
ผ่ากลยุทธ์ทีมยิง สส.กมลศักดิ์ ใช้เทคนิคให้การเบี่ยงประเด็น เล่นแง่กฎหมาย หวังเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา จับตาตัดตอนผู้บงการ อ้างไม่พอใจบทบาทในฐานะ “ทนายแวยูแฮ”
ความคืบหน้าคดีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กำลังเข้าสู่ “จุดวัดใจ” ในกระบวนการยุติธรรม เมื่อตัวละครสำคัญอย่าง เรือเอกวิโรจน์ ผู้ต้องหาที่ถูกระบุว่าเป็น “มือยิง” และถูกจับกุมล่าสุด เริ่มขยับหมากแก้เกมในชั้นสอบสวน หวังลดเพดานโทษจาก “พยายามฆ่า” ให้เหลือเพียง “ทำร้ายร่างกาย” แถมตัดตอนไม่ให้สาวถึง “ผู้บงการตัวจริง”
ทิศทางการสู้คดีของผู้ต้องหาคนล่าสุดที่ถูกจับกุมได้ ถือว่าน่าสนใจ โดยมีประเด็นหลักจากคำบอกเล่าของตำรวจชุดจับกุม และตำรวจที่ร่วมสอบปากคำ คือการปฏิเสธ “เจตนาฆ่า” ซึ่งเมื่อเหยื่อไม่เสียชีวิต ความผิดนี้ หากเป็นเจตนาฆ่า จะมีความผิดฐาน “พยายามฆ่า” ระวางโทษ 2 ใน 3 ของการฆ่าที่ทำให้เหยื่อเสียชีวิต
แต่ผู้ต้องหารายนี้น่าจะต้องการลดความรุนแรงของความผิดลงอีก ด้วยการอ้างว่าเบี่ยงกระสุน เพราะไม่ได้ตั้งใจปลิดชีพ แต่เป็นการยิงขู่หรือยิงเพื่อทำลายทรัพย์สินเท่านั้น โดยพยายามบิดวิถีกระสุนให้ถูกเฉพาะกระจกหรือตัวรถตู้ ไม่ได้เล็งที่ตัวบุคคล
ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา โทษ “พยายามฆ่า” มีอัตราโทษ 2 ใน 3 ของโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุดของความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288
และหากสุดท้ายศาลเชื่อว่า ผู้ต้องหามีเพียง “เจตนาทำร้าย” คือไม่ได้มี “เจตนาฆ่า” โทษจะลดลงอีกมาก อาจเหลือจำคุกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น
ประเด็นต่อมาที่เป็นกลยุทธ์การต่อสู้คดีที่เห็นได้ชัด คือ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถยึดอาวุธปืนและรถที่ใช้ก่อเหตุได้แล้ว แต่มีความกังวลว่าในชั้นศาลอาจมีการ “พลิกคำให้การ” โดยอ้างว่าถูกบีบคั้นในชั้นสอบสวน หรือพยายามตัดความเชื่อมโยงกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ศาล “ยกประโยชน์แห่งความสงสัย” ให้จำเลย
ที่สำคัญ แม้ตำรวจจะออกมายืนยันข่าวเชิงบวกว่า ผู้ต้องหาอย่างน้อย 2 รายให้การรับสารภาพ แต่ในทางการต่อสู้คดีนั้น คำสารภาพในชั้นสอบสวน อาจพลิกในชั้นศาลได้ทุกเมื่อ
@@ ตัดตอน “ผู้บงการใหญ่” อ้างคิดเอง-สั่งตายไม่ประทับใจ สส.
