
ทันทีที่รัฐบาลส่งสัญญาณเตรียมผลักดันโครงการ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” หลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA สงขลา-ปัตตานี โดยมีข่าวเตรียมประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 31 สิงหาคม และ 1 กันยายนนี้
โดยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม รองนายกฯพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมรอรับ ครม.สัญจร และมีการประชุมทางไกลร่วมกับ “ดร.เจ๋ง” ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งกำกับดูแลและผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะมาตลอด จนเชื่อกันว่ารัฐบาลจะปลุกโครงการนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่งนั้น
อ่านประกอบ : นับหนึ่ง “นิคมฯ จะนะ” จ่อดัน “ดร.เจ๋ง” นั่งรักษาการเลขาฯศอ.บต.
อ่านประกอบ : เตรียมจัด ครม.สัญจร สงขลา ปักธง “นิคมฯจะนะ”

ล่าสุด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท และแพทย์นักกิจกรรมในพื้นที่ภาคใต้ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความไม่เห็นด้วยกับการผลักดันโครงการ และชี้ว่าเป็นการ “ไม่เคารพสิทธิ์” ประชาชนในพื้นที่ และไม่เคารพผลการทำ SEA เพราะรัฐบาลมุ่งเดินหน้าผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ตลอดจนโครงการต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ทันที
@@ อ้างผลศึกษา SEA ชาวบ้านไม่เอานิคมฯ - ท่าเรือ
นพ.สุภัทร กล่าวกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ผลศึกษา SEA ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ดำเนินการศึกษาด้วยงบประมาณ 28 ล้านบาท ใช้เวลารับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนนานถึง 4 ปีนั้น มีข้อสรุปชัดเจนว่า พื้นที่จะนะ และเทพา ไม่ต้องการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และท่าเรือน้ำลึก
แต่เสนอแนะให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรจริง อาทิ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การท่องเที่ยว การบริการ การศึกษา และศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ
ดังนั้น การที่ฝ่ายการเมืองและหน่วยงานภาครัฐส่งสัญญาณกลับมาสนับสนุนภาคเอกชนเดินหน้าโครงการอีกครั้ง จึงสะท้อนถึงการไม่เคารพสิทธิ์และละเลยผลการศึกษาทางวิชาการที่ประชาชนร่วมกันจัดทำขึ้น
@@ จับตาดัน “ดร.เจ๋ง” - บ้านใหญ่ “น. - พ.” รุกหนัก
นพ.สุภัทร ยังบอกด้วยว่า มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลเตรียมเสนอชื่อ “ดร.เจ๋ง” ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. ในการประชุม ครม.สัญจร ด้่วย ถ้าข่าวนี้เป็นความจริง ย่อมเป็นสัญญาณสะท้อนทิศทางของรัฐบาลในการเดินหน้าโครงการ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทและความขัดแย้งระลอกใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้ เพราะ ดร.เจ๋ง เคยเป็นกำลังหลักในการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ร่วมกับ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ซึ่งมีการกว้านซื้อที่ดินสะสมไว้กว่าหมื่นไร่
แหล่งข่าวจากภาคประชาสังคมในพื้นที่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะได้รับแรงผลักดันจากกลุ่มการเมืองระดับ “บ้านใหญ่” อย่างเต็มกำลัง ทั้งกลุ่ม น. และ กลุ่ม พ. ร่วมกับกลุ่มทุนต่างชาติ เพื่อเดินหน้าขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เชื่อมไปยังเทพา (อ.เทพา จ.สงขลา มีแผนทำท่าเรือ เป็นพื้นที่รอยต่อ จ.ปัตตานี) เนื้อที่รวมกว่า 20,000 ไร่
นอกจากนี้ ยังทราบว่ากลุ่มทุนเอกชนเริ่มกลับมาลงพื้นที่จัดกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และประสานเครือข่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
@@ เครือข่ายประชาสังคมจะนะ เคลื่อนต้านรัฐบาล - ศอ.บต.

อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณชายหาดบ้านสวนกง ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา มีการจัดงาน “อะโบ๊ยหมะ ครั้งที่ 12” (อะโบ๊ยหมะ เป็นคำอุทาน ภาษาใต้จะนะ แนวๆ แม่เจ้าโว้ย) มีกิจกรรมการแข่งขันเรือเกยหาด อาหารพื้นบ้าน การแสดงเยาวชน และเวที “SEA Talk”
โอกาสนี้ เครือข่ายประชาชนสงขลา - ปัตตานี ได้ร่วมกันออก “คำประกาศ” เรื่อง “รัฐบาล และ ศอ.บต. ต้องเคารพบทสรุปการพัฒนาที่คนสงขลา - ปัตตานี เห็นร่วมกัน”
ใจความสำคัญเรียกร้องให้หยุดเปลี่ยนแปลงธรรมชาติด้วยสิ่งแปลกปลอม ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ดาต้าเซ็นเตอร์ และท่าเรือน้ำลึก ภายใต้วาทกรรมที่ยัดเยียดว่า “การพัฒนา”
@@ ปัตตานีรับลูก! จัดเวทีดักทาง “ดร.เจ๋ง”

การเคลื่อนไหวเริ่มขยายวงอย่างต่อเนื่อง โดยวันอังคารที่ 18 ส.ค. จะมีเวที “จะ ‘เจ๋ง’ หรือ ‘เจ๊ง’ ใต้เงาเลขาฯศอ.บต.คนใหม่” ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติ และเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ด้วย
@@ คำประกาศ 7 ข้อ ส่งถึงทุกองคาพยพสังคมไทย

