
จู่ๆ กระบวนการพูดคุยสันติสุขรอบใหม่ ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่ม BRN ซึ่งบางฝ่ายคาดหวังและเฝ้ารออยู่ว่าจะเกินขึ้นในราวเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ก็มีอันต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
เมื่อหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายรัฐบาลไทย สั่งเลื่อนการพบปะกันอย่างเป็นทางการนัดแรก
เหตุผลที่นำมาอธิบายคือ เหตุรุนแรงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์กองกำลังติดอาวุธโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นาย รวมถึงเหตุระเบิดคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง หลังเก่า อ.เมืองนราธิวาส ใกล้กับสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ของประเทศ
นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่ฝ่ายมาเลเซีย เปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุย แต่ยังแต่งตั้งคนใหม่ไม่เรียบร้อย
อย่างไรก็ดี ข่าวการเลื่อนการพูดคุยนี้ เกิดขึ้ันท่ามกลางความหวังจากบางฝ่ายที่เห็นว่าการพูดคุยเป็นทางออกเดียวของปัญหา
ขณะที่มีกระแสข่าวแทรกซ้อนเข้ามาว่า มาเลเซียอาจไม่พอใจการเคลื่อนไหวของไทยที่มีการติดต่อสื่อสารกับอินโดนีเซีย คล้ายๆ กับจะให้เข้ามามีบทบาทในกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้อีกประเทศหนึ่ง
@@ แย้ม 2 เหตุผลเลื่อนพูดคุย - จี้ถาม BRN ป่วนทำไม
โต๊ะพูดคุยสันติสุขรอบใหม่ ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด มาจากการยืนยันของ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ “ตัวจริงเสียงจริง” ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นข่าวจริงแท้แน่นอน
เหตุผลมีอยู่ 2 ข้อดังที่กล่าวแล้ว...
“การเจรจาเริ่มต้นกันมาดีแล้ว แต่อยู่ๆ ก็เกิดเหตุขึ้น ซึ่งได้มีการออกแถลงการณ์ระหว่างที่เราส่งฝ่ายเทคนิคเข้าไปพูดคุย ก็มีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้น และเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงที่จังหวัดนราธิวาส ผมมองว่าในเดือนกันยายนนี้ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ขอฝากคำถามไปว่า ตอบผมมาก่อน อยู่ๆ ตัดสินใจก่อเหตุทำไม ดังนั้นเดือนกันยายนจะไม่มีการเจรจาแล้ว ซึ่งเดิมได้นัดกันไว้ล่วงหน้าว่าเดือนกันยายนน่าจะได้พูดคุย แต่ก็เกิดเหตุอย่างที่เราเห็นกัน มันรุนแรงเกินกว่าที่จะรับได้ คุยกันอยู่ดีๆ แล้วมาก่อเหตุแบบนี้ แม้ว่านักรบเขาต้องการที่จะก่อเหตุตามสัญชาตญาณ แต่ตอนนี้เราคุยกันอยู่ และเริ่มคุยแล้ว พอก่อเหตุก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่”
“ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานกับมาเลเซีย และได้ข่าวมาว่ามาเลเซียกำลังเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งก็ยังเป็นสุญญากาศ และก็รอทางการมาเลเซียว่าเขาจะทำอะไร แม้ว่าจริงๆ แล้ว เราก็อาจจะส่งสัญญาณไปได้ หรือการส่งคำถามผ่านผู้แทน ผ่านคนกลาง หรือช่องทางที่พอจะมีอยู่ ว่าตอนนี้เราคิดอะไร และต้องรอว่าเขาจะตอบกลับมาหรือไม่”
นี่คือ 2 เหตุผลที่นายฐนัตถ์อธิบาย และยังตอบคำถามนักข่าวด้วยว่า ได้ส่งคำถามไปยัง BRN แล้ว ให้อธิบายเหตุผลว่ามาก่อเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ช่วงนี้ทำไม
@@ ไม่คอนเฟิร์มก่อเหตุรับวันสำคัญ ลุยยุทธศาสตร์ 2 ขา
ที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นนักวิจัยชาวเยอรมัน ออกมาให้ข้อมูลว่า การก่อเหตุรุนแรงรอบนี้มาจาก “มติของสภาองค์การนำ BRN” ที่ให้เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ก่อนครบรอบวันชาติปาตานี 10 วัน ซึ่งกล่าวกันว่า ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม
แต่ประเด็นนี้ นายฐนัตถ์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
“เราไม่เคยนับเรื่องวันสำคัญ เพราะถ้าเป็นวันสำคัญก็มีทั้งปี มองว่าถ้าเราหย่อนเมื่อไรก็จะมีโอกาส ซึ่งก็อาจจะมีการจับตาดูอยู่ว่าเราหย่อนยานหรือไม่”
