
‘จิรุตม์’อำลาประธานบอร์ดรฟท. มีผล 18 มี.ค.นี้ เผยการแต่งตั้งผู้ว่าฯใหม่ต้องรอกกต.-บอร์ดหน้าจัดการ ชี้เรื่องที่ต้องทำต่อ เพิ่มการใช้ประโยชน์รางและ SRTA จะต้องหารายได้เพิ่มมากกว่านี้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประกาศผลเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 และมีหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 โดยกำหนดให้ต้องลาออกจากการเป็น กรรมการในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ให้เรียบร้อยภายใน 15 วัน ซึ่งได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากประธานบอร์ดรฟท.และคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. (AOT) แล้ว โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
นายจิรุตม์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มีการประชุม บอร์ดรฟท. ครั้งที่ 6/2569 ซึ่งได้แจ้งเรื่องลาออกต่อที่ประชุม ทั้งนี้ ประธานบอร์ดรฟท.ถือว่าเป็น องค์ประกอบของบอร์ดรฟท. กรณีประธานลาออก จะไม่สามารถประชุมบอร์ดรฟท.ได้ เพราะถือว่ามีองค์ประกอบไม่ครบ ส่วนการแต่งตั้งประธานบอร์ดนั้น จะต้องรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่แต่งตั้ง
ส่วนการทำสัญญาจ้างผู้ว่าฯรฟท.คนใหม่นั้น นายจิรุตม์กล่าวว่า ตามขั้นตอนหลังครม.เห็นชอบผลการสรรหาฯ แต่เนื่องจากเป็นครม.รักษาการ ตามรัฐธรรมนูญ จะต้องเสนอกกต.เห็นชอบ ดังนั้นตอนนี้ ต้องรอ กกต. เห็นชอบก่อน เมื่อกกต.เห็นชอบ จึงจะลงนามสัญญาจ้างผู้ว่าฯรฟท.คนใหม่ได้ ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของประธานบอร์ดรฟท.คนใหม่ ระหว่างนี้ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ รฟท.ทำหน้าที่ รักษาการผู้ว่าฯรฟท.ได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
@ฝากดูการใช้รางให้คุ้มค่า-SRTA ต้องหารายได้ให้มากขึ้น
นายจิรุตม์กล่าวว่า รถไฟถือเป็นระบบรางที่มีความสำคัญต่อการขนส่งของประเทศ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า เป็นแกนหลักการขนส่งของประเทศที่มีต้นทุนต่ำและลดอุบัติเหตุจากการขนส่งทางถนน ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับระบบราง โดยมีการสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะหากการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เพื่อทำให้โครงข่ายรถไฟมีความสมบูรณ์ ขณะที่รฟท.ยังมีข้อจำกัดเรื่องหัวรถจักร ตู้โดยสารและแคร่สินค้า ดังนั้นหลังจากนี้จะต้องหาแนวทางการใช้ประโยชน์ของรางให้เกิดความคุ้มค่า เช่น เปิดให้เอกชนใช้ทางร่วม ซึ่งรฟท.จะมีรายได้จากค่าเช่าใช้ราง ค่าบริหารจัดการระบบอาณัติสัญญาณ เพิ่มด้วย และเป็นแนวทางที่สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหารถจักร ล้อเลื่อน แคร่สินค้าอีกด้วย ซึ่งจะดำเนินการภายใต้พ.ร.บ.การขนส่งทางรางพ.ศ. 2568
“ตลอดระยะเวลา 6 ปีในการทำหน้าที่กรรมการรฟท. ได้มีการเร่งรัดผลักดันโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 , โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 และระยที่ 2 ,โครงการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยาย และการจัดตั้ง บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด หรือ SRTA เป็นบริษัทลูกบริหารทรัพย์สินรฟท.ให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งขอให้รฟท.ติดตามเพื่อผลักดันให้มีความคืบหน้าให้เป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้” นายจิรุตม์กล่าว
ส่วนปัญหาการขาดทุนสะสมของรฟท.นั้น เกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะ การที่ไม่สามารถปรับเพิ่มค่าโดยสารได้ตามต้นทุน มาเป็นเวลานาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาขาดทุน นั้นรฟท.นอกจากหารายได้เชิงพาณิชย์มากขึ้น ส่งเสริมรถไฟท่องเที่ยว และขนส่งสินค้าให้มากขึ้นแล้ว แนวทางการเปิดให้เอกชนเข้ามาเช่าใช้ราง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างรายได้เพิ่ม และการพัฒนาทรัพย์สินโดย SRTA คาดว่าจะทำให้รายได้เพิ่มจากปัจจุบันปีละ 4,000 ล้านบาท

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา