป็นไปได้ว่าการส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปอาจไม่ทันภายในปี 2569 นั้น ทาง บอร์ด กสทช. ก็ต้องมาพิจารณาว่า เป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ และได้รับทราบมาว่า ทางบริษัทฯ ได้เสนอเรื่องมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อขอขยายระยะเวลาการส่งดาวเทียม แต่เรื่องยังไม่เข้าบอร์ด กสทช.
“ทราบว่า เขาทำเรื่องขอขยายเวลามา แต่ยังไม่เข้าบอร์ด กสทช. ส่วนจะต้องยึดหลักประกันฯหรือไม่นั้น ในข้อกฎหมายให้อำนาจ กสทช. ไว้ แต่ก็ต้องมาตีความว่ามีเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ซึ่งจะมี Guideline อยู่ และแม้ดาวเทียมไทยคม 4 จะหมดอายุการใช้งาน แต่สิทธิในวงจรของประเทศไทยไม่หายไป เพราะมีกลไกที่จะรักษาสิทธิไว้ สิทธิในวงโคจรของไทยยังอยู่ เพียงแต่การใช้ประโยชน์ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องของเอกชน ในแง่ธุรกิจที่เขาจะขาดรายได้ไป” รศ.ดร.สมภพ กล่าว
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า สาเหตุที่ บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ต้องเลื่อนการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทนดาวเทียมไทยคม 4 และน่าจะส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปไม่ทันในปี 2569 นั้น เนื่องจากผู้ผลิตดาวเทียมไทยคม 9 คือ Astranis จากสหรัฐฯ แจ้งว่า การผลิตดาวเทียมล็อตดังกล่าวมีปัญหา โดยพบความพกพร่องในอุปกรณ์บางอย่าง จึงต้องมีการแก้ไข ส่วนจะส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปได้เมื่อไหร่นั้น บริษัทฯจะต้องประเมินกับผู้ผลิตก่อน
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการประชุม กสทช. ดังกล่าว ที่ประชุม กสทช. ยังพิจารณาวาระ เรื่อง ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน (Cell Broadcast) ผ่านช่องทางกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต กรอบวงเงินประมาณ 180 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุม กสทช. ได้ขอให้สำนักงาน กสทช. ถอนเรื่องนี้ออกไปก่อน และทำการทบทวนใหม่ เนื่องจาก กรรมการ กสทช. ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความคุ้มค่ในการใช้งบ รวมทั้งอาจมีความซ้ำซ้อนกับระบบ Cell Broadcast เดิมที่มีอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ในการจัดทำระบบ Cell Broadcast ผ่านช่องทางกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ฯ ต้องไม่ใช่การอนุมัติงบให้ผู้ประกอบการเพียง 3 รายเท่านั้น เพราะยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆอีก
ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในการประชุม กสทช. ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย.2569 ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด จอหอ เคเบิลทีวี โดยให้มีผลนับแต่วันที่สิ้นสภาพนิติบุคคล (22 ธ.ค.2568) เนื่องจากขาดคุณสมบัติของการเป็นผู้รับใบอนุญาตฯ
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. มีมติอนุมัติรับคืนเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น 4 หลัก หมายเลข 1495 ของบริษัท โมโน ช้อปปิ้ง จำกัด และหมายเลข 1249 ของบริษัท มหานครแม่สอดเวชการ จำกัด โดยการคืนเลขหมายจะมีผลเมื่อ กสทช. มีมติรับคืนเลขหมายและผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายได้รับแจ้งมติจาก กสทช. แล้ว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา