
“สีหศักดิ์ - อดุลย์” เตรียมลงใต้ถกความพร้อมหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ดัน “ศปก.อำเภอ” มีอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาได้เอง ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ขณะที่ “ศอ.บต. - สมช. -กอ.รมน.” จัดเวิร์คชอปปรับแผนสู้ไฟใต้ ผุดศูนย์บูรณาการฯ 14 อำเภอชายแดนไทย-มาเลย์
วันพุธที่ 23 ก.ย.69 ที่กระทรวงกลาโหม มีการประชุมสภากลาโหม และมีประเด็นหารือถึงช่วงเปลี่ยนผ่านและการปรับเปลี่ยนกำลังในพื้นที่ โดยมีแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการและติดตามสถานการณ์ รวมถึงเตรียมการดำเนินงานต่อภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ย. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองประธาน จะลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คชอป) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
“จะผลักดันศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ เพื่อนำไปสู่การโอนถ่ายอำนาจให้หน่วยงานในพื้นที่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหามากขึ้น โดยให้อำเภอมีอำนาจตัดสินใจในระดับหนึ่ง ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ
@@ นำร่องศูนย์บูรณาการฯ 14 อำเภอชายแดน สู้ไฟใต้!

ก่อนหน้านี้ วันอังคารที่ 22 ก.ย. ทาง ศอ.บต. ร่วมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ กอ.รมน. ภาค 4 สน. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คชอป) เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการระดับอำเภอ ในพื้นที่ 14 อำเภอนำร่อง โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ตลอดจนผู้บริหาร ศอ.บต. คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ปลัดอำเภอ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่นำร่อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายหลัก 3 มิติ คือ การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, การพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับพื้นที่นำร่อง 14 อำเภอ ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย ที่ทางภาครัฐประเมินว่าเป็นพื้นที่มีความซับซ้อนของปัญหา จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างบูรณาการ ได้แก่
พื้นที่ จ.สงขลา 3 อำเภอ - อ.จะนะ อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย
พื้นที่ จ.ยะลา 5 อำเภอ - อ.กาบัง อ.ยะหา อ.บันนังสตา อ.ธารโต และ อ.เบตง
พื้นที่ จ.นราธิวาส 6 อำเภอ - อ.จะแนะ อ.แว้ง อ.สุคิริน อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี และ อ.ตากใบ
@@ ผ่าภารกิจ 5 ด้าน “ศบข.จชต.อำเภอ”

สาระสำคัญของการขับเคลื่อนในครั้งนี้ คือเตรียมการจัดตั้งกลไกใหม่ระดับพื้นที่ ภายใต้ชื่อ “ศูนย์บูรณาการและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระดับอำเภอ” (ศบข.จชต.อำเภอ) เพื่ออุดช่องโหว่การทำงานแบบแยกส่วน
โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นแกนกลางในการประสานและขับเคลื่อนงานร่วมกันใน 5 ด้านยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย
1.ด้านการศึกษา ยกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม
2.ด้านคุณภาพชีวิตและความปลอดภัย พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับมาตรการรักษาความปลอดภัย
3.ด้านความมั่นคงชายแดน ส่งเสริมความมั่นคงและบูรณาการการทำงานร่วมกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิด
4.ด้านการสื่อสาร เน้นการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนแก่ประชาชน
5.ด้านการบริหารจัดการ บูรณาการกลไกท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง เพื่อให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ
@@ เคาะร่าง “แผนปฏิบัติการอำเภอ”

ทั้งนี้ตลอดห้วงการประชุมเชิงปฏิบัติการ จะมีการบรรยายทิศทางนโยบายจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการแบ่งกลุ่มทำเวิร์คชอประดมสมองจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันเคาะร่าง “แผนปฏิบัติการระดับอำเภอ” ให้มีความเชื่อมโยงกับภารกิจของทุกหน่วยงานไปในทิศทางเดียวกัน สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลในการดับไฟใต้และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
@@ กู้หน้ายุทธศาสตร์ชาติ
อนึ่ง แนวคิดการใช้ “ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ” ซึ่งมีอยู่แล้วก่อนปรับโครงสร้างใหม่ โดยให้นายอำเภอเป็นผู้นำ ใน 14 อำเภอชายแดน เขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และภัยแทรกซ้อน ซึ่งใช้การเดินทางข้่ามแดนในการหลบเลี่ยงการจับกุมนั้น ได้การเสนอในวงประชุม “คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ” คณะเล็ก ซึ่งประชุมกันที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อต้นเดือน ส.ค.69 ซึ่ง “ทีมข่าวอิศรา” เคยเปิดประเด็นเอาไว้เป็นสื่อแรก
อ่านประกอบ : เคาะแล้ว! ไฟใต้ไปต่อแบบเดิม - ปี 70 ไม่มีถอนทหาร - อส.รอก่อน
ต่อมาในการประชุม “คณะกรรมการผู้แทนพิเศษฯ” แบบเต็มคณะ ก็ได้ให้ความเห็นชอบแนวทางนี้
อ่านประกอบ : รัฐพลิกเกมดับไฟใต้ รุกมาเลย์ร่วมมือซีลชายแดน - บล็อกคน 2 สัญชาติ
เป็นที่น่าสังเกตว่า การถ่ายโอนภารกิจบางอย่างไปให้ “ศปก.อำเภอ” รับผิดชอบแทนทหาร โดยให้อำนาจนายอำเภอ และ ศปก.อำเภอ เป็นหน่วยนำในการตัดสินใจ ถือเป็นโครงสร้างใหม่ดับไฟใต้ที่จะเริ่มในปีงบประมาณ 2570 อย่างเต็มรูปแบบ
คาดว่าโครงสร้างนี้ ถูกนำมาทดลองใช้แทนยุทธศาสตร์ถอนทหาร และส่งมอบพื้นที่ให้ฝ่ายปกครองและฝ่ายพลเรือน ดูแลกันเอง โดยยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษให้มากที่สุด ซึ่งตามยุทธศาสตร์ชาติ ปักหมุดเอาไว้ปี 2570 แต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ
