ผ่าน 1 ปี 2 เดือนหลังเหตุการณ์โจมตีครั้งประวัติศาสตร์ที่กลุ่มฮามาสถล่มอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ทั้งทางอากาศด้วยห่าจรวด และภาคพื้นดิน ด้วยกองกำลังนักรบบุกฆ่า สังหาร จับตัวประกัน มีคนตายนับพัน บาดเจ็บนับหมื่น
แม้นายกฯแพทองธาร จะยังไม่ตัดสินใจ “ลงใต้” เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตัวเอง จนเกิดเสียงวิจารณ์ให้แซ่ด แต่ก็ไม่เป็นไร
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดินทางลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 6 ธ.ค.นั้น
ฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์ประณามกรณีกลุ่มบีอาร์เอ็นวางระเบิดและเผาที่พักคนงานก่อสร้างรูปปั้นองค์เจ้าแม่กวนอิมใหญ่ที่สุดในโลก ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา จนทำให้มีแรงงานได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันพุธที่ 20 พ.ย.67 ที่ผ่านมา ขณะที่กระแสประชาชนในพื้นที่ยืนกรานไม่เกี่ยวปมศาสนา
“มูลเหตุมีทั้งเรื่องของความมั่นคง และความขัดแย้งภายใน ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง”
“นายกชาย” สยบข่าวบ้านใหญ่ ปชป.สงขลาร้าว ประกาศหนุน “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” ชิงเก้าอี้นายกอบจ. ย้ำชัดเคลียร์ “ไพเจน มากสุวรรณ์” จบแล้ว ไม่ลงแข่งกันเองแน่ เตรียมหาที่ทางให้ทำงานการเมืองด้านอื่น ลั่นเป็นหนึ่งเดียว ยึดประโยชน์ชาวสงขลา
14 พ.ย.67 มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนเต็ม นับจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้งนักบริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย (ระดับ 10) จำนวน 25 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีชื่อ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวง ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาด้วย
ภรรยานายกอาร์ม เปิดใจครั้งแรกหลังจัดงานศพสามี เผยปมการเมืองท้องถิ่น เทศบาลใกล้หมดวาระ ไม่ใช่ประเด็นสังหารแน่ และรู้สึกสะเทือนใจที่คู่ชีวิตต้องตายในโรงงานที่ตัวเองทุ่มเทสร้างเพื่อชุมชน
จากสภาล่าง หรือ สภาผู้แทนราษฎรที่วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็งกันไปแล้ว