การลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเองของกลุ่มนายทหาร ตท.26 ซึ่งคุมงานความมั่นคงฝั่งกองทัพแบบเบ็ดเสร็จ นำมาสู่ปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุยิงถล่มทหารพรานเสียชีวิตคาจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถึง 5 นาย อย่างดุเดือดเข้มข้น
ในขณะที่รัฐไทยยัง “มึนๆ” กับสถานการณ์ไฟใต้ และสับสนอลหม่านว่าจะแก้ไขปัญหากันแบบไหนดี
ปัญหาของ “ทิศทางดับไฟใต้” หลังเกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ “โจมตีจุดตรวจดับ 5 ทหารพราน” ม่ได้มีเฉพาะความสับสนของผู้รับผิดชอบงานความมั่นคงที่พูดสวนทางกันเท่านั้น
ท่ามกลางไฟความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ที่โหมกระพือขึ้นมาอีกระลอก... แม้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ มาเป็นระยะเวลานานกว่า 22 ปีแล้ว
ในห้วงที่สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาร้อนแรง ฝุ่นตลบอีกรอบ จากเหตุการณ์ร้ายขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นถี่ๆ
ท่าทีของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปลี่ยนแปลงรายวัน ล่าสุด 25 ก.ค.69 ประกาศล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นายว่า “จะต้องล่าตัวมาให้ได้ ไม่ว่าจะจับกุมในสภาพที่มีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม”
ถือเป็นกิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง เมื่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปตรวจสอบและสังเกตการณ์สถานที่ทำลายยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ ในรูปแบบของการ “ตรวจสอบ” เพื่อไขความกระจ่างในคดีสำคัญ ไม่ใช่การ “เยี่ยมชม” หรือ “ดูงาน”
จากปฏิบัติการสุดอุกอาจของคนร้ายชุดดำ อาวุธครบมือ ที่บุกโจมตีจุดตรวจ “บูเก๊ะซามี” ใน ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้กำลังพลของทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นายในคราวเดียว ปรากฏว่า ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้บินด่วนลงพื้นที่หลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน
เหตุรุนแรงขนาดใหญ่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน 2 วัน ทั้งคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) อ.เมือง จ.นราธิวาส และกราดยิงทหารพรานเสียชีวิตคาจุดตรวจ 5 นาย พื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงดูจะตั้งรับสถานการณ์ไม่ทัน และแสดงท่าทีสับสน ไม่มีเอกภาพในเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหา
ป้อมจุดตรวจบูเก๊ะซามี ถนนเทศบาล 8 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีแต่ความเงียบเหงา ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเหมือนปกติ เนื่องจากเพิ่งเกิดเหตุคนร้ายบุกโจมตีจนทำให้ทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นาย