
หลังจากเผยแพร่จดหมายเป็น “ความในใจ” ของ อ.วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จนเป็นที่ฮือฮา เพราะมีเนื้อหาบางส่วนพูดถึงความขัดแย้งภายในพรรคประชาชาติด้วยนั้น
อ่านประกอบ : “วันนอร์” ยันไม่ทิ้งประชาชาติ แต่พรรคจะดังหรือดับ กก.บห.ต้องรับเอง!
วันศุกร์ที่ 11 ก.ย.69 อาจารย์วันนอร์มีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่ง และได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับข่าวรอยร้าวในพรรคประชาชาติ โดยเฉพาะบทบาทของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค ที่ยังคงเดินหน้าเต็มสูบตรวจสอบกรณีฮั้ว สว. ทั้งๆ ที่กระทบกับพรรคภูมิใจไทย แกนนำรัฐบาล
อาจารย์วันนอร์ ตอบสื่อเอาไว้แบบนี้
1.แรงกระเพื่อมภายในพรรคประชาชาติ
อ.วันนอร์ ตอบว่า ไม่มีอะไร ประชาชนสามารถตั้งคำถามได้ว่าพรรคประชาชาติจะเดินไปในทิศทางใด เนื่องจากพรรคการเมืองเป็นของสมาชิกพรรค และเป็นของประชาชน การเดินหน้าของพรรคต้องอาศัยคนเหล่านี้ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งการตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคน
“พรรคประชาชาติไม่ได้แตก เป็นพรรคขนาดเล็ก มี สส. 5 คน และมีกรรมการบริหารพรรคกว่า 10 คน ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง และเมื่อพรรคประชาชาติเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องสนับสนุนรัฐบาลให้สามารถเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไปได้ แม้ สส. หรือนักการเมืองแต่ละคน อาจมีความเห็นแตกต่างกันบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทุกคนต้องช่วยกันทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีความสามัคคี การทำงานของรัฐบาลก็อาจไม่ราบรื่น แต่หากรัฐบาลราบรื่น ก็จะเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยขณะนี้บ้านเมืองยังมีปัญหาหลายด้าน จึงจำเป็นต้องอาศัยรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง มีความสามัคคี ปรองดอง และร่วมมือกัน โดยทั้งหมดต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย”
2.ท่าทีของ พ.ต.อ.ทวี ที่ยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง จะส่งผลให้เกิดปัญหาภายในพรรคหรือไม่
อ.วันนอร์ ตอบว่า เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ความเห็นของพรรคจะต้องมาจากที่ประชุมพรรค โดย สส.ทุกคนยังคงยึดมั่นในแนวทางการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และต้องสนับสนุนรัฐบาลในการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งนี้ แม้ สส.แต่ละคนอาจมีความเห็นแตกต่างกันในบางเรื่อง แต่จากรายงานที่ได้รับ ทุกครั้งที่มีการประชุมร่วมกัน สมาชิกยังคงมีมติไปในทิศทางเดียวกัน และลงมติตามมติของวิปรัฐบาล
3.กระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาชาติ
อ.วันนอร์ ตอบว่า ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค หากจะมีการเปลี่ยนแปลง จะต้องดำเนินการผ่านการประชุมใหญ่ของพรรค ส่วนตัวเห็นว่า ขณะนี้หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และ สส. ยังสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยปกติพรรคการเมืองจะมีการประชุมใหญ่ปีละ 1 ครั้ง และหากมีสถานการณ์พิเศษ ก็สามารถเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ตลอดเวลา
จากคำสัมภาษณ์ของ อ.วันนอร์ ถอดรหัสทางการเมืองได้แบบนี้
1.ย้ำหลายครั้งว่า ท่าที จุดยืน ทิศทางพรรค และสถานะของพรรคประชาชาติ คือ พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องสามัคคีกับพรรคร่วมฯพรรคอื่น และขับเคลื่อนรัฐบาลต่อไป
2.การเคลื่อนไหวของ พ.ต.อ.ทวี เป็นเพียง “ความเห็นส่วนตัว” ไม่ใช่ท่าทีของพรรค
3.การันตีว่า สส.ของพรรคทั้ง 5 คน จะยังคงโหวตไปในทิศทางเดียวกับวิปรัฐบาลแน่นอน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า พรรคประชาชาติยังอยู่ในการควบคุม และไม่ได้เป็น “หอกข้างแคร่” ของพรรคภูมิใจไทย
4.ไม่ปิดทางการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค แม้จะยังออกตัวว่า หัวหน้ากับกรรมการบริหาร และ สส.พรรค ยังทำงานร่วมกันได้ แต่ก็อ้างกฎหมายเปิดช่อง “สามารถเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ตลอดเวลา” จึงถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า หากทิศทางของหัวหน้าพรรคยังคงขัดแย้งกับรัฐบาล ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคได้ในอนาคต...หรือไม่
