
ท่ามกลางกระแสคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะยามู หรือชื่อเต็มๆ คือ “โครงการผลิตไฟฟ้าจากการเผาขยะชุมชนของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลยามู (อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี)” มูลค่า 1,950 ล้านบาท
โดยหัวหอกของกลุ่มคัดค้าน เป็นภาคประชาสังคมท้องถิ่นที่ชื่อว่า “เครือข่ายรักษ์ยามู” โดยเหตุผลของการคัดค้านมีทั้งในมิติด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เพราะเป็นโรงไฟฟ้าจากขยะ และยังกังวลเรื่องวิถีชีวิตเกษตรกรรม รวมถึงความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะที่มาของเอกชนผู้ชนะการประมูล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจากจีน
อ่านประกอบ : ฮือค้าน! “โรงไฟฟ้าขยะปัตตานี 2 พันล้าน” พบบริษัททุนจีนชนะประมูล!
อ่านประกอบ : ผ่าปมโรงไฟฟ้าขยะพันล้าน (1) เครือข่ายรักษ์ยามู โวยตั้งทับพื้นที่รับน้ำ!
ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.69 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้เผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอความยาว 3.29 นาที หัวข้อ “โรงไฟฟ้าขยะ ทางออกปัญหาขยะที่ต้องหาคำตอบร่วมกัน”
เนื้อหาสำคัญในวิดีโอ มีสาระสำคัญระบุว่า การขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุข ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกัน แต่คือการทำให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างสามารถพูดคุย รับฟัง และแสวงหาทางออกร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
เนื้อหาในคลิปยังระบุถึงโครงการโรงงานผลิตพลังงานจากขยะในพื้นที่ ต.ยามู อ.ยะหริ่ง ว่า เป็นหนึ่งในแนวทางลดปริมาณขยะ ลดปริมาณการฝังกลบ โดยนำขยะไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุน การควบคุมมลพิษทางอากาศ การจัดการเถ้าเตาเผา และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่แสดงความกังวลและขอให้ทบทวนโครงการ โดยเฉพาะผลกระทบต่อวิกฤตสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิต การตัดสินใจจึงต้องใช้ข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง และเป้าหมายต้องไม่ใช่แค่ขยะหมดไป แต่ต้องไม่สร้างปัญหาใหม่ในระยะยาว
คลิปวิดีโอของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พยายามสื่อสารว่า โครงการโรงไฟฟ้าขยะยามู ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะต้องดำเนินการแน่นอน เพราะต้องรับฟังเหตุผลและความกังวลของทุกฝ่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความหลากหลายในมิติวัฒนธรรมอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความอ่อนไหวสูง
@@ ศอ.บต.ปัดเอี่ยวโครงการ
ภายหลังการเผยแพร่คลิปวิดีโอของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า “ทีมข่าวอิศรา” ได้โทรศัพท์ไปขอความเห็นจากบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม หรือ “ดร.เจ๋ง” รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้ผ่าน ศอ.บต. แต่เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงาน และกระทรวงมหาดไทย
@@ อดีตผู้นำท้องที่ ห่วงที่ตั้งโรงไฟฟ้าประชิดชุมชน
ขณะที่ นายบัณฑิต อับดุลบุตร อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอยะหริ่ง ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยในตำบลยามู แสดงความเห็นว่า ไม่ได้คัดค้านเทคโนโลยีการเผาขยะด้วยอุณหภูมิสูง เพราะยอมรับว่าการฝังกลบแบบเดิมไม่สามารถแก้ปัญหาขยะล้นเมืองได้ และเท่าที่ศึกษา ก็พบว่ามีโมเดลความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์ แต่สิ่งที่ติดใจคือ “ตำแหน่งที่ตั้งของโรงงาน”
“ส่วนตัวผมว่ามันไม่ควรจะมาอยู่ใกล้ชุมชนขนาดนี้ หนำซ้ำข้างเคียงยังมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนมัธยม โรงเรียนตาดีกา และสถานีตำรวจ หากนำโรงงานไปตั้งในเขตอุตสาหกรรมหรือห่างไกลชุมชน จะไม่มีแรงต้านขนาดนี้ กระบวนการต้องได้มาตรฐานและไม่อยู่ประชิดชุมชน” อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ ระบุ
@@ เปิดปมเหตุ “เทศบาลปัตตานี” ไม่ร่วม MOU

“ทีมข่าว” ตรวจสอบข้อมูลจากฝ่ายผู้สนับสนุนโรงไฟฟ้าขยะ ได้ข้อมูลว่า เทศบาลเมืองปัตตานี ผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ “บ่อขยะหนองแรต” ใน อ.ยะหริ่ง ยังคงปฏิเสธการลงนาม MOU กับโรงไฟฟ้าขยะที่กำลังเตรียมการก่อสร้าง และผ่านการประกวดราคาไปแล้ว
ปัจจุบันบ่อขยะหนองแรต รับขยะจาก 4 คลัสเตอร์เดิม และเครือข่ายท้องถิ่น 22–23 แห่ง ปริมาณขยะรวมกว่า 560 ตันต่อวัน โดยเทศบาลเมืองปัตตานีเพิ่งได้รับงบประมาณดำเนินโครงการแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงแข็ง มูลค่าราว 20 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเตรียมผลักดันโครงการระยะต่อเนื่อง วงเงินกว่า 200 ล้านบาท ส่งผลให้ฝ่ายบริหารกังวลว่า หากลงนามส่งขยะให้โรงไฟฟ้าเอกชน จะไม่มีปริมาณขยะเพียงพอสำหรับเดินหน้าโครงการของเทศบาลเอง
อ่านประกอบ : ผ่าปมโรงไฟฟ้าขยะพันล้าน (2) ตะลึง..ภูเขาขยะหนองแรต!
สำหรับโครงการแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงแข็ง เรียกว่า โรงกำจัดขยะ RDF หมายถึง โรงงานที่รับขยะมูลฝอยชุมชนหรือขยะอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ มาผ่านกระบวนการคัดแยก ย่อยขนาด ลดความชื้น และปรับปรุงคุณภาพ เพื่อแปลงร่างขยะให้กลายเป็น เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel หรือ RDF) ก่อนจะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือใช้ในเตาเผาของโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานปูนซีเมนต์
อย่างไรก็ดี กลุ่มที่ผลักดันโรงไฟฟ้าขยะ ตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องจักร RDF มีอายุการใช้งานจำกัดเพียง 3–4 ปี และโรงไฟฟ้าต้องใช้เวลาก่อสร้างอีก 2–3 ปีข้างหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ปริมาณขยะที่เกินกำลังการจัดการของบ่อหนองแรตอาจบีบให้ต้องนำเข้าสู่ระบบโรงไฟฟ้าขยะอยู่ดี
