เปิดหนังสือ 'เทวฤทธิ์ มณีฉาย' สว. ขอให้ชะลอตั้ง 'กกต.-ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ' ชี้ ไม่มี 'ผู้นำฝ่ายค้าน' – ขัดกันแห่งผลประโยชน์ ด้าน 'กก.สรรหาฯ' ลุย เลือก - เดินหน้าส่ง วุฒิสภา แต่งตั้ง ระบุ กรรมการเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนได้
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 7 เม.ย.2569 คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติด้วยคะแนนเสียงสองในสาม หรือ 6 เสียง เห็นชอบให้ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ศาสตราจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ครบวาระ) และให้เสนอชื่อต่อ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
สำนักนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า หลังจากคณะกรรมการสรรหาฯ ลงมติเห็นชอบศาสตราจารย์จักรพงศ์ เป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมานายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้มีหนังสือลงวันที่ 21 เม.ย.2569 ขอให้พิจารณาการประกอบสัดส่วนของคณะกรรมการสรรหาฯ และคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ชะลอกระบวนการสรรหาและเสนอชื่อบุคคลหรือดำเนินการมาตรการอื่นใด เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงต่อการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ สว. ในการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการเลือกตั้งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อคิดเห็นและข้อสังเกตต่อกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ดังนี้
1. องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาควรให้ครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กระบวนการสรรหาเป็นไปอย่างรอบด้านและมีดุลยภาพ แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย มาตรา 203 วรรคสอง จะกำหนดให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการต่อไปได้ในระหว่างที่องค์ประกอบไม่ครบถ้วนก็ตาม
หากแต่เมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างของคณะกรรมการสรรหาซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากอำนาจอธิปไตยทั้งฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ /ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรย่อมถือเป็นตัวแทนโดยตรงของประชาชนและเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ การดำเนินกระบวนการสรรหาในขณะที่มีองค์ประกอบไม่ครบถ้วนในส่วนสำคัญนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของดุลยภาพในการคัดเลือกบุคคล จึงขอให้พิจารณาชะลอการดำเนินการจนกว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาจะครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติ
2. ประเด็นการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงต่อการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ สว. ในการให้ความเห็นชอบบุคคล โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวน ไต่สวน หรือพิจารณาคดีที่ สว. จำนวนมากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่มีส่วนได้เสียโดยตรงในทางคดี
การให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งในระยะเวลาหนึ่งปีที่ล่วงมาผู้ร้องได้เสนอญัตติต่อวุฒิสภา เพื่อขอให้ระงับหรือชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งแต่ไม่เป็นผล
รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบหนังสือของนายเทวฤทธิ์ และเห็นว่า กรณีขอให้พิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้น เนื่องจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 203 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 11 ได้กำหนดโดยชัดแจ้งว่า
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสรรรหาตาม (2) กล่าวคือ ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้คณะกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่
ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญดังกล่าว
ส่วนการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 บัญญัติไว้ ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถชะลอกระบวนการสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อวุฒิสภาได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ :
- 'กก.สรรหา' ลงมติสองในสาม เลือก 'จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช' นั่ง 'ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ' แทน 'นครินทร์'
- เปิดประวัติ ‘ศ.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช’ ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา