
“วันนอร์” เผยความในใจถึงอนาคตพรรคประชาชาติ ท่ามกลางข่าว “รอยร้าวใกล้แตก” ลั่นขอเป็นแค่ที่ปรึกษา ชะตากรรมอยู่ที่กรรมการบริหารพรรค พร้อมแจงบทบาท “กุนซือนายกฯ” ทำเพื่อความสงบสุขชายแดนใต้ ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคลหรือพรรคการเมือง
จากกรณีมีกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคประชาชาติ เนื่องจากพรรคได้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค ได้รับตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
แต่อีกด้านหนึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค ยังเดินหน้าตรวจสอบกรณีฮั้ว สว. และเขากระโดง รวมถึงคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งล้วนกระทบกับพรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้ลูกพรรคแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการร่วมรัฐบาลต่อไปอย่างราบรื่น จึงไม่อยากให้มีประเด็นกระทบกระทั่งกับพรรคภูมิใจไทย
ขณะที่อีกฝ่าย นำโดย พ.ต.อ.ทวี ยังคงรุกไล่กดดันตรวจสอบอย่างเต็มที่ ถึงกับประกาศว่า “ไม่ยอมก้มหัวให้ฮั้ว สว.”
อ่านประกอบ : ฮั้ว สว.บานปลาย... การเมืองฟาดใส่ “ประชาชาติ” ส่อร้าว!
อ่านประกอบ : ส่องโพสต์แกนนำประชาชาติแชร์ข่าวนายกฯพรรคน้ำเงินเต็มฟีด!
ล่าสุด นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก มี ข้อความ “วันนอร์....เผยความในใจ” บอกเล่าถึงจุดยืนทางการเมือง บทบาทการทำงาน รวมถึงมุมมองต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความยาวเกือบ 1 หน้ากระดาษ
แต่ประเด็นที่น่าสนใจและถูกจับตามองอย่างมากอยู่ในย่อหน้าสุดท้าย เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ แสดงจุดยืนต่อพรรคประชาชาติ ซึ่งเชื่อมโยงถึงข่าวความขัดแย้งภายในพรรคด้วย
ข้อความในย่อหน้าสุดท้าย ระบุเอาไว้แบบนี้... ปัจจุบันตนมีสถานะเป็นเพียงสมาชิกพรรคและเป็นที่ปรึกษาพรรคประชาชาติเท่านั้น ยืนยันว่าตนไม่ได้ละทิ้งพรรคไปไหนและยินดีให้คำปรึกษาหากหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องการ
แต่ก็ย้ำว่า “พรรคจะเติบโต จะก้าวหน้า จะแตกแยก จะเล็ก จะยุบ เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกโดยรวม จะไม่มีการพูดเอาดีใส่ตัว โยนปัญหามั่วๆ ให้คนอื่น”
นอกจากมิติเรื่องกิจการภายในประชาชาติแล้ว ข้อความช่วงต้นของบันทึกยังได้ตอกย้ำถึงบทบาทปัจจุบันในการทำหน้าที่ “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ยืนยันว่า ทำหน้าที่ด้วยความจริงใจ โดยไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล เพราะได้ทำงานทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติร่วมกับนายกรัฐมนตรีหลายคน ทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, นายทักษิณ ชินวัตร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งที่ผ่านมาต่างให้เกียรติซึ่งกันและกันมาโดยตลอด
ส่วนปมปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในฐานะคนพื้นที่ ตนได้ให้ข้อเท็จจริงกับนายกรัฐมนตรีไปแล้ว พร้อมตั้งคำถามตัวโตๆ ไปถึงสังคมว่า เวลา 22 ปี กับงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท ตลอดจนความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นนั้น “เพียงพอแล้วหรือไม่” โดยเสนอให้ทุกฝ่ายหันมาทบทวนสิ่งที่ผ่านมา “คิดใหม่ ทำใหม่” เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน และขอให้ช่วยกันสร้างฝันให้พื้นที่สงบปลอดภัยภายในปี 2570
(อ่านเอกสารฉบับเต็ม)