นายฐนัตถ์ ยังเผยทิศทางการพูดคุยดับไฟใต้ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบว่า “ฝ่ายเราต้องเดินไปด้วยกัน ไปทางเดียวกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องมาแยกทางกัน แต่ว่าทหารก็เดินแนวทางของทหารไป เป็นกลยุทธ์ไป เราก็ต้องเดินตามกลยุทธ์ของเราเหมือนกัน แต่ของเราจะเป็นทางสันติ คือการส่งคำถามไปก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”
และว่า “การพูดคุยเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้วจะไปเจรจาทันที เพราะการเจรจาต้องมีระยะของมัน”
@@ ลือสนั่นพูดคุยชะงัก เพราะดีลลับอินโดฯ
แม้หัวหน้าคณะพูดคุยฯ อย่างนายฐนัตถ์ จะอ้างเหตุผล 2 ข้อที่ทำให้เกิดการเลื่อนกระบวนการสันติภาพกับ BRN ออกไป
แต่ข้อมูลข่าวบางกระแสระบุว่า ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่นายฐนัตถ์ไม่ได้พูดถึง ก็คือท่าทีของรัฐบาลไทยที่แอบไปติดต่อกับรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อเปิดช่องทางพูดคุยดับไฟใต้เพิ่มอีก 1 ช่องทาง ซึ่งในภาษาของกระบวนการสันติภาพเรียกว่า “Track 2”
เรื่องนี้เป็นข่าวลือมาระยะหนึ่งแล้ว และถูกตอกย้ำจากข่าวการไปเยือนอินโดนีเซียของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พรรคการเมืองที่เคยได้ สส.เป็นอันดับ 1 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างยาวนาน ก่อนจะเสียแชมป์ให้พรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่นายวันมูหะมัดนอร์ก็ยังถือเป็นนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงสุดในพื้นที่
ข่าวระบุว่า การเดินทางเยือนอินโดฯ มีการไปทำ “ดีลลับ” เพื่อเปิดช่องทางการพูดคุยดับไฟใต้ช่องทางใหม่ ซึ่งฟากฝั่งอินโดนีเซียเคยเสนอตัวมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวที่ต่อสู้กับรัฐไทย ก็เคยใช้อินโดนีเซียเป็นฐานในการพบปะพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่พูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ เช่น การพูดคุยที่กรุงเมดาน เมืองหลวงของเกาะสุมาตรา เป็นต้น
อย่างไรก็ดี นายวันมูหะมัดนอร์ ปฏิเสธข่าวนี้ และยืนยันว่าการเดินทางไปมาเลเซียไม่มี “ดีลลับ” แต่เป็นการไปอย่างเปิดเผย และไปพูดคุยแสวงหาความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ เพราะการแก้ไขปัญหาต้องทำไปพร้อมๆ กันหลายแนวทาง โดยเฉพาะความร่วมมือด้านสังคม เศรษฐกิจ และอื่นๆ
@@ “พรรคปาส” หนุนเจรจา - ประณามผู้ก่อเหตุรุนแรง
จริงๆ แล้วการเปิดโต๊ะพูดคุยรอบนี้ อยู่ในบรรยากาศที่เอื้อให้ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะผู้นำรัฐบาลมาเลเซีย คือ นายอันวาร์ อิบราฮิม ก็สนิทสนมกับผู้นำไทยอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ขณะที่พรรคปาส ซึ่งเป็นพรรคการเมืองมาเลเซียที่มีอิทธิพลในรัฐทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเชื่อกันว่ามีกลุ่มต่อต้านรัฐไทยพำนักอยู่จำนวนไม่น้อย ก็ออกมาแสดงบทบาท ตั้งความหวังต่อการพูดคุยรอบใหม่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หลายปี สงวนท่าทีมาตลอด
ผู้ที่ออกมาแสดงท่าทีในเรื่องนี้ก็คือ ดร.มูฮัมหมัด คาลิล อับดุล ฮาดี (Dr. Muhammad Khalil Abdul Hadi) ประธานคณะกรรมการฝ่ายการต่างประเทศส่วนกลาง พรรคปาส (Chairman of PAS Central International Affairs Committee)
โดยแถลงการณ์ของพรรคปาส (PAS) แสดงความเสียใจและเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีอันน่าเศร้าสลดในจังหวัดนราธิวาส พร้อมประณามการกระทำรุนแรงทุกรูปแบบต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างเด็ดขาด
เพราะการปกป้องชีวิตมนุษย์ถือเป็นหลักการพื้นฐานที่ศาสนาอิสลามยึดถือ การโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน รวมถึงสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ไม่ได้ร่วมทำการรบ ถือเป็นการขัดต่อหลักเจตนารมณ์แห่งกฎหมายอิสลาม
