ระเบิดริมทางหลวงระหว่างจังหวัด “ปัตตานี-หาดใหญ่” คนร้ายประกอบใส่ถังแก๊ส ซุกถังขยะล็อกเป้าย่านชุมชนที่ตำรวจชุดลาดตระเวนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทุกวัน ตูมสนั่น “สีกากี” พลีชีพ 1 นาย บาดเจ็บอีกระนาว ชาวบ้านโดนด้วย ด้านเหตุการณ์บอมบ์โรงจอดรถเทศบาลรือเสาะ วงจรปิดจับภาพคนร้ายย่องวางบึ้มบนถังน้ำมันรถกระเช้าช่วงกลางคืน
ความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 “ปัตตานี-หาดใหญ่” ท้องที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.68 นั้น
จากการตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดของทีมพิสูจน์หลักฐาน และชุดอีโอดี (ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด) พบว่า คนร้ายลอบซุกระเบิดไว้ในถังขยะข้างป้อม ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) บ้านโคกกอดอนยาง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43
คนร้ายจุดระเบิดในจังหวะที่รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา ได้รับบาดเจ็บ โดยบางรายอาการสาหัส ประกอบด้วย
- ส.ต.ท.อนุชา ขวัญทองอ่อน บาดเจ็บสาหัส
- จ.ส.ต.นพพล รักษาพรหมห์ บาดเจ็บสาหัส
- จ.ส.ต.ฉัตรมงคล นุชศรี
- ส.ต.ท.กีฬารัตน์ ทองมา
หลังเกิดเหตุ พลเมืองดีได้ช่วยกันลำเลียงตำรวจที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหนองจิก แต่ ส.ต.ท.อนุชา เสียเลือดมาก ทำให้เสียชีวิต
นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดยังกระจายไปถูก ส.ต.ท.ธนภัทร ทองชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ในช่วงลาพักและกำลังขับรถผ่านจุดเกิดเหตุพอดี ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขน มีแผลฉกรรจ์ ทั้งยังมีประชาชนในละแวกนั้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 ราย รวมมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย เสียชีวิต 1 ราย
ผลการตรวจพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ยังทราบว่า วัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊ส นำไปซุกในถังขยะข้างป้อม ชรบ.บ้านโคกกอดอนยาง เพื่อลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณนี้ทุกเช้า ในเวลาใกล้เคียงกัน
เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่พยายามก่อเหตุรุนแรงหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง และน่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.นราธิวาส ช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา
@@ ค้นปอเนาะควนดิน คุมตัวผู้ต้องสงสัย
เวลา 14.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี นำกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมาย ตรวจค้นสถาบันปอเนาะอัลอูลูมุลอิสลามียะห์ (ปอเนาะควนดิน) ในพื้นที่บ้านควนดิน หมู่ 4 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดริมถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่
ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายอาดัม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ส่งเข้ากระบวนการซักถาม ที่ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี แต่เข้าไปพักพิงในปอเนาะควนดิน ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ
มีรายงานว่า ผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ
@@ เร่งเช็ควงจรปิดหาตัวคนร้ายวางบึ้มรถกระเช้าเทศบาลรือเสาะ
ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดรถกระเช้า 6 ล้อ ในโรงจอดรถของสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ.68 ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ที่ติดตั้งไว้บริเวณหัวมุมด้านหลังของอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ พบว่า ในเวลา 12.24 น.ของวันที่ 6 ก.พ.68 ได้เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถกระเช้า อานุภาพของระเบิดทำให้ถังน้ำมันแตก และน้ำมันเชื้อเพลิงติดไฟ ส่งผลให้มีสะเก็ดไฟและเปลวไฟกระจายไปติดรถยนต์คันอื่นๆ ที่จอดอยู่ใกล้เคียงกัน ได้รับความเสียหายหลายคัน
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรายหนึ่ง เปิดเผยข้อมูลว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปในช่วงกลางคืนก่อนรุ่งสางของวันเกิดเหตุ พบภาพบุคคลที่น่าเชื่อว่าเป็นคนร้าย เดินก้มหน้าเหมือนหลบกล้อง อาศัยความมืดลัดเลาะจากป่ายางพาราหลังโรงจอดรถซึ่งไม่มีรั้วกั้น โดยบุคคลดังกล่าวได้เดินโฉบเข้าไปข้างรถกระเช้า 6 ล้อ จากนั้นได้อาศัยความมืด เดินออกไปยังป่ายางพาราด้านหลัง คาดว่าบุคคลผู้นี้น่าจะเป็นคนวางระเบิด
“ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังไล่กล้องวงจรปิดทุกจุดที่เป็นเส้นทางจากสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะไปยังที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าหลังก่อเหตุวางระเบิดแล้ว คนร้ายน่าจะลัดเลาะย้อนกลับไปทางเดิม และคาดว่าน่าจะใช้ยานพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป”
แหล่งข่าวรายเดิม กล่าวอีกว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ แตกต่างจากเหตุวางระเบิดที่ผูกติดใต้ท้องรถของตำรวจ สภ.ศรีสาคร และ รถยนต์ของปลัดอำเภอยี่งอ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.68 โดยระเบิดที่แขวนหรือแปะใต้ท้องรถทั้งสองคัน เป็นแบบไม่มีสะเก็ดระเบิด แต่ระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้โจมตีรถกระเช้าของเทศบาลตำบลรือเสาะ มีสะเก็ดระเบิดเป็นลูกเหล็กกลม และยังมีน้ำหนักดินระเบิดมากกว่า คาดว่าคนร้ายต้องการทำลายทรัพย์สินของเทศบาล
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปแผนประทุษกรรมของคนร้าย เนื่องจากข้อมูลยังสับสน เพราะมีข้อมูลบางแหล่งระบุว่ารถกระเช้าเพิ่งออกจากอู่ซ่อม มีช่างขับไปส่งที่เทศบาลก่อนระเบิด