
“พ.ต.อ.ทวี” กางหลักฐานเพิ่ม หวังมัดตัวการสั่งสังหาร สส. ด้าน “กมลศักดิ์” บี้ตำรวจเลิกเล่นแง่ เร่งออกหมายจับ หวั่นข้อมูลเด็ดถูกตัดตอน โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์สื่อสาร ย้ำชัดต้องมีเจ้าหน้าที่ถูกดำเนินคดี เหตุพิรุธอื้อ รถ กอ.รมน.ไม่ใช่แค่ถูกยืม แต่ยังติดป้ายทะเบียนปลอม!
ความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 1 พ.ค.69 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย ได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง และได้ร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมี สส.กมลศักดิ์ ในฐานะผู้เสียหายเข้าร่วมสรุปประเด็นเกี่ยวกับพยานหลักฐานใหม่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง “ตัวการใหญ่”
มีรายงานว่า ในที่ประชุม พ.ต.อ.ทวี ได้กางเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับคดี ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า มีบุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้ต้องหา 5 คนที่ถูกออกหมายจับและจับกุมได้ทั้งหมดแล้ว เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคดีนี้ในมิติต่างๆ ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้ง “ตัวการร่วม - ผู้บงการ – หรือผู้สนับสนุน”
โดยเอกสารที่ พ.ต.อ.ทวี นำมาแสดง มีรายงานว่าเป็นข้อมูลในทางลับที่รวบรวมจากเจ้าหน้าที่บางหน่วย ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์มือถือ, การติดต่อถึงกลุ่มบุคคลที่สามนอกทีมสังหาร และข้อมูลจากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดกลุ่มผู้ต้องหา
@@ แฉยืมรถ กอ.รมน.ไปติดทะเบียนปลอมก่อนยิง สส.

ภายหลังการประชุม นายกมลศักดิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกับบุคคลอีก 2 ราย คือ นาวาเอก มนตรี และ ว่าที่นาวาตรี เดโช ในข้อหา “ใช้ จ้างวาน ตัวการ หรือสนับสนุนพยายามฆ่า” เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 5 รายแรก โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานที่พรรคประชาชาติรวบรวมมานั้น มีน้ำหนักเพียงพอที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับได้ทันที
“ในมุมมองของเรา พฤติการณ์ของคนมีสีไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุนแน่นอน ทั้งเรื่องการให้ยืมรถ การติดฟิล์มดำมืด และการใช้ทะเบียนปลอม ข้อมูลเหล่านี้เพียงพอที่จะแจ้งข้อหาได้เลย แต่ทำไมพนักงานสอบสวนถึงยังรอเวลา ก่อนหน้านี้คดีในสามจังหวัด แค่ข้อมูลจากการซักถามในชั้นกฎหมายพิเศษ คุณก็แจ้งข้อหาแล้ว แต่พอเป็นคดีนี้กลับดูเหมือนมีมาตรฐานที่ต่างออกไป” นายกมลศักดิ์ ตั้งคำถาม
@@ งง! ตำรวจโยนกลอง “ข้อมูลโทรศัพท์” หวั่นถูกตัดตอน
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ การตรวจสอบการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ซึ่งนายกมลศักดิ์ระบุว่า ได้ขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมใน 7 ประเด็น โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ 10 หมายเลขที่เกี่ยวข้อง แต่กลับพบอุปสรรคเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อหวังผลเป็นการถ่วงเวลาหรือไม่
“เราทวงถามพนักงานสอบสวนว่าเอกสารการสื่อสารอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าอยู่ที่ชุดสืบสวนของ ศชต. (ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้) ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวน ตรงนี้มันคืออะไร? ข้อมูลโทรศัพท์บริษัทผู้ให้บริการจะเก็บไว้แค่ 3 เดือนแล้วลบอัตโนมัติ ยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหาย หรือนี่คือความพยายามจะตัดตอนให้จบแค่ 5 คนแรกตามกระแสข่าว”
@@ ผบ.ค่ายจุฬาภรณ์ “นาวิกฯ” เข้าพบ-ทำความเข้าใจ

นายกมลศักดิ์ ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่อง “ความเป็นธรรม” เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่บางนายที่ทำคดีนี้มีอคติส่วนตัวกับตน
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผบ.ค่ายจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นค่ายและกองบัญชาการหลักของหน่วยนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ ได้เข้าพบเพื่อทำความเข้าใจ และยืนยันว่า หากมีบุคลากรในหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่ใช่นโยบายองค์กร
ในช่วงท้าย นายกมลศักดิ์ได้ส่งสัญญาณถึงฝ่ายรัฐว่า คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของตน แต่เป็นเรื่องที่คนทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังเฝ้ามอง
“อย่าช่วยคนแค่บางคนเพื่อให้เกิดปัญหากับคนส่วนใหญ่เลย อย่ามาเติมเชื้อไฟด้วยการทำคดีแบบสองมาตรฐาน ถ้ากระบวนการยุติธรรมถูกตัดตอน สังคมจะมองว่าเป็นภาพใหญ่ของหน่วยงานทันที และจะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ในพื้นที่ที่ทำให้การทำงานมวลชนยากขึ้นไปอีกร้อยปี” นายกมลศักดิ์ กล่าว