แถลงการณ์ยังระบุว่า การยกระดับความรุนแรงระลอกล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้ของไทยถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด หลีกเลี่ยงการทำให้สถานการณ์บานปลาย และให้ความสำคัญกับมาตรการคุ้มครองชีวิตพลเรือนพร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค
@@ เตือนระวังมือที่สามแทรก แนะเจ้าของพื้นที่ต้องริเริ่ม
พรรคปาสเชื่อว่า ความขัดแย้งนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการพูดคุยเจรจาด้วยความจริงใจ การเคารพซึ่งกันและกัน การสร้างความเชื่อมั่น และการเจรจาที่มีความหมายโดยดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ความพยายามดังกล่าวควรมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของความขัดแย้ง ควบคู่ไปกับการปกป้องอธิปไตย เอกภาพของชาติไทย ตลอดจนสิทธิและสวัสดิการอันชอบธรรมของทุกชุมชนในพื้นที่
ในขณะเดียวกัน ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติภาพระมัดระวังและรู้เท่าทันความพยายามของกลุ่มภายนอกที่อาจเข้ามาแทรกแซงหรือยืดเยื้อความขัดแย้งเพื่อผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์หรือยุทธศาสตร์อื่นๆ ความคิดริเริ่มเพื่อสันติภาพที่เป็นประโยชน์จะต้องเกิดขึ้นจากเจ้าของพื้นที่เอง (locally owned) และขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาร่วมกันในการสร้างความสมานฉันท์และความมั่นคงในระยะยาว
@@ รูัจักพรรคปาส ผู้ทรงอิทธิพลใน 4 รัฐติดชายแดนใต้
อนึ่ง พรรคปาส (PAS) มีชื่อภาษามาเลย์ว่า Parti Islam Se-Malaysia (ภาษาอังกฤษใช้ Pan-Malaysian Islamic Party หรือ พรรคอนุรักษนิยมอิสลามแห่งมาเลเซีย
ปัจจุบันพรรคปาสมีสถานะเป็น “พรรคฝ่ายค้าน” ในระดับรัฐบาลกลางของมาเลเซีย แต่ในระดับรัฐ พรรคปาสเป็น “เจ้าครองพื้นที่” ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของมาเลเซียอย่างแข็งแกร่งมาก โดยเป็นรัฐบาลปกครองพื้นที่ถึง 4 รัฐ ที่เรียกกันว่ากลุ่ม SG4 - State Government 4 ได้แก่ รัฐกลันตัน ตรังกานู เกดะห์ และเปอร์ลิส ซึ่งรัฐเหล่านี้เกือบทั้งหมดมีพรมแดนติดกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะกลันตัน
@@ “อัญชนา” แนะรัฐทำข้อตกลงยุติความเป็นปรปักษ์
ด้าน นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชน และนายกสมาคมกลุ่มด้วยใจ ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดนใต้ ให้มุมมองว่า รัฐบาลไทยต้องแสดงความมุ่งมั่นและจริงใจทั้งในที่สาธารณะและทางลับ โดยเฉพาะการรับประกันความปลอดภัยของประชาชนผ่านการจัดทำข้อตกลงยุติความเป็นปรปักษ์ ควบคู่กับการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
สาเหตุที่ อัญชนา เสนอเช่นนี้ั เพราะเธอดูจากท่าทีของต่างประเทศ อย่างเช่นพรรคปาส ยังไม่เชื่อในความจริงจังจริงใจของรัฐบาลไทย
@@ “กัสตูรี” หนุนโต๊ะพูดคุยเปิดกว้าง อ้าแขนรับทุกกลุ่ม
ข้ามฝั่งไปที่ยุโรป นายกัสตูรี มาห์โกตา (Kasturi Mahkota) ประธานองค์การปลดปล่อยสหปัตตานี หรือ PULO ซึ่งพำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดน ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ สนับสนุนการพูดคุยเจรจาที่เปิดกว้าง ครอบคลุมทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหว พร้อมยกย่องบทบาทของมาเลเซีย ในการเป็นคนกลางแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
ประธาน PULO ยังตอบโต้ข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไทยบางส่วนที่พยายามเชื่อมโยงว่ามาเลเซียให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในปัตตานี เพื่อเคลื่อนไหวต่อสู้กับฝ่ายความมั่นคงของไทย โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีหลักฐานที่ยืนยันชัดเจน และเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจนส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ของไทย