อนึ่ง คำประกาศ เรื่อง “รัฐบาล และ ศอ.บต. ต้องเคารพบทสรุปการพัฒนาที่คนสงขลา - ปัตตานี เห็นร่วมกัน” มีเนื้อหา และข้อเรียกร้องรวม 7 ข้อ ส่งถึงหน่วยงานและกลุ่มบุคคล 7 ฝ่าย ดังนี้
“เครือข่ายประชาชน สงขลา - ปัตตานี” ยืนยันว่า การพัฒนาที่แท้จริงคือความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ความสุขสงบ และวิถีวัฒนธรรม ซึ่งผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจนได้ข้อสรุปในรายงาน SEA แล้ว จึงขอเรียกร้องด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า ‘ไม่สามารถยอมรับการพัฒนาที่ไม่มีชีวิตผู้คนอยู่ในสมการได้’
พร้อมส่งเสียงตรงถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ศอ.บต. ให้เคารพรายงาน SEA อย่างตรงไปตรงมา ไม่สอดไส้โครงการอื่น และต้องไม่ใช้โอกาสนี้ทุจริตเชิงนโยบายเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้อง
1. ถึง ศอ.บต. - ต้องรักษาความไว้วางใจ ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง บทบาทที่สำคัญที่สุดของ ศอ.บต. ไม่ใช่การเร่งผลักดันโครงการ แต่คือการรักษาความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน สันติสุขไม่ได้เกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ แต่เกิดจากการพูดคุย รับฟัง และเคารพซึ่งกันและกัน ศอ.บต.ต้องเป็นกลไกลดความขัดแย้ง ไม่ใช่กลายเป็นปัจจัยที่เพิ่มความขัดแย้ง
2. ถึงภาคธุรกิจและนักลงทุน - การลงทุนไม่ใช่สิ่งที่ต้องปฏิเสธ แต่ต้องเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรี นักลงทุนได้ผลตอบแทน รัฐได้การพัฒนา ประชาชนได้คุณภาพชีวิต และทรัพยากรได้รับการปกป้อง สิ่งที่ทุนซื้อไม่ได้คือความไว้วางใจของชุมชน คำถามสำคัญคือ ‘เรากำลังสร้างการพัฒนา หรือกำลังสร้างความไม่ไว้วางใจในระยะยาว?’
3. ถึงนักการเมือง - ขอให้ตระหนักว่านักการเมืองมีวาระที่จำกัด แต่ประชาชนต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจไปอีกหลายสิบปี ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต้องส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไป เรื่องจะนะจึงต้องมองในฐานะ ‘อนาคตของพื้นที่ทั้งระบบ’ ไม่ใช่มองผ่านกรอบผลประโยชน์การเมืองระยะสั้น

4. ถึงพี่น้องชาวจะนะ - การต่อสู้ของประชาชนไม่ได้วัดกันที่เสียงดัง แต่วัดกันที่การยืนหยัดบนหลักการ สติ ความสงบ เอกภาพ และข้อมูล ไม่จำเป็นต้องสร้างความเกลียดชังหรือใช้ความรุนแรง เพราะสันติวิธีคือพลังที่มั่นคงที่สุด จงยืนหยัดด้วยความรักต่อบ้านเกิด ไม่ใช่ความโกรธ เพราะรัฐบาลหรือนักการเมืองอาจเปลี่ยน โครงการอาจเปลี่ยนชื่อ แต่ ‘จะนะยังคงเป็นบ้านของเรา’
5. ถึงนักวิชาการ ปอเนาะ โรงเรียน และมหาวิทยาลัย - ขออย่ายืนอยู่เพียงข้างใดข้างหนึ่งทางการเมือง แต่จงยืนอยู่ข้างหลักวิชาการ ข้อเท็จจริง และความเป็นธรรม ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลรอบด้าน สถาบันการศึกษาต้องเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และตั้งคำถาม หน้าที่การศึกษาคือสอนให้คนแสวงหาความจริง ไม่ใช่สอนให้เลือกข้าง และเสียงของชาวบ้านต้องไม่ถูกทำให้เงียบเพียงเพราะถูกตีตราว่า ‘ต่อต้านการพัฒนา’
6. ถึงประชาชนทั้งประเทศ - ขอให้ร่วมติดตามเรื่องราวของชาวจะนะด้วยความเข้าใจ ระมัดระวังข้อมูลบิดเบือนหรือข่าวลวงที่ทำลายความน่าเชื่อถือของประชาชน การรักชาติไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นด้วยกับทุกโครงการของรัฐ และการตั้งคำถามก็ไม่ได้แปลว่าไม่รักบ้านเกิด อย่าให้ใครใช้เราเป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชัง
7. คำถามสำคัญต่อสังคมไทย - ท้ายที่สุดชาวจะนะไม่ใช่ศัตรูของการพัฒนา แต่คือผู้ที่กำลังตั้งคำถามว่า ‘เราจะพัฒนาอย่างไร เพื่อให้ลูกหลานของเราได้อยู่ในบ้านเกิดอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีอนาคต?’ ซึ่งเป็นคำถามที่ควรนำมาพูดคุยกันด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงอย่างเปิดเผย
