อับดุลลักษณ์ สะอิ ผู้สมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.นราธิวาส เร่งเครื่องโค้งสุดท้ายด้วยการเปิดปราศรัยถี่ยิบแทบทุกวัน เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้มากที่สุด ก่อนถึงวันหย่อนบัตร 1 ก.พ.68 หรืออีก 7 วันข้างหน้า
คิวปราศรัยของ นายอับดุลลักษณ์ และทีมผู้สนับสนุน
25 ม.ค. ที่สนามกีฬาเทศบาลรือเสาะ
27 ม.ค. ที่ อ.สุไหงโกล-ลก
30 ม.ค. ปราศรัยปิด เวทีสุดท้ายที่เทศบาลเมืองนราธิวาส
รายชื่อคนขึ้นปราศรัยสนับสนุน สะท้อนการประสานมือทางการเมืองของ 2 พรรคร่วมรัฐบาล คือ ภูมิใจไทย กับกล้าธรรม เพราะมี สส.ของทั้งสองพรรคขึ้นเวที ทั้ง สส.สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.อามินทร์ มะยูโซ๊ะ จากพรรคกล้าธรรม สส.ซาการียา สะอิ จากพรรคภูมิใจไทย
นอกจากนั้นยังมีแกนนำพรรค เช่น นายนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาสหลายสมัย แม่ทัพชายแดนใต้ของภูมิใจไทย และเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ อาทิ นายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาสด้วย
และที่ขาดไม่ได้คือ ตัวแทนชาวไทยพุทธ รวมถึงตัวนายอับดุลลักษณ์เอง ซึ่งมีจุดเด่นด้านเศรษฐกิจ มีภาพความเป็นคนรุ่นใหม่ มีความทันสมัย หากเทียบกับคู่แข่งคนอื่น ฉะนั้นแนวทางการหาเสียงจึงเน้นการสื่อสารนโยบายทุกด้าน ทั้งสาธารณสุข การท่องเที่ยว การศึกษา โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่จะขาดไม่ได้ในทุกวที
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 ม.ค. ที่บริเวณลานตลาดเกษตรกลางใจเมือง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายอับดุลลักษณ์และผู้สนับสนุนก็ได้เปิดปราศรัยหาเสียง โดยมีประชาชนที่สนใจทั้งในพื้นที อ.ระแงะ และใกล้เคียง เช่น อ.จะแนะ และ อ.เจาะไอร้อง ไปร่วมฟังหลายพันคน ทั้งยังมีการไลฟ์สดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีผู้รับชมกว่า 3,000 คนด้วย
เนื้อหาการปราศรัยส่วนใหญ่ เป็นการโจมตีผลงานของคู่แข่งรายสำคัญ อย่าง นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน แชมป์เก่านายก อบจ. 5 สมัย ซึ่งวันนี้เป็นแกนนำระดับจังหวัดของพรรคประชาชาติ โดยมีการตั้งคำถามว่า กว่า 25 ปีที่ผ่านมา คนนราธิวาสได้อะไรจาก อบจ.บ้าง และน่าจะถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการพัฒนาทุกรูปแบบ เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาทุกด้านของนราธิวาส โดยเฉพาะเศรษฐกิจกับการศึกษา อยู่ในโซนต่ำสุดของประเทศ
นายอับดุลลักษณ์ ซึ่งลงสนามการเมืองท้องถิ่นเป็นครั้งแรก กล่าวว่า พร้อมที่จะเปลี่ยนนราธิวาสทันที โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจรากหญ้า และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีก่อน เริ่มจากให้ชาวบ้านมีรายได้ที่ดีขึ้นจากการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำให้ได้ทันที รวมถึงการค้าชายแดนที่ต้องทำไปพร้อมกัน ขณะที่อีกด้านที่ต้องให้น้ำหนักคือการศึกษา
“ผมคิดว่านราธิวาสต้องเปลี่ยนให้ได้ ผมมั่นใจ เพราะจากการพบปะกับชาวบ้าน มีการตอบรับว่า เรามาเปลี่ยนนราธิวาสไปด้วยกัน” นายอับดุลลักษณ์ ประกาศ
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ. 5 สมัย ในฐานะแชมป์เก่า ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงศึกเลือกตั้งนายก อบจ.หนนี้ ซึ่นตนเองเหมือนถูกรุมจากพรรคการเมืองหลายพรรค และนักการเมืองท้องถิ่นทุกกลุ่มทุกขั้วที่จับมือกันชิงเก้าอี้นายก อบจ.ว่า ไม่รู้สึกกังวลใจใดๆ หนำซ้ำยังมั่นใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
โดย นายกกูเซ็ง ก็มีพรรคการเมืองระดับชาติร่วมรัฐบาลสนับสนุนด้วยเช่นกัน คือ พรรคประชาชาติ ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หัวหน้าพรรค และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตหัวหน้าพรรค