
ไม่แปลก... หากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะแห่งใหม่ ของ อบต.ยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี จะถูกคัดค้านจากประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ ในนาม “เครือข่ายรักษ์ยามู”
เพราะในอำเภอเดียวกันนี้ มีบ่อขยะขนาดใหญ่ที่สุดของปัตตานี กองเป็นภูเขาเลากาอยู่แล้ว นั่นก็คือ หลุมฝังกลบขยะตำบลหนองแรต อำเภอยะหริ่ง ซึ่งเป็นจุดทิ้งขยะหลักของเทศบาลเมืองปัตตานีและท้องถิ่นใกล้เคียง

“ทีมข่าวอิศรา” ลงพื้นที่ “บ่อขยะหนองแรต” ซึ่งไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้งนัก พบภาพน่าตกใจของภูเขาขยะขนาดใหญ่ ที่ก่อปัญหาทางสุขภาวะและมลพิษไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน
“เครือข่ายรักษ์ยามู” และประชาชนในพื้นที่บางส่วนสันนิษฐานว่า ต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดความพยายามผลักดันโรงไฟฟ้าขยะ มูลค่าถึงเกือบ 2,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากวิกฤตความจุเกินพิกัดของหลุมฝังกลบขยะตำบลหนองแรตนี่เอง
จากการสำรวจของทีมข่าว พบว่า ภูเขาขยะหนองแรต ห่างจากจุดที่ตั้งโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพียง 1-2 กิโลเมตรเท่านั้น

ปัจจุบันบ่อขยะหนองแรตแปรสภาพเป็น “ภูเขาขยะกลางแจ้ง” ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มีรถบรรทุกขยะนำขยะเข้าไปทิ้งสะสมวันละ 100 ถึง 150 ตัน การบริหารจัดการไม่ได้มาตรฐานทางสุขาภิบาล มีเพียงการฝังกลบบางส่วนและคัดแยกเล็กน้อยเท่านั้น
แหล่งข่าวในพื้นที่เผยว่า พื้นที่นี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องค่าธรรมเนียม โดยรถเก็บขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท.จากภายนอก ที่ต้องการนำขยะมาทิ้ง จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนำขยะเข้าทิ้งคันละประมาณ 500–580 บาทต่อเที่ยว คำนวณเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนเฉพาะค่าทิ้งขยะไม่ต่ำกว่า 900,000 บาทต่อเดือน

ทุกวันนี้ ภูเขาขยะขนาดมหึมาที่หนองแรต ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมลพิษและกลิ่นเหม็น หนำซ้ำขยะตกค้างตามชุมชนก็ยังมีให้เห็นแถมทุกซอกซอย เหตุนี้จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งจะคัดแยกขยะบางส่วนมาผลิตเป็นไฟฟ้า
แน่นอนว่าหากโครงการประสบความสำเร็จ ก็จะลดปริมาณขยะลงได้ แทนการฝังกลบที่ไม่มีทางทันกับปริมาณขยะเข้าใหม่ในแต่ละวัน
และการนำขยะไปแปรรูปและผลิตเป็นไฟฟ้า ย่อมก่อประโยชน์กับชุมชนในพื้นที่

แต่ปัญหาคือ จะสามารถทำความเข้าใจกับประชาชนชาวยะหริ่งได้มากน้อยแค่ไหน ว่าพวกเขาจะได้รับประโยชน์อย่างไร ไม่ใช่ทำให้บ้านเกิดของพวกเขากลายเป็น “ประตูรับขยะ” จากพื้นที่อื่นๆ ของปัตตานี
เพราะความท้าทายของโครงการ นอกจากเงื่อนไขการประมูล และการดำเนินงานในอนาคตของเอกชนที่ชนะการประกวดราคาแล้ว ยังอยู่ที่การสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องชาวยะหริ่ง เนื่องากเมื่อโครงการเดินหน้า จะมีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนป้อนเข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 500 ตันต่อวัน ผ่านการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดปัตตานีจำนวน 90 แห่ง จากทั้งหมด 113 แห่ง

โดยแบ่งการรวบรวมขยะเป็น 4 คลัสเตอร์ ได้แก่ สายบุรี, มายอ, ปะนาเระ และบ่อทอง เพื่อคัดกรองเบื้องต้นก่อนขนส่งด้วยรถเทรลเลอร์ระบบปิดมิดชิดเข้ามายังพื้นที่โครงการ
การทำประชาคมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมๆ กับการเคลียร์ข้อสงสัยให้ได้ว่า เหตุใดป่านนี้จึงยังไม่มีการลงนามในบันทึกความตกลง หรือ MOU รวมถึงทำสัญญาเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ทั้งๆ ที่มีการประกาศผลการประกวดราคามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และได้คะแนนมากถึงร้อยละ 98
(ติดตามต่อตอน 3)
อ่านประกอบ : ฮือค้าน! “โรงไฟฟ้าขยะปัตตานี 2 พันล้าน” พบบริษัททุนจีนชนะประมูล!
อ่านประกอบ : ผ่าปมโรงไฟฟ้าขยะพันล้าน (1) เครือข่ายรักษ์ยามู โวยตั้งทับพื้นที่รับน้ำ!
