
สำรวจจุดตอกเสาเข็ม “โรงไฟฟ้าขยะ 1.9 พันล้าน ปัตตานี” ท่ามกลางเสียงค้านจากชุมชน พบพื้นที่ก่อสร้างอยู่ห่างจากถนนสายหลัก 1 กิโลเมตร “เครือข่ายรักษ์ยามู” โวยทับทางน้ำหลาก หวั่นก่อมลพิษซ้ำซ้อนภูเขาขยะหนองแรด ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน
โครงการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ขององค์การบริหารส่วนตำบลยามู (อบต.ยามู) อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนกว่า 1,950 ล้านบาท กำลังตกเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพราะกระแสคัดค้านจากพื้นที่ ดังไปถึงสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมี สส.ปัตตานี ของพรรคภูมิใจไทย นำไปปรึกษาหารือต่อที่ประชุมฝ่ายนิติบัญญัติ
อ่านประกอบ : ฮือค้าน! “โรงไฟฟ้าขยะปัตตานี 2 พันล้าน” พบบริษัททุนจีนชนะประมูล!

“ทีมข่าวอิศรา” ลงพื้นที่ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง ซึ่งห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 15 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบสภาพจริงของบริเวณที่ อบต.เตรียมการสำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้า พบว่าจุดที่ตั้งโครงการอยู่กึ่งกลางระหว่างสนามกีฬาอำเภอยะหริ่ง กับสถานีตำรวจภูธรยะหริ่ง (สภ.ยะหริ่ง) แยกจากแนวถนนหลักลึกเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร
เมื่อทีมข่าวไปถึง และลงไปสังเกตการณ์ พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงมีสภาพเป็นทุ่งหญ้า ทุ่งนาร้าง มีแอ่งน้ำขังตามธรรมชาติบนผิวดิน สลับกับทิวต้นตาลและแมกไม้ โดยมีฝูงวัวของชาวบ้านเล็มหญ้าตามวิถีเกษตรกรรมและปศุสัตว์ดั้งเดิม ยังไม่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารโรงงานใดๆ และยังไม่ปรากฏไซต์งานก่อสร้างในพื้นที่
@@ แฉกว้านซื้อที่ดักหน้าหลายปีก่อนเปิดประมูล

แกนนำเครือข่ายรักษ์ยามู เปิดเผยว่า โครงการนี้เริ่มเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยพบพิรุธตั้งแต่กระบวนการกว้านซื้อที่ดินของนายหน้า ซึ่งพยายามรวบรวมที่นาแปลงย่อยขนาด 1 งาน ถึง 1–2 ไร่ ให้ได้ครบตามเกณฑ์ 50 ไร่ มีการเสนอราคาสูงถึงไร่ละ 100,000 บาท จากราคาประเมินปกติไร่ละ 20,000–50,000 บาทเท่านั้น พร้อมวางมัดจำล่วงหน้า 30% ทว่าปัจจุบันยังไม่สามารถรวมแปลงที่ดินให้เป็นผืนเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์
“มีนายหน้าลงพื้นที่กว้านซื้อที่ดินตั้งแต่ปี 2565 และเร่งรัดอย่างหนักในปี 2568 มีการบี้ขอซื้อที่นาจากชาวบ้าน คนที่ยอมขายก็ให้สำเนาโฉนดและบัตรประชาชนไป ส่วนคนที่ไม่ขายก็ถูกตามตื๊อ พฤติกรรมแบบนี้แสดงให้เห็นว่ามีความมั่นใจล่วงหน้าว่าจะชนะการประมูลโครงการ ทั้งที่เพิ่งจะมีการประกาศผลผู้ชนะได้ไม่นาน” ตัวแทนเครือข่ายรักษ์ยามู ระบุ
@@ ปูดหนังสือรับรองส่อเท็จ เหตุเป็น “พื้นที่รับน้ำ”

ประเด็นข้อกังขาเชิงเทคนิคที่กลุ่มผู้คัดค้านหยิบยกขึ้นมา คือ เกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งตามระเบียบต้องไม่ใช่พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แต่ที่ตั้งโครงการบริเวณบ้านภูมีน้ำพุ่ง หมู่ 2 ตำบลยามู มีสภาพเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เป็นแหล่งรับน้ำตามธรรมชาติ
แกนนำเครือข่ายรักษ์ยามู เผยว่า ได้ขอตรวจดูเอกสารโครงการจาก อบต.ยามู พบ “หนังสือรับรองสภาพพื้นที่” ซึ่งระบุว่าพื้นที่ดังกล่าว “น้ำไม่ท่วม” เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยมีการนำหนังสือรับรองประมาณ 10 ฉบับ มาย่อส่วนบีบรวมลงในกระดาษ A4 แผ่นเดียว
อย่างไรก็ดี เมื่อนำพิกัดแปลงที่ดินไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ย้อนหลัง 5–10 ปี กลับพบข้อมูลขัดแย้งอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดน้ำท่วมขังซ้ำซากทุกปี และเป็นแนวรับน้ำที่เชื่อมต่อสู่แม่น้ำยามู ไหลผ่านป่าชายเลนลงสู่อ่าวปัตตานี หากมีสารเคมีหรือน้ำจากขยะรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อระบบนิเวศทางน้ำและการประมงพื้นบ้าน
แต่ประเด็นเดียวกันนี้ ทางฝ่ายที่ผลักดันโครงการ ได้แสดงหนังสือราชการจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี (ปภ.) ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 ส่งถึงนายก อบต.ยามู ระบุสาระสำคัญว่า พื้นที่ตั้งโครงการดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยหรือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดปัตตานี และสามารถดำเนินโครงการได้
@@ ผวา “ยะหริ่ง-ยามู” กลายเป็นประตูสู่กองขยะ

สำหรับต้นตอสำคัญที่เชื่อกันว่าทำให้เกิดความพยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าขยะ มาจากวิกฤตความจุเกินพิกัดของหลุมฝังกลบขยะตำบลหนองแรต อำเภอยะหริ่ง ซึ่งเป็นจุดทิ้งขยะหลักของเทศบาลเมืองปัตตานีและท้องถิ่นใกล้เคียง
จากการลงพื้นที่สำรวจของทีมข่าว พบว่า ปัจจุบันบ่อขยะหนองแรตแปรสภาพเป็น “ภูเขาขยะกลางแจ้ง” ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มีรถบรรทุกขยะนำขยะเข้าทิ้งสะสมวันละ 100 ถึง 150 ตัน การบริหารจัดการไม่ได้มาตรฐานทางสุขาภิบาล มีเพียงการฝังกลบบางส่วน และคัดแยกเล็กน้อย
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ กำหนดปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนป้อนเข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 500 ตันต่อวัน ผ่านการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดปัตตานีจำนวน 90 แห่ง จากทั้งหมด 113 แห่ง โดยแบ่งการรวบรวมขยะเป็น 4 คลัสเตอร์ ได้แก่ สายบุรี, มายอ, ปะนาเระ และบ่อทอง เพื่อคัดกรองเบื้องต้นก่อนขนส่งด้วยรถเทรลเลอร์ระบบปิดมิดชิดเข้ามายังพื้นที่โครงการ แต่ยังไม่มีส่วนของเทศบาลเมืองปัตตานี ร่วมด้วย
หากเป็นเช่นนี้จริง ย่อมหมายความว่าจะมีขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ หลั่งไหลเข้าพื้นที่อำเภอยะหริ่งอีกวันละหลายร้อยตัน เพื่อป้อนโรงไฟฟ้า
คำถามคือ ประชาคมในพื้นที่คิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร?
(ติดตามต่อตอน 2)