ประเด็นที่สังคมจับตามองมากที่สุดคือ “ใครสั่งฆ่า?” เพราะยังไม่แน่ชัดว่ามีผู้ต้องหารายใดให้การโยงถึงตัว “ผู้บงการที่แท้จริง” แล้วหรือยัง
จากข่าวคำให้การล่าสุดของ เรือเอกวิโรจน์ ผู้ต้องหาที่ตำรวจเพิ่งจับกุมได้ พบว่า มีการอ้างการจ้างวานใช้จาก นายสมพร ลังเดช อดีตทหารเรือ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชุดแรกที่ถูกจับกุมได้
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า เรือเอกวิโรจน์ พยายามซัดทอดไปที่นายสมพรเท่านั้น อาจเป็นความพยายามตัดตอนไม่ให้สาวถึงผู้บงการตัวจริง เพราะนายสมพร อาจอ้างว่าสั่งฆ่า สส.กมลศักดิ์ เพราะไม่พอใจบทบาทหรือการทำหน้าที่ สส. โดยไม่ได้มีความขัดแย้งหรือบาดหมางส่วนตัวอย่างอื่นก็เป็นได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่อาจนำมาอ้างได้ เนื่องจากเป้าหมายเป็นบุคคลสาธารณะ คือ สส.นราธิวาส ในฐานะผู้แทนราษฎร ย่อมเป็นไปได้ที่ใครบางคนอาจไม่ชอบ หรือไม่พอใจการทำหน้าที่ สส.ของ นายกมลศักดิ์
อีกประเด็นหนึ่งที่มีการปล่อยข่าวกันมาระยะหนึ่งแล้ว ก็คือ การพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่า “ตัว สส.กมลศักดิ์ไม่ได้อยู่ในรถขณะถูกยิง” ทำให้ไม่โดนกระสุนเลยแม้แต่นัดเดียว การอ้างแบบนี้ก็เพื่อหวังผลให้ปฏิบัติการสังหารลดความร้ายแรงลงในทางคดี
@@ เปิดคำให้การ “วิโรจน์” ยิงลูกโดด-ไม่ซัดบงการ

อนึ่ง เรือเอกวิโรจน์ ถูกคุมตัวถึง จ.นราธิวาสแล้ว และถูกตำรวจภูธรนราธิวาสสอบปากคำอย่างเคร่งเครียด นำโดย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด
พล.ต.ต.ประยงค์ เผยคำให้การของ เรือเอกวิโรจน์
- รับสารภาพและยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือลอบยิงจริง
- ระบุเหตุผลในการก่อเหตุเป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัวกับทาง สส.กมลศักดิ์ เท่านั้น
- ไม่พอใจการทำงานของ สส.กมลศักดิ์
- ระบุชื่อ นายสมพร ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้สั่งการทั้งหมดในคดีนี้
“แม้ผู้ต้องหาจะให้การซัดทอดแบบนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การทั้งหมด โดยอยู่ในขั้นตอนการรับฟังคำให้การ ส่วนข้อเท็จจริงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมเป็นสำคัญ”
“ผู้ต้องหาเป็นนายทหารที่มีประสบการณ์สูง ผ่านหลักสูตรและเคยทำงานในต่างประเทศมามากมาย แต่กลับตัดสินใจกระทำการอย่างนี้ ถือว่าคิดสั้นเพียงเพราะความไม่พอใจส่วนตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยืนยันความถูกต้องของคำให้การ โดยยังไม่ได้สรุปสำนวนคดีในขณะนี้”
ก่อนถูกส่งลงใต้ เรือเอกวิโรจน์ ถูกตำรวจชุดจับกุมสอบปากคำที่กรุงเทพฯ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยผลของการสอบสวน
- ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงจริง
- ให้ข้อมูลย้อนไปถึงปูมหลังว่า หลังลาออกจากราชการทหารขณะมียศ “เรือเอก” ได้ไปทำงานกับสหประชาชาตินานถึง 16 ปี
- เมื่อกลับมาประเทศไทยประสบปัญหาว่างงาน จึงเข้าไปพักอาศัยกับ นายสมพร จนกระทั่งทราบเรื่องการรับงานจ้างวานผ่านนายสมพร
- ผู้ต้องหารับว่ารู้ข้อมูลงานจากสมพร แต่ในจังหวะที่จะต้องลงมือสังหารนายกมลศักดิ์ เกิดความรู้สึกลังเล จึงตัดสินใจเบี่ยงวิถีกระสุนสาดไปที่บริเวณหน้ารถแทน เพื่อหวังเพียงให้เกิดความหวาดกลัวหรือบาดเจ็บเท่านั้น ไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิต
- ยอมรับเรื่องการยืมรถยนต์จากหน่วยงานความมั่นคงผ่านทาง นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ มาใช้ในการปฏิบัติภารกิจนี้ ซึ่งมีการยืมรถใช้รวมทั้งหมด 3 ครั้ง
